วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

มท.1พลิกหนุนปทีป อ้างที่แล้วมาจบๆกันไป/'มาร์ค'รับนิพนธ์'ออกแล้ว


  รถเมล์อเวจีไป  เก้าอี้  ผบ.ตร.มา  เหลือเชื่อ  "ชวรัตน์"  ว่านอนสอนง่าย  หนุน  "ปทีป"  นั่ง  ผบ.ตร. ระบุที่แล้วมาจบๆ  กันไป  ขณะที่  "อภิสิทธิ์"  เปิดปากแล้ว  รับ  "นิพนธ์"  ยื่นใบลาออกมีผลตั้งแต่วันที่  30  กันยา. เล็งคนนอกเสียบ  ได้ตัวในสัปดาห์นี้  เผยอาจต้องปรับ  ครม.หากจำเป็น  "กอร์ปศักดิ์"  พร้อมรับทุกหน้าที่  เพราะเป็น  good  solider  "เทพเทือก"  บอกใบ้อีกหน  "นิพนธ์"  ยอมเซ่นเพื่อพรรค

     เมื่อวันจันทร์  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า  นายนิพนธ์   พร้อมพันธุ์   ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว  ตั้งแต่วันที่  30   กันยายน  และมีผลตั้งแต่วันนั้น  และไม่ได้ให้เหตุผลการลาออกไว้

     ส่วนบุคคลที่จะมาทำหน้าที่แทนนั้น   นายกฯ  บอกว่า  จะหาให้ได้ภายในสัปดาห์นี้  โดยคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาทำหน้าที่นี้  จะมองในเชิงการติดตามงานของรัฐบาล  เพราะขณะนี้รัฐบาลบริหารงานมาแล้ว  9  เดือน  มีงานที่ออกไปเยอะ  ซึ่งจะมีงานที่เป็นนโยบายใหม่ๆ  ออกตามมาอีก  และสิ่งสำคัญคือมีเสียงวิจารณ์ว่าการติดตามงานอาจเป็นจุดอ่อนจุดหนึ่ง  ฉะนั้นต้องหาบุคคลมาทำงานนี้ให้ได้

     ผู้สื่อข่าวถามว่า   เลขาธิการนายกฯ  คนใหม่ต้องมีคุณสมบัติประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลได้ด้วยหรือไม่   นายอภิสิทธิ์ตอบว่า  เป็นเลขาธิการนายกฯ  ต้องประสานงานได้อยู่แล้ว  มีบุคคลที่มีคุณสมบัติหลายคน  หากเชี่ยวชาญหลายด้านยิ่งดี 

     ซักว่า   การไปพบนายกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ  รองนายกฯ  ที่บ้านพักกอร์ปศักดิ์ซอยรามคำแหง  24  เมื่อวันอาทิตย์  เป็นไปได้หรือไม่ว่านายกอร์ปศักดิ์จะมาเป็นเลขาธิการนายกฯ  คนใหม่ตามกระแสข่าว  นายกฯ  ตอบเพียงว่า  คุยกับนายกอร์ปศักดิ์เป็นประจำอยู่แล้ว 

     นายอภิสิทธิ์ชี้ว่า  การลาออกของนายนิพนธ์ไม่ส่งผลให้มีการปรับ  ครม. เพราะนายนิพนธ์ไม่ได้อยู่ใน  ครม. อย่างไรก็ตาม  เขายอมรับว่า  หากจำเป็นในส่วนอื่นจะปรับก็ต้องปรับ  แต่ในชั้นนี้ตนจะดูเรื่องเลขาธิการนายกฯ  ให้เสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้  และคิดว่าหลังจากนั้นจะแจ้งให้กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์รับทราบได้ในสัปดาห์ถัดไป

     สำหรับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  นายอภิสิทธิ์เผยว่า  กำลังดูๆ  คนนอกรัฐบาลอยู่  หากเข้ามาแล้วต้องทำงานกับพรรคได้  เพราะเป็นตำแหน่งทางการเมือง  ภายในสัปดาห์นี้จะทราบ

     ส่วนกระแสข่าวว่าจะโยกนายกอร์ปศักดิ์มาเป็นเลขาธิการนายกฯ  แล้วให้นายไตรรงค์  สุวรรณคีรี  ส.ส.สัดส่วน  พรรคประชาธิปัตย์  มาเป็นรองนายกฯ  นายกฯ  กล่าวว่า  ตนอ่านข่าวนี้อยู่

     ถามว่า   นายนิพนธ์ลาออกไปแล้วจะเรียกประชุม   ก.ต.ช.ได้เร็วขึ้นหรือไม่  นายกฯ  กล่าวว่า  ไม่เกี่ยวกัน   ซักต่อว่า  เป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมปรับเปลี่ยนท่าทีในการเลือก  ผบ.ตร.หรือไม่  นายอภิสิทธิ์อ้ำอึ้งก่อนปฏิเสธว่า  ไม่ทราบ  ไม่ตอบแล้ว

     ผู้สื่อข่าวยังถามว่า  เหตุผลที่นายนิพนธ์ไม่ระบุในการลาออกนั้น  ถามยังไม่ทันจบ  นายกฯ  ชิงตอบว่า  ไม่ตอบแล้ว  "เดี๋ยวหาว่าผมหมกมุ่นในเรื่องนี้"

     ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์เปิดห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ  1  ทำเนียบรัฐบาล  ให้ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจสัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะนำนักธุรกิจไทยไปเยือนอินเดียเพื่อกระชับความสัมพันธ์  การค้าและการลงทุน  ระหว่างวันที่  6-9  ตุลาคมนี้

     เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนใหม่  นายกอร์ปศักดิ์บอกว่า  เมื่อเดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย  ยังคงทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิมตามปกติ  แต่หากมีการสับเปลี่ยนโยกย้ายก็ไม่มีปัญหา

good  solider

     "เพราะผมเป็น   good  solider  (ทหารดี)  จะไปอยู่ที่ใดก็ได้  และเรื่องนี้ไม่ขอก้าวก่ายการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี   ดังนั้นกระแสข่าวที่มีชื่อของผมออกมา   เชื่อว่าสื่อคงเขียนกันไปเอง  เช่นเดียวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาพบกับผมที่บ้านพักเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  ก็เป็นเรื่องปกติ  แต่ก็มีคนนำไปเชื่อมโยง"  นายกอร์ปศักดิ์กล่าว

     ด้านนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ว่า  นายนิพนธ์ยังเป็นรองหัวหน้าพรรคอยู่  ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นที่ตั้งรัฐบาลแล้วทั้งนายนิพนธ์และตนได้ตั้งปณิธานว่าเราจะช่วยเหลือจัดตั้งรัฐบาล   ดูแลให้รัฐบาลยืนหยัดอยู่ได้เพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง  ซึ่งการลาออกของนายนิพนธ์คงไม่มีผลกระทบอะไรมาก  และนายนิพนธ์เองก็ไม่มีมีเจตนาร้ายต่อรัฐบาลหรือนายกฯ  เขามีเจตนาดี  เขาปวารณาไว้ว่าอะไรที่เขาจะทำให้กับพรรคและบ้านเมืองได้  เขายินดี

     ผู้สื่อข่าวถามว่า  ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลได้มีการหารือกับพรรคร่วมเรื่องการปรับ  ครม.บ้างหรือไม่  รองนายกฯ  ปฏิเสธว่า  ไม่มี  คุยกับพรรคร่วมเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ   ไม่มีเรื่องการปรับ  ครม.ใดๆ  ทั้งสิ้น  และจนถึงขณะนี้ก็ไม่ได้ยินว่านายกฯ  จะปรับ  ครม.แต่อย่างใด  และในการหารือกับพรรคร่วมเมื่อวานก็ไม่มีใครแสดงความเห็นในเรื่องของนายนิพนธ์เลย

     นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลที่บ้านพิษณุโลก  ที่มีข่าวว่าแกนนำร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้นายเนวิน  ชิดชอบ  เนื่องจากครบรอบ  51  ปี  ว่า  ไม่มี   มีเพียงตนคนเดียวที่จับมือ   และตนในฐานะเจ้าภาพก็ต้องคอยต้อนรับแขก  และยิ่งเลขาธิการนายกฯ  ไม่อยู่  ก็เลยต้องทำ  2  ตำแหน่ง   ตนก็ได้อวยพรไปว่าขอให้มีความสุข

     นายเทพไท  เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  ออกมาระบุว่า  กระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์แบ่งออกเป็น  3  ก๊ก  โดยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์แบ่งเป็น  4  ก๊ก   โดยแบ่งเป็นก๊กนายชวน  นายสุเทพ  นายบัญญติ  นายอภิสิทธิ์  และนายนิพนธ์  ว่า  ถ้าเป็นเช่นนั้น  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มี  175  คน  คงแบ่งได้  175  ก๊ก  ฉะนั้น  สิ่งที่โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนี้ถือเป็นการสร้างข่าวโดยปราศจากข้อเท็จจริง  ซึ่งโฆษกพรรคเพื่อไทยไม่รู้สภาพความเป็นจริงของพรรคประชาธิปัตย์  คงเข้าใจว่าเป็นเหมือนพรรคที่ตัวเองสังกัดอยู่ที่มีการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า   ซึ่งวันนี้ต้องหาคนมาเป็นหัวหน้าพรรคให้ได้  จนสุดท้ายจบลงที่  พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี  จนเป็นเหตุให้นายเสนาะ  เทียนทอง  เกิดอาการน้อยใจและประกาศยุติบทบาททางการเมืองใช่หรือไม่

     ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านายสุเทพจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์   ซึ่งอ้างว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งอาถรรพ์นั้น  นายเทพไทเชื่อว่าคนในพรรคเพื่อไทยรู้จักนายสุเทพน้อยเกินไป   เพราะนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์มีความผูกพันจนแยกกันไม่ออก  ถ้าตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นตำแหน่งที่มีอาถรรพ์ตามที่ถูกกล่าวหา   ตนเชื่อว่านายสุเทพจะเป็นผู้ล้างอาถรรพ์ให้วงการการเมือง  และนายสุเทพจะเป็นเลขาธิการพรรคจนกว่าจะเลิกเล่นการเมือง  และไม่มีวันที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นอย่างเด็ดขาด

     "ยืนยันในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการพรรคและทำงานใกล้ชิดกับนายสุเทพ   ผมเชื่อว่าทุกลมหายใจของนายสุเทพคือการทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน  และฝ่าฟันอุปสรรคจนมาเป็นรัฐบาลได้จนทุกวันนี้  ฉะนั้น  จะมายุแยงให้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการถือว่าเป็นไปไม่ได้"  นายเทพไทกล่าว

รถเมล์ไป ผบ.ตร.มา

     สำหรับตำแหน่ง  ผบ.ตร.คนใหม่นั้นมีแนวโน้มว่าจะจบลงได้ในไม่กี่วันนี้  นายชวรัตน์  ชาญวีรกูล   รมว.มหาดไทย  หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  (ก.ต.ช.)  เผยว่า  เรื่องท่าทีความในใจนั้น  ขณะนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ  ผบ.ตร. ที่ตนเคยกำหนดไว้  ซึ่งเรื่องที่ผ่านมา  อยากให้จบไปและเริ่มต้นกันใหม่  หากนายอภิสิทธิ์พร้อมเมื่อไหร่  ตนก็พร้อมจะร่วมประชุมเมื่อนั้น

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในส่วนของ  ก.ต.ช.อีกหนึ่งตำแหน่งที่มีสิทธิ์โหวตเลือก  ผบ.ตร.  คือ  นายมานิต  วัฒนเสน  ปลัดกระทรวงมหาดไทย  ที่เคยประกาศไว้ในวันรับตำแหน่งปลัดกระทรวง  เมื่อวันที่  1  ตุลาคม  ว่า  พร้อมสนับสนุน  ผบ.ตร.ตามนายชวรัตน์   ไม่ว่านายชวรัตน์จะเลือกใคร  พร้อมจะยกมือตามนั้น

     รายงานข่าวแจ้งว่า  ในการประชุม  ก.ต.ช.ครั้งแรก  นายชวรัตน์  และนายวิชัย  ศรีขวัญ  อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย  2  เสียง  ก.ต.ช.เคยลงมติไม่สนับสนุน  พล.ต.อ.ประทีป  ตันประเสริฐ  จเรตำรวจแห่งชาติ  เป็น  ผบ.ตร. ตามที่นายอภิสิทธิ์เป็นผู้เสนอ

     อย่างไรก็ตาม  หากนายชวรัตน์และนายมานิตเปลี่ยนใจมาสนับสนุน  พล.ต.อ.ประทีปจริง   จะทำให้เสียงของนายอภิสิทธิ์เพิ่มขึ้นมา  2  เสียง  ทำให้นายอภิสิทธิ์อาจมีการเรียกประชุม   ก.ต.ช.ในเร็ววันนี้  เพื่อหาคนมาแทนนายปิยพันธุ์  นิมมานเหมินท์  ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านงบประมาณ  ที่ได้ลาออกไป  ก่อนมีการเลือก  ผบ.ตร.อีกครั้ง  หลังจากยืดเยื้อมานาน

     เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปลี่ยนท่าทีของนายชวรัตน์เกิดขึ้นหลัง  ครม.อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี  4  พันคัน  มูลค่ากว่า  6  หมื่นล้านบาท  ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทย  ที่คุมกระทรวงคมนาคม

     พล.ต.อ.ประทิน  สันติประภพ  อดีตอธิบดีกรมตำรวจ  (อดีต  อ.ตร.)  กล่าวว่า  ส่วนตัวเห็นควรให้   พล.ต.อ.ปทีปทำหน้าที่รักษาการ  ผบ.ตร.ต่อไป  เพื่อดูการทำงานว่าได้ผลหรือไม่  ถ้า  พล.ต.อ.ปทีปทำงานได้ผลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ต่อประชาชน  แล้วพอถึงเวลาจึงแต่งตั้ง  ผบ.ตร.ตัวจริง  ไม่ต้องรีบแต่งตั้ง  ผบ.ตร.ตัวจริง

     พล.ต.อ.มนัส  ครุฑไชยันต์  อดีตรอง  อ.ตร.  กล่าวว่า  การเสนอแต่งตั้ง  ผบ.ตร.เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ตามกฎหมายให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี  นายกรัฐมนตรีต้องคิดใคร่ครวญให้ดีว่าอะไรดีหรืออะไรที่เป็นสิ่งไม่ดี  ต้องมองให้รับสภาพความเป็นจริงของบ้านเมือง  ต้องการให้คนที่เป็นกลางมาทำให้เกิดความชื่อมั่นในองค์กรตำรวจ   ทุกคนไว้วางใจให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำเข้ามาบริหารประเทศ  ต้องให้โอกาสในการคัดเลือกคนมาเป็น  ผบ.ตร. เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลพี่น้องประชาชน  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด  ไม่ปล่อยมีการใช้อำนาจของคนกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  เป็นจุดที่น่าเป็นห่วง   เพราะเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้ว   ที่คนไม่กี่คนทำอะไรในบ้านเมืองอะไรก็ได้  จะโกงกินหรือคอรัปชั่นได้ทั้งนั้น   ไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุล  เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ที่คนกลุ่มเดียว   ไม่ว่าจะเอาผลประโยชน์ชาติไปแลกผลประโยชน์ของตนเอง  ต้องมองเจตนารมณ์กฎหมายให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ  ก.ต.ช. ซึ่งมีอำนาจเสนอแต่งตั้ง  ผบ.ตร. จะมอบหมายใครมาทำหน้าที่แทนไม่ได้

     พล.ต.อ.มนัสกล่าวว่า  อดีตที่มีการตั้ง  ผบ.ตร.แทบทุกสมัยไม่มีปัญหาที่ค้านของคณะกรรมการ  ก.ต.ช. ทุกคนให้เกียรติให้เครดิตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอความเห็น  เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่มีอำนาจบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  บริหารบ้านเมือง  และต้องเป็นผู้รับผิดชอบกฎหมาย  ตำรวจจึงให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับนายกรัฐมนตรีในการเสนอแต่งตั้ง  ผบ.ตร. ช่วงนี้ตำรวจถูกยำกันเละแล้ว  อย่าให้มีปัญหามากไปกว่านี้  นายกรัฐมนตรีต้องรีบแต่งตั้ง  ผบ.ตร. หากคณะกรรมการ  ก.ต.ช.ท่านใดหนักใจ  ไม่กล้าโหวตลงมติโหวตเลือก  ผบ.ตร. ให้ใช้วิธีงดออกเสียงโหวตเลือก  ผบ.ตร.ได้  เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรตินายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศ  เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งคำสั่ง  ผบ.ตร.ที่มีการแทรกเจตนารมณ์แท้จริงไว้ในกฎหมายที่ไม่ต้องการให้การเมืองแทรกแซงตำรวจ  ยกเว้นคำสั่งตั้ง  ผบ.ตร. ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีไว้เท่านั้น

"ปทีป" จัดโผ

     พล.ต.ท.พงศพัศ   พงษ์เจริญ   ผู้ช่วย  ผบ.ตร. และโฆษก  สตช. กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งรอง  ผบ.ตร.ลงมาทดแทนผู้เกษียณอายุราชการประจำปี  2552  ว่า  พล.ต.อ.ปทีป  ตันประเสริฐ  รักษาการ  ผบ.ตร. ได้ยืนยันว่า  คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ  (ก.ตร.)  จะให้มีคำสั่งแต่งตั้ง  ผบ.ตร.เสียก่อนที่จะพิจารณาระดับรองลงมา  ขณะนี้จึงไม่มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกระดับ  คงเป็นเรื่องพูดคุยกันในการประชุม  ก.ตร.ครั้งต่อไป  จะมีการประเมินผลว่า  ไม่มีการแต่งตั้งในตำแหน่งที่เกษียณราชการ  และให้ผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุดรักษาการตามกฎระเบียบเป็นอย่างไร   ซึ่งขณะนี้กำลังประเมินผล  คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร  ทุกคนรู้หน้าที่  ซึ่ง  พล.ต.อ.ปทีปยืนยันทำงานอย่างเต็มที่  โดยเฉพาะมาตรการต่างๆ  ที่จะออกมาเพื่อดูแลประชาชน   ผู้สื่อข่าวถามว่า  พล.ต.อ.ปทีปสามารถรักษาการ  ผบ.ตร.ได้จนเกษียณอายุราชการหรือไม่   พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า  การตั้ง  ผบ.ตร.ตัวจริงยังไม่เกิดขึ้น  จำเป็นต้องรักษาการ  เป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี

     ส่วนกรณีมีข่าวว่า  พล.ต.อ.ปทีปจะเสนอชื่อ  พล.ต.ท.เอก  อังสนานนท์  ผู้ช่วย  ผบ.ตร. ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  (ก.ต.ช.)  แทน  พล.ต.อ.วัชรพล  ประสารราชกิจ  รอง  ผบ.ตร. ที่ลาออกนั้น  พล.ต.ท.เอก  อังสนานนท์  ผู้ช่วย  ผบ.ตร.  กล่าวว่า  ข่าวที่มีการจะให้ทำหน้าที่เลขานุการ  ก.ต.ช. เป็นการพิจารณาของ  พล.ต.อ.ปทีป   ตันประเสริฐ  รักษาการ  ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเรื่องดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา  ตนตอบอะไรไม่ได้  เพราะยังไม่ได้มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ  แต่โดยกฎหมาย  ผบ.ตร.จะเป็นผู้พิจารณาเสนอบุคคลที่เหมาะสมให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขานุการ  ก.ต.ช. ซึ่งการเสนอชื่อของผู้บังคับบัญชาไม่จำเป็นต้องสอบถาม  เพราะตนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา  หากมีคำสั่งอย่างไรลงมาตนจะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    พล.ต.อ.ปทีปได้มีการเสนอเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรองเลขานุการ   ก.ต.ช.ด้วย  โดยเสนอชื่อ  พล.ต.ท.ประยูร  อำมฤต  ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ  (ผบช.สยศ.)  และ  พล.ต.ต.ชัยยง  กีรติขจร  รองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ  (รอง  ผบช.ก.ตร.)  มาทำหน้าที่รองเลขานุการ  ก.ต.ช.

flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์