ข่าวหน้า 1

Tuesday, 7 January, 2014 - 00:00

ชาวนาปิดถนนขูบุ่กกรุงทวงจำนำข้าว

  ชาวนาลุกฮือ! จี้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว ครวญเดือดร้อนหนักต้องไปกู้เงินนอกระบบดอกร้อยละ 10 เป็นค่าใช้จ่าย ซ้ำถูกทวงหนี้จากค่าปุ๋ย ค่ายา เครือข่ายชาวนาภาคเหนือตอนล่างสุดทนนัดปิดถนนนครสวรรค์-พิษณุโลก  7 ม.ค.นี้ ขณะที่ชาวนาสุรินทร์ขู่ยกระดับชุมนุมที่กรุงเทพฯ "นิวัฒน์ธำรง" โวรัฐมีเงินแล้ว 1.5 แสนล้าน ให้เกษตรกรได้ครบทั้งหมดภายใน ม.ค.นี้ พร้อมเดินหน้าระบายข้าวต่อเนื่อง   
    เมื่อวันจันทร์ ได้มีชาวนาชุมนุมในหลายพื้นที่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว โดยที่ จ.ชัยนาท ชาวนาจากตำบลหางน้ำสาคร ตำบลไร่พัฒนา และตำบลอู่ตะเภา  อำเภอมโนรมย์ จำนวน 250 คน เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดชัยนาท และขอพบนายกำธร ถาวรสถิต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เพื่อยื่นรายชื่อชาวนาในอำเภอมโนรมย์ที่เดือดร้อน ยังไม่ได้รับเงินจากการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 รอบที่ 1 เพราะขณะนี้ชาวนาต่างกำลังเดือดร้อนกันอย่างหนัก
      โดยมีนายยุทธนา อัครณรงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.หางน้ำสาคร เป็นตัวแทนชาวนาขึ้นไปยื่นรายชื่อให้กับผู้ว่าฯ  พร้อมทั้งร้องขอความเห็นใจผ่านไปยังรัฐบาลให้เร่งจ่ายเงินค่าข้าวโดยเร็ว และให้รัฐบาลนำโครงการรับจำนำข้าวเข้าพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ม.ค.นี้
      น.ส.ประไพศรี สุขจุ่น อายุ 47 ปี ชาวนา ม.4 ต.หางน้ำสาคร กล่าวว่า ตนทำนา 30 ไร่ ได้ข้าว 25 เกวียน นำเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวกับรัฐบาลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวที่รัฐบาลค้างจ่ายกว่า 2 แสนบาท ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่าย และไม่มีเงินทำทุนปลูกข้าวครั้งใหม่ จึงต้องยอมไปกู้ยืมเงินนอกระบบจำนวนกว่า 2 หมื่นบาท ยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน เพื่อให้ได้เงินมากินมาใช้  จึงขอให้รัฐบาลเห็นใจชาวนา เพราะตอนนี้กำลังลำบาก ไม่มีจะกินจะใช้กันอยู่แล้ว
      ด้านนายกำธร ถาวรสถิต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รับปากว่าจะทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลและ ก.ก.ต.เพื่อชี้แจงว่า เป็นความเดือดร้อนของชาวนา ไม่ใช่เรื่องของการหาเสียง  หากต้องจ่ายเงินให้กับชาวนาในช่วงนี้ ส่วนชาวนาจะได้รับเงินภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้ครบหมดทุกคนหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอฟังผลการประชุมของ ครม.
    เช่นเดียวกับ กลุ่มเกษตรกรชาวนา ต.วังชมภู ต.ห้วยสะแก ต.นายม อ.เมืองเพชรบูรณ์ และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ กว่า 500 คน มาชุมนุมกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เรียกร้องให้ทางจังหวัดช่วยเหลือ เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว รวมทั้งชาวไร่ข้าวโพดที่เข้าร่วมโครงการ ก็ยังไม่ได้รับเงินประกันราคาด้วยเช่นกัน
       ทั้งนี้ นายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมกับเกษตร โดยมอบหมายให้ ธ.ก.ส. เร่งดำเนินการและเยียวยาผู้ที่เดือดร้อน โดยให้กู้ยืมเงินไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินจำนำข้าว รวมถึงชาวไร่ข้าวโพดที่ยังไม่ได้เงิน โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดนำรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อนเสนอ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป ซึ่งสร้างความพอใจให้กับผู้ชุมนุมจึงสลายตัวกลับไป
     นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า ชาวนานำข้าวไปจำนำตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 จนถึงปัจจุบันเดือนมกราคม 2557 แล้วยังไม่ได้เงิน ซึ่งผ่านมา 5 เดือนได้แต่ใบประทวน แต่พอไปขึ้นเงินกับทาง ธ.ก.ส. ปรากฏว่าบอกไม่มีเงิน อ้างว่ารัฐบาลไม่ยอมโอนเงินมาให้กับชาวนา ขอให้ชาวนานำใบประทวนกลับไปบ้านก่อน จนกว่ารัฐบาลจะโอนเงินมาให้ ที่ผ่านมาออกมาประท้วงเรียกร้องหลายครั้ง แต่ก็ไม่ใส่ใจ ชาวนาได้รับผลกระทบทั่วหน้า ไม่มีเงินกินเที่ยวในเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งถูกทวงหนี้ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่ารถเกี่ยว ค่าบัตรเครดิต ถูกทวงเงินที่กู้ยืม ธ.ก.ส. อีก ตอนนี้ชาวนาตายทั้งเป็น
    "เครือข่ายชาวนา 5 จังหวัด ประกอบไปด้วย พิจิตร,  กำแพงเพชร, นครสวรรค์, พิษณุโลก, สุโขทัย สุดทนกับรัฐบาลแล้ว มีมตินัดชุมนุมใหญ่วันที่ 7 ม.ค. โดยจะมีชาวนานับหมื่นคนนัดกันมาชุมนุมใหญ่ปิดถนนประท้วง ที่บริเวณถนนทางหลวง 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก สี่แยกปลวกสูง อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าข้าวให้กับชาวนา ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการ คงมีการประท้วงยืดเยื้อ คงยอมรัฐบาลไม่ได้อีกแล้ว การชุมนุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของชาวนา" นายกิตติศักดิ์กล่าว
     ส่วนภาคอีสาน ที่บริเวณสนามด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มเกษตรกรชาวนา จ.สุรินทร์ กว่า 1,000 คน เดินทางมาจาก 17 อำเภอ โดยมีนายกอบสิน พ่อค้า  ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ และเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์เป็นแกนนำ โดยมีการติดตั้งเวทีและปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง รวมถึงทำป้ายข้อความต่างๆ  เพื่อเรียกร้องเงินจากการจำนำข้าวกับรัฐบาล  โดยได้แจกจ่ายและอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กรณีการจ่ายเงินค่าข้าวเปลือกตามโครงการรับจำนำข้าวล่าช้า สร้างภาะหนี้สินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้จากรถเกี่ยวข้าว ค่าปุ๋ย เงินกู้นอกระบบ เงินกองทุนต่างๆ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รุมเร้าสารพัดปัญหา สร้างความทุกข์ความเดือนร้อนแก่เกษตรกร
    นายกอบสินกล่าวว่า ชาวนา จ.สุรินทร์นำข้าวเปลือกไปจำนำตามโครงการรับจำนำปี 2556/57 ผ่านไป 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าว ทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจำนวน 56,588 คน เป็นเงิน 5,540,859,121 บาท  จึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิ์พร้อมยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากภายใน 2 สัปดาห์ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะยกยกระดับการต่อสู้ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศ และเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทวงหนี้กับรัฐบาลต่อไป
    จากนั้น กลุ่มเกษตรกรได้ร่วมกันจุดธูปเรียกวิญญาณของรัฐบาล ให้มารับรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวนา ให้รีบหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาโดยเร็ว โดยมีนายพิภพ  ดำทองสุข  รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ ลงมารับหนังร้องเรียนและกล่าวว่า จะดำเนินการตามที่เกษตรกรเรียกร้อง โดยส่งเรื่องถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด กลุ่มชาวนาจึงสลายตัวในเวลาต่อมา
    ทางด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐได้เตรียมเงินประมาณ 1.5 แสนล้านบาทไว้ เป็นเงินที่ได้จากการระบายข้าวและการกู้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อนำมาใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวนาปี 2556/57 โดยคาดว่าภายในเดือน ม.ค.57 จะสามารถเคลียร์ค่าข้าวให้เกษตรกรได้เสร็จสิ้น และในขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สามารถจ่ายเงินให้กับเกษตรกรได้มากขึ้นและกระจายอย่างทั่วถึงแล้ว
    "ขอย้ำว่าชาวนาไม่ต้องห่วงว่า เมื่อนำข้าวมาจำนำแล้ว จะไม่ได้เงิน เพราะรัฐบาลโดย ครม.ได้อนุมัติกรอบการใช้เงินสำหรับโครงการรับจำนำข้าวปี 2557 ไว้จำนวน  2.7 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรับจำนำ โดยขณะนี้มีข้าวเข้าสู่โครงการแล้วประมาณ 10 ล้านตัน เกษตรกรที่ตกค้างยังไม่ได้เงิน ภายในเดือน ม.ค.นี้จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ”
     รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ส่วนการคืนเงินจากการขายข้าวรัฐบาล ล่าสุดมียอดเงินสะสมจากปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มใช้โครงการรับจำนำจนถึงสิ้นปี 2556 รวม 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเร่งระบายข้าวเพื่อส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง สำหรับการระบายข้าวที่เป็นสัญญาระยะยาว ยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากตนจะต้องเป็นผู้อนุมัติราคาขายข้าวในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะต้องผูกพันไปถึงรัฐบาลต่อไป คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะได้รับคำตอบ โดยล่าสุดมีประเทศต่างๆ ที่สนใจซื้อข้าวไทยอีกประมาณ 1 ล้านตัน.