สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สงครามที่สี่แยกราชประสงค์สงบแต่ยังไม่ยุติ เพราะฝ่ายเสื้อแดงกำลังมุดลงดิน หลังจากที่ต่อสู้บนดินแล้วเพลี่ยงพล้ำเป็นปีที่สอง แต่วงการเพลงบ้านเรากำลังทำสงครามว่าด้วยการเพลงที่แต่งโดยคนใส่เสื้อสีอะไร
วันนี้สมาชิกที่เป็นนักแต่งเพลงชื่อ "สมพจน์ สิงห์สุวรรณ" ยกมือขออภิปรายถึงเพลงตื่นเถิดชาวไทย ของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ
เรียน ท่านประธานท้วมและสมาชิกที่รักยิ่งทุกท่าน
ผมสมพจน์ สิงห์สุวรรณ สมาชิกครับ ขอเชิญท่านสมาชิกชาวสภาประชาชนทุกท่าน ยืนขึ้นยืดเส้นยืดสายให้คลายเครียด และผ่อนคลายอาการเมื่อยขบทั้งร่างกายและจิตใจ แล้วร่วมกันเปล่งเสียงร้องเพลงเพิ่มพลังปอดและพลังใจ ให้เกิดความสดชื่นกระฉับกระเฉง
เพราะถึงเวลาที่เราทุกคนจะต้องลุกขึ้นปกป้องฟื้นฟูและพัฒนาประเทศชาติของเราอย่างพร้อมเพรียงกันในทุกๆ ส่วนของประเทศ อย่างเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นโอกาสสุดท้ายของเราแล้ว
เพลงนี้ชื่อเพลง "ตื่นเถิดชาวไทย" บทประพันธ์ของ "พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ" บทเพลงที่ทรงคุณค่าที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในยุครัตนโกสินทร์
อย่าให้เนื้อเพลงนี้ต้องถูกทิ้งและถูกลืมไป พร้อมๆ กับจิตสำนึกของสังคมไทย ที่จำเป็นต้องมีต่อส่วนรวมคือประเทศชาติร่วมกัน
ตื่นเถิดชาวไทย
คำร้อง/ทำนอง หลวงวิจิตรวาทการ
(สร้อย) ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับใหลลุ่มหลง
ชาติจะเรืองดำรงก็เพราะเราทั้งหลาย
ถ้ามัวหลับมัวหลงเราก็คงละลาย
เราจะต้องสูญหายตื่นเถิดชาวไทย
บ้านเมือง.....
ยามเฟื่องฟุ้งรุ่งเรืองก็อย่าลืมขวนขวาย
เผลอตัวศึกมาเราจะพากันตาย
จำไว้เถิดสหายตื่นเถิดชาวไทย (สร้อย)
ชาติไทย.....
เราไม่น้อมยอมใครจะสู้จนชีพสลาย
หวังผดุงแหลมทองเราพี่น้องหญิงชาย
อย่าให้ชาติสูญหายตื่นเถิดชาวไทย (สร้อย)
ถ้าเราจะลองนำแต่ละวรรคแต่ละประโยค หรือแม้แต่วลีใดวลีหนึ่งของบทเพลงนี้มาขยายให้ชัดขึ้น ก็จะเห็นได้ว่าทุกถ้อยคำในบทเพลงนี้เป็น "สัจจะ" หมายถึงแนวทางที่จะนำความเจริญก้าวหน้า ความมั่นคง และสันติสุขมาสู่ประเทศชาติของเรานั่นเอง
ผมยอมรับว่าผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าบทเพลงที่ทรงคุณค่าต่อจิตวิญญาณของประเทศชาติอย่างนี้ หน่วยงานใดของรัฐหรือองค์กรใดของเอกชน ที่มีหน้าที่โดยตรงที่จะดูแลรักษา และส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยได้ยินได้ฟัง แล้วก็ช่วยกันเชื่อมโยงให้อนุชนคนรุ่นหลังได้เกิดความรู้ความเข้าใจ จนมีความชื่นชมยินดีที่จะรับช่วงสืบสานกันต่อไป และที่สำคัญที่สุดหน่วยงานที่มีหน้าที่ จะต้องนำไปเผยแพร่ภาพให้ประชาชนคนไทยได้ยินได้ฟังกันบ้างหรือไม่
อย่างเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ช่วงที่ต้องเปิดเพลงรอแถลงการณ์อยู่นั้น วิทยุและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ได้อัญเชิญเพลงพระะราชนิพนธ์ชุดหนึ่งมาเปิดขั้นรายการ เป็นชุดที่ขับร้องโดยนักร้องซึ่งมีความถนัดในแนวเพลงป๊อปสมัยใหม่
ดังนั้นทั้งลีลาการขับร้องและสำเนียงภาษา จึงขาดความเหมาะสมกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นเพลงที่ผลิตออกมาตามค่านิยมของยุคสมัย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติในทางธุรกิจ
แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ในโอกาสสำคัญเช่นนั้น จะต้องใช้วิจารณญาณ ไม่ควรที่จะละเลยหรือมองข้ามไป โดยถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้เสมอ
และก็เพราะเราดูถูกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่เอง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายที่เรามองข้ามมาตลอดเวลา ก็ค่อยๆ สะสมและรวมตัวกัน จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ทราบว่าจะแก้ได้อย่างไรในวันนี้
.....................
ปีที่แล้วสภาประชาชนเต็มไปด้วยเสียงเพลง แต่ปีนี้ทำไมมีแต่เสียงปืน เสียงระเบิด.








