Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ขอปรองดอง


สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
     สมาชิก "ธรรมดา" ยกมือขออภิปรายถึงชาดกเรื่องขอปรองดอง
เรียน ท่านประธานท้วมที่เคารพ
     ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ไม่สงบ คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง นายกฯ อภิสิทธิ์ได้เสนอแผนปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้คนเสื้อแดงยอมร่วมมือกับรัฐบาล แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ทุกวันนี้ก็ยังพยายามที่จะปรองดองกับคนเสื้อแดง ผมว่านิทานชาดกเรื่องขอปรองดองจากหนังสือเราคิดอะไรมาเล่าให้ฟัง
     มีภิกษุแก่รูปหนึ่ง ให้ เด็กชาวบ้านคนหนึ่ง บวชเป็น สามเณร แล้วอบรมสั่งสอนอย่างดุด่าและตี ทำให้สามเณรทุกข์ยากลำบากมาก ในที่สุดสามเณรก็ทนไม่ไหวจึงสึกไปอยู่บ้าน แต่ภิกษุแก่ก็ไปเยี่ยมถึงบ้าน ขอปรองดองด้วย เกลี้ยกล่อมให้เด็กน้อยนั้นบวชใหม่อีก โดยรับรองว่า "จีวรของเธอยังคงเป็นของเธอตามเดิม บาตรของเธอก็ยังคงเป็นของเธอตามเดิม จงมาบวชเถิด"
     "ผมจะไม่บวชแล้ว พอกันที" แม้เด็กน้อยจะกล่าวปฏิเสธอย่างนั้น แต่พอถูกภิกษุแก่รบเร้าบ่อยๆ เข้า ก็ใจอ่อนยอมบวชเป็นสามเณรเป็นครั้งที่สอง พอบวชแล้วสามเณรก็โดนดุด่าและตีอีกอย่างเดิม ลำบากจนทนไม่ได้ก็สึกหนีกลับบ้านอีกครั้ง
     คราวนี้ภิกษุแก่ก็ตามมาปรองดอง อ้อนวอนขอร้องอีก ให้คำมั่นสัญญาต่างๆ เพื่อให้เด็กน้อยบวช แต่เด็กน้อยเข็ดเสียแล้ว แม้ไม่โกรธ แต่ก็ไม่อยากเห็นหน้าภิกษุแก่อีก จึงกล่าวออกไปว่า "หลวงพ่อไม่เห็นใจผมเลย ทรมานผมตลอดมา ขาดผมหลวงพ่อจะอยู่ไม่ได้เชียวหรือ ไปเถิดหลวงพ่อ ยังไงผมก็ไม่บวชละ"
     จากเหตุการณ์นี้เอง ภิกษุทั้งหลายพากันสนทนาในธรรมสภา "ท่านทั้งหลาย ภิกษุแก่รูปนั้นไม่สามารถปกครองดูแล อยู่ร่วมกับสามเณรของตน ทำให้สามเณรต้องสึกไป แต่เณรน้อยนั้นแม้เห็นโทษของภิกษุแก่อยู่ รู้นิสัยไม่ดีของภิกษุแก่แล้วก็ไม่โกรธ ถือได้ว่าเป็นเด็กใจดีทีเดียว"
     พอดีพระศาสดาเสด็จมา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ พระศาสดาจึงตรัสว่า
     "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน สามเณรนี้ก็เป็นคนใจดี แต่ไม่ยอมเข้าใกล้ภิกษุแก่นั้นอีกเลย" แล้วทรงนำเรื่องราวนั้นมาตรัสเล่า
     ในอดีตกาลมี พ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง เลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวเปลือกอยู่ในกรุงพาราณสี มี หมองูคนหนึ่ง จับ ลิงตัวหนึ่ง มาได้ จึงดุด่าสอนและตีฝึกลิงนั้นไว้แสดงร่วมกับงู อาศัยเป็นเครื่องเลี้ยงชีพตน
     วันหนึ่งมีงานมหรสพในพระนคร หมองูปรารถนาเที่ยวชมมหรสพ จึงนำลิงไปฝากไว้ที่บ้านของพ่อค้าข้าวเปลือกให้ช่วยดูแลสักระยะหนึ่ง แล้วก็ไปเที่ยวเตร่ในงานนั้น เพลิดเพลินสนุกสนาน ดื่มสุรา เล่นสกา (การพนันอย่างหนึ่งคล้ายหมากรุก) ตลอดงาน
     จนกระทั่งวันที่ 7 หมดงานมหรสพนั่นแหละ หมองูจึงมาเอาลิงนั้นคืน ด้วยอาการมึนเมาสุราอยู่ฉุดกระชากลากลิงไป ทั้งด่าทั้งตีด้วยไม้เรียว
     พอผ่านสวนแห่งหนึ่ง เพราะเมามายจะหลับให้ได้ จึงผูกลิงไว้แล้วก็ผล็อยหลับไป ลิงเห็นเป็นโอกาสรีบกัดแทะเชือกจนหลุดออกได้ ปีนป่ายขึ้นไปบนมะม่วงต้นหนึ่ง เด็ดผลมะม่วงกินอย่างมีความสุข
     ครั้นหมองูตื่นขึ้นแลเห็นลิงกินมะม่วงอยู่บนต้นไม้ จึงคิดหลอกล่อจับลิงนั้น โดยกล่าวเจรจาปรองดองกับลิงว่า "ดูก่อนสหายผู้มีหน้างาม เราเคราะห์ร้ายเล่นสกาแพ้เขาหมดเนื้อหมดตัว ท่านช่วยนำมะม่วงสุกลงมาบ้างเถิด เราจะได้กินก็เพราะการช่วยเหลือของท่านนี้แหละ"
     ลิงได้ยินแล้วก็รู้ทัน เพราะรู้นิสัยของหมองูดีจึงโต้ตอบไป "ดูก่อนหมองู ท่านมากล่าวสรรเสริญเราผู้ลอกแลกด้วยคำเท็จ เพราะขึ้นชื่อว่าลิงที่มีหน้างาม ท่านเคยได้ยินหรือได้เห็นที่ไหนมาบ้าง อย่าหลอกลวงเลย ท่านทำบาปใดไว้กับเรา ยังปรากฏอยู่ในหัวใจเราจนวันนี้ 
     ท่านไปยังร้านขายข้าวเปลือก เมาสุราแล้วตีเราซึ่งกำลังหิวโหยถึง 3 ครั้ง เราระลึกได้ ต้องนอนซมเป็นทุกข์หนักที่ร้านนั้น ฉะนั้น บัดนี้แม้ท่านจะยกสมบัติทั้งหมดให้เราครอบครอง เราก็ไม่เอา แม้ท่านจะขอมะม่วงจากเราสักผล เราก็ไม่ให้ เพราะท่านคุกคามด่าตี จนเราหวาดกลัวท่านเสียแล้ว
     บัณฑิต (คนดีมีคุณธรรม) จึงผูกมิตรภาพให้สนิทสนมกับผู้ที่เกิดในตระกูลคนดีมีคุณธรรม รู้จักเอิบอิ่มใจดีแบ่งปัน ไม่มีความตระหนี่ ดังนั้นเราจึงไม่คบท่านเป็นมิตร"
     กล่าวจบก็ไม่รอช้า ลิงนั้นก็ผลุนผลันหลีกหนีไปทันที
     พระศาสดาตรัสชาดกนี้จบแล้ว ทรงเฉลยว่า
     "หมองูในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุแก่ในบัดนี้ ลิงนั้นได้มาเป็นสามเณร พ่อค้าข้าวเปลือกได้มาเป็นเราตถาคตเอง"    
               ....................
     ใครที่ยังคิดเรื่องปรองดองก็เลือกเอา จะเป็นหมองู เป็นลิง หรือเป็นพ่อค้าข้าวเปลือก.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์