อืมมมม...บ้านเมืองเป็นเรื่อง "ต้องปลง" เสียแล้ว ไม่ใช่ปลงบ้านเมือง แต่ "ปลงคน" ในบ้าน-ในเมือง คนไทยนั้นดี น่ารัก หวงบ้าน-หวงเมืองกันทั้งนั้น แต่การ "หวง" เอะอะก็จะใช้กำลังยื้อยุดฉุดกระชากชนิด "ไม่ห่วง" สภาพสังขารของบ้านเมืองเลยนั้น มันเป็นเรื่องน่าเศร้า ธรรมชาติสร้าง "ประเทศไทย" มาพอดี แต่ทำไมจึงสร้างคนไทยมาขาดๆ-เกินๆ ก็ไม่รู้นะ?
นี่...คนเขมรคงนอนหัวเราะ ไม่เข้าใจความคิดคนไทยว่า นี่...อะไรของมัน? จะสู้เอาปราสาทพระวิหาร จะสู้เพื่อรักษาพื้นที่รอบปราสาท ฝ่ายที่คนไทยต้องสู้ตามนัยนี้ น่าจะต้องสู้กับกัมพูชามากกว่า แต่ไหง...กลายเป็นว่า
ก้มหน้า-ก้มตาฟัดรัฐบาลตัวเอง?!
เท่าที่ดูคน "สันติอโศก" จะเป็นตัวตั้ง-ตัวตี การเคลื่อนไหวนี้ จะมาจากการขับเคลื่อนความคิดของพ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" หรือพลตรีจำลอง ศรีเมือง หรือผสมกลมกลืนกับพันธมิตรฯ ภายใต้ความคิดของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประเด็นแรกก็ยอมรับว่า เขาหวังดี กลัวเสียดินแดน เห็นรัฐบาลไม่ทำอะไร ซ้ำที่ทำ เขามองว่าไปพลาดท่า-เสียทางให้เขมร
เขาก็เลยนำ "ความคิดถูก" ของเขามาเขย่าให้รัฐบาลตื่น ลำพังเขย่ารัฐบาลผมก็ไม่เดือดร้อนอะไร แต่การเคลื่อนไหวที่ยึดความคิดตัวเองเป็นแกน เอะอะก็ระดมพลชุมนุมตะพึดตะพือ ผม-ในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนประเทศไทยอยู่ด้วยก็อยากจะบอกว่า
ข้าก็ไม่ไหวกะเอ็งเหมือนกัน!
พิทักษ์ชาติ-พิทักษ์แผ่นดินโดยไม่ฟังเสียงใคร มองทุกคน-ทุกฝ่ายที่ทำอะไรไม่ตรงกับตนว่าเป็นคนขายชาติ-ยอมเขาไปทั้งหมดนั้น ผมว่า มันไม่น่าเป็นวิธีการที่ดี และที่ฉลาด ที่จะไปสู้กับเขาในตลาดโลกเลย
ใจเย็นๆ แบ่งให้คนอื่นเขารักชาติ-รักแผ่นดินบ้าง ยอมให้คนอื่นเขาฉลาดเท่าจำลอง เท่าสนธิบ้าง ผมไม่เถียงข้อมูลท่าน ผมยอมรับในความหวงแหนแผ่นดินของท่าน แต่ขอได้ไหม?
ขอให้เอาความดีงามทั้งหลายนั้นมาหันหน้านั่งคุยกันกับทุกๆ ฝ่าย ปรึกษาหารือกัน ทะเลาะ-ขัดแย้งบนเส้นทางสร้างสรรค์เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวด้วยกัน
แล้วค่อยเอาก้อนสมอง-ก้อนปัญญาที่เคี่ยวเป็นผลึกร่วมกันนั้น ไปฟาดฟันกะมันตามกระบวนการ ตามกติกา เพราะเรามาในทางนี้แล้ว เมื่อไม่พอใจ จะไปเดินลัดทุ่ง-ลัดป่าอยู่ฝ่ายเดียว แถมมาเฮี้ยวกับพวกกันเองอย่างนี้ มันก็จะมีแต่เสียกับเสีย โดยไม่เห็นทางได้-ทางชนะตรงไหนเลย
การใช้ความปรารถนาดีไปย่ำยีกฎหมาย เป็นเรื่องน่าเสียดายครับ สันติอโศกก็สำนักแห่งธรรมปฏิบัติ สติมา-ปัญญาเกิด, สติเตลิด-สิ่งที่เกิดคือความเขลา พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ศิษย์ไปพิชิตมารในกระดานบ้านเมือง มีแต่ทรงสอนให้พิชิตมารในสันดานนิสัยของตัวเอง ชนะอื่นหมื่นแสน-ชนะภายนอก มิเท่าชนะหนึ่งใน-ชนะใจตนเอง
หน้าที่ลงนรก ขอให้เป็นผมเถอะ!!
ขอพ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" โปรดยั้งอยู่หน้าผา ขอบฟ้าเบื้องหน้าอยู่ใกล้ แต่ขอบใจสิ วิบๆ ไหวๆ อยู่ปลายมือ แต่...อื้อฮือ ไกลเกินคว้า ถ้ามิรู้จักว่า...ฟากฝั่งคือกลับใจ ทำโดยนัยนี้ สิ่งที่สร้างไว้เป็นคุณอนันต์ในนามสมณะ จะนิรันดร์!
รอยบาทพระพุทธองค์ คือรอยแห่งความดีให้สรรพสัตว์นี้เดินตามสู่ศานติ แล้วรอยที่ศิษย์ตถาคตหุนหันพลันแล่น เอะอะก็ระดมพลชุมนุมในภาวะบ้านเมืองประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มันผิดกฎหมายมั้ย?
กฎหมายก็ยกไว้ ก็ลองวินิจฉัยซิว่า "พระธรรม-วินัย" มีข้อไหนให้บุรุษโล้น ห่มผ้าย้อมน้ำฝาด ขานรับศีล ๒๒๗ สละบ้านควานหาวิโมกข์ แต่กลับยุยงส่งศิษย์ชุมนุม ทั้งผิดกฎหมาย ทั้งไม่เป็นวิถีนำไปสู่ทางพ้นทุกข์!?
นี่คือ...เส้นทางตามรอยบาทพระพุทธองค์...
หรือว่าเส้นทางตามรอยธรณีสูบพระเทวทัต?
เรื่องขีดเส้นตาย ๓ วัน ๗ วัน รัฐบาลต้องทำอย่างนั้น-อย่างนี้ ขอทีเถอะ...พ่อคุณ กับตัวเราเอง เคยขีดเสนตายได้มั้ย อาจขีดได้ แต่เคยทำตามเส้นตายนั้นได้มั้ย มันก็ไม่ได้เสมอไป เอาใจเขา-มาใส่ใจเราบ้าง เคยเป็นนักบริหาร นักวิชาการ นักธรรม และนักรบ กันมาแล้วมิใช่หรือ
ยิ่งกับเรื่องหมักหมมเป็นร้อยปี และยิ่งเกี่ยวพันกับประเทศอื่นเขาด้วย จะเอากะใจ เอะอะก็หักหาญ "สั่งการรบมันไปเลย" อย่างนั้น มันสั่งได้ แต่มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่สั่ง ปัญหามันมีกระบวนการให้เดินไป แล้วทำไมจะต้องมารวบรัดแก้ให้เสร็จวันนี้-เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะเสียที-เสียดินแดน
มันไม่ง่าย และไม่เร็วถึงขนาดนั้นหรอก คนใจร้อนหุงข้าวน่ะ ใจสุก แต่ข้าวไม่เคยสุก จงหันหน้ามาร่วมกันเอาปัญญาเผาปัญหา จงอย่าเอาปัญญามาเผากันเอง และเผาบ้าน-เผาเมืองเลย
ไอ้คำว่า ๒ มาตรฐานที่อ้างกันทุเรศวันนี้ มันก็มาจากการเลียนแบบ เดินตามรอยตีนกันนั่นแหละ เอ็งชุมนุมได้ ข้าก็ชุมนุมได้ เอ็งยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบินได้ ข้าก็ยึดราชประสงค์ ยึดโรงพยาบาล เผาบ้าน-เผาเมืองได้ เอ็งอ้างทำเพื่อสถาบัน-บ้านเมืองได้ ข้าก็อ้างทำเพื่อสถาบัน-บ้านเมืองได้
แล้วจะยกนามธรรมทางกุศลเจตนาว่าที่ข้าทำเป็นการเสียสละเพื่อบ้านเมือง ส่วนเอ็งทำเพื่อทำลายบ้าน-ทำลายเมืองขึ้นมาพูด มันก็พูดได้-อ้างได้ แต่การกระทำไหนที่เข้าไปอยู่ในกรอบขอบเขตกฎหมาย มันก็ต้องว่ากันไปบนความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย แล้วจะมาตีโพย-ตีพาย ทำดีเพื่อบ้านเมืองแทบตาย กลายเป็นผู้ต้องหา มันพูดได้ แต่ระคายปากครับ
คนจริงเพื่อชาติ...
ขนาดหัวขาด เขายังไม่เคยทวงบุญคุณว่าชาติเป็นหนี้เขาเลยซักคำ เท่าที่ผมเห็น!
เพราะอย่างนี้หรือ ทำดีให้ชาติ-ให้สถาบัน กลับต้องเดินสู่ครรลองกฎหมาย จึงขัดใจ ใช้ความหวงชาติ-หวงแผ่นดินชุมนุมประชดกฎหมายฉุกเฉินมันไปเลย วัดใจซิว่า แล้วรัฐบาล-ทหาร จะจัดการกับพวกรักชาติอย่างเราแบบไหน จับไปจะได้ใช้ผลไปขยายเหตุต่อ
จำเป็นต้องทำอย่างนี้เพื่ออะไร ทีจะเสียแค่ตารางเมตร-ตารางวา โอย...หวง จะเป็นจะตาย กล่าวหาคนอื่นเขาไปหมดว่าไม่รู้ทัน...โง่...งุบงิบเซ็น...แต่ที่จะทำกันอยู่ตอนนี้ เป็นการสร้างหน่อ-สร้างแนวให้ขบวนการที่จับจ้องคอยเดินตามร่องถล่มเมือง ซึ่งจะเสียหายมากกว่าที่กำลังโวยวายปกป้องอยู่
ทำไมไม่คิดบ้าง...หือ?
ถ้าชุมนุมล้อมทำเนียบฯ หรือทำเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผมยุให้ตำรวจ-ทหารจับเลย และจัดการอย่างที่จัดการกับพวกแก๊งแดง ไม่อย่างนั้น กฎบ้าน-กฎเมืองจะไร้ความหมาย คนอื่นก็จะถือเป็นข้ออ้างเพื่อทำตามบ้าง
เฮ้อ...บ้านเมืองติดไฟเหลือง-ไฟแดงกันอยู่นี่แหละ ติดมา ๒-๓ ปีแล้ว ปล่อยไฟเขียวให้ชาวบ้านเขาอยู่สุข ได้ทำมาหากินกันสบายตามอัตภาพบ้างไม่ได้เชียวหรือ นี่อะไรกัน พอแดงหลบแสงแดด เหลืองก็โผล่ออกมาแผดเผาต่อ
ก็ปล่อยให้พวกคลั่งเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกเขาเมามันกันไปเถอะ พวกเรา-เหล่าชาวบ้าน "สงบในที่ตั้ง" คอยดูเขาดีกว่า ถ้าชุมนุมยึดถนน-ยึดทำเนียบฯ อีกทีละก็ ทั้งจำลอง ทั้งสนธิ ต้องเอาให้สำเร็จนะ ยึดแค่ถนน-แค่ทำเนียบฯ มันใช้แก้ปัญหาอย่างที่ใจตัวเองต้องการไม่ได้หรอก
มันต้อง "ยึดอำนาจ" รัฐบาลไปเลย!
แล้วพันธมิตรฯ สันติอโศก กับคณะก็บริหารประเทศบ้านเมืองไป แล้วดูซิ ๓ วัน ๗ วัน จะไปขับไล่พวกเขมรที่เข้ามาตั้งบ้าน-ตั้งเรือนสำเร็จมั้ย และจะไปยกเลิก MOU เมื่อปี ๒๕๔๓ อะไรนั่นตามใจชอบฝ่ายเดียวได้ยังไง เกิดสงครามฆ่าแกงกันแล้วรัฐบาลพันธมิตรฯ-สันติอโศกจะทำยังไง?
ผมก็อยากเห็นเหมือนกันนะ!
ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้พูดในความหมายว่า ทุกอย่างในท่าทีรัฐบาลเป็นสิ่งถูก และทุกอย่างในท่าทีจำลอง-พันธมิตรฯ เป็นสิ่งผิด แต่ผมพูดในเจตนา ในเมื่อเป็นปัญหา-ภาระของชาติบ้านเมืองร่วมกัน ทำไมเราจึงไม่มาผนึกใจรวมกัน แล้วรวมเขี้ยวคอยไปฟัดกะเขา ไม่ใช่มาแยกเขี้ยวฟัดกับพวกเรากันเอง
รัฐบาลเขาก็ไม่ได้รังเกียจ-รังงอน หรือไม่ยอมรับข้อมูล ข้อเสนอ ข้อคิดเห็นจากฝ่ายผู้หวังดี ทางพันธมิตรฯ ทางสันติอโศก ก็ลดทิฐิ ลดอัตตาลงมาซักขั้น คงไม่ทำให้หมองราศีไปซักเท่าไหร่หรอก แล้วทุกอย่างจะเป็นทางสว่างให้กับบ้าน-กับเมือง
อย่าไปฝังใจว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ "ได้ดีแล้วถีบหัวส่ง" ไม่พะวงว่าพวกกูจมหูด้วยสารพัดข้อหา มีจังหวะก็เผากรุงลงกามันไปซะเลย ต้องแยกให้ขาดนะครับระหว่าง "รัฐบาลประชาธิปัตย์" กับเสถียรภาพและหน้าตาของประเทศ เหมือนอย่างที่พวกคุณกำลังแยกความเป็น "พรรคการเมืองใหม่" ออกไปจากความเป็น "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ขณะนี้นี่แหละ
ผมยอมรับพันธมิตรฯ ได้ แต่ยอมรับการทำทุกเรื่องของบางคนในพันธมิตรฯ ไม่ได้หรอกครับ.








