เศรษฐกิจ

Wednesday, 7 August, 2013 - 00:00

อิชิตันทุ่ม2,500ล้าน ขยายกำลังการผลิต

อิชิตัน ทุ่มงบ 2,500 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดต่างประเทศ พร้อมโหมหนักแคมเปญช่วงโลว์ซีซั่น ด้วยงบกว่า 200 ล้านบาท ลุ้นยอดขาย 6,000 ล้านบาท พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์สิ้นปีนี้
    นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน เปิดเผยว่า ในตอนนี้ได้เริ่มมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นด้วยงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ณ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นเฟสที่สองที่จะขยายจากที่เดิม ซึ่งจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 600 ล้านขวดต่อปี เพิ่มอีก 400 ล้านขวดต่อปี รวมแล้วจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็น 1,000 ล้านขวดต่อปีได้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีหน้านี้ เพื่อผลิตสินค้าขายในประเทศ และเพื่อรองรับการส่งออกไปยังต่างประเทศที่กำลังมีการเจรจาอยู่ในขณะนี้ด้วย
    ล่าสุด ยังได้จัดหนักแคมเปญในช่วงโลว์ซีซั่นด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท “อิชิตัน ทัวร์ยกแก๊งฮอกไกโด ตอน รหัสช้อปเปรี้ยง 1 ล้านบาท” คาดการณ์ว่าเฉพาะแคมเปญนี้จะสามารถทำรายได้กว่า 1,500 ล้านบาท พร้อมกันนี้แคมเปญดังกล่าวจะสามารถทำให้รายได้เกินจากเป้า 1,500 ล้านบาท จากเดิมที่วางเป้าสิ้นปีไว้ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาทนี้อีกด้วย
    ขณะที่ยอดขายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน ภายใต้ชื่อ 'เย็น เย็น' คาดว่ารายได้จะเกินเป้าที่คาดการณ์ไว้จากประมาณ 700 ล้านบาท เป็น 1,400 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดยังมั่นใจว่าเป็นอันดับที่ 1 ด้วยส่วนแบ่งที่ 44% และอันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 37% โดยมีการผลัดกันเป็นผู้นำอยู่ตลอดเวลา แต่คาดว่าสิ้นปีนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดของอิชิตันและคู่แข่งอาจจะมีความใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้กังวลกับอันดับของส่วนแบ่งทางการตลาดมากนัก ยอมที่จะเป็นเบอร์สองแต่มีความมั่นคงทางธุรกิจมากกว่า
    ขณะที่มูลค่าตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในปีนี้ คาดว่าทั้งปีจะเติบโตประมาณ 25% หรือคิดเป็น 16,500 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 39% ซึ่งตลาดยังมีการเติบโตได้อีก เนื่องจากหลายบริษัทเริ่มมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดมากขึ้น สำหรับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มองว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นสภาวะนี้ไปได้อีกครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นมันย่อมมีทางออกสำหรับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ซึ่งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ยังคงจะดำเนินการต่อไป แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยังไม่นิ่งก็ตาม โดยได้มีการจองวันไว้แล้วในช่วงเดือนธันวาคมนี้.