ข่าวหน้า 1

Wednesday, 7 August, 2013 - 00:00

เคลื่อนพลประชิดสภา ปชป.นำม็อบฝ่าด่านพรบ.มั่นคง/UNจี้ถอนกม.ล้างผิด

เปิดสงครามเก้าทัพ ประชาธิปัตย์ขน ส.ส.นำม็อบกระชับพื้นที่รัฐสภา ยันไม่รุนแรงแค่ไปส่ง ส.ส.ทำหน้าที่ชำแหละร่างกฎหมายล้างผิด ขณะที่กองทัพประชาชนเตรียมอุปกรณ์รับมือสลายการชุมนุมเพียบ  ทหารแก่ดาวกระจาย ยูเอ็นจี้ถอนร่างนิรโทษกรรม "ยิ่งลักษณ์" ลังเลเข้าสภา แต่แทงหวยข้างตำรวจ พูดให้กำลังใจด้วยความห่วงใย เตือนม็อบอยู่ในความสงบ ใครไม่เกี่ยวอย่าเข้าใกล้ ปูดมือที่สามแทรก เพื่อไทยเดินหน้าไม่มีถอย ตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ รัฐสภาพาดบันไดให้ ส.ส.หนีเรียบร้อยแล้ว 

    วันที่ 7 สิงหาคม สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... ที่เสนอโดยนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 42 คน ขณะที่คณะรัฐมนตรีประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ใน 3 เขต โดยรอบรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล และปิดถนนไป 12 สาย เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ชุมชุมในพื้นที่ดังกล่าว

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เซซีล ปุยล์ลี โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทย ทบทวนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากวิตกว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเปิดทางให้บรรดาผู้ที่ก่อความรุนแรงจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในปี 2553 ลอยนวลไม่ต้องรับโทษ ทั้งที่ก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเอาไว้

    ปุยล์ลีแสดงความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาจละเว้นโทษไปถึงผู้ที่ก่อความรุนแรงจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อ 3 ปีก่อน ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงควรแสดงความชัดเจนก่อนว่า กฎหมายนิรโทษกรรมใดๆ นั้น ต้องไม่รวมผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลยังต้องดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดเหล่านี้ด้วย

    ช่วงบ่ายวันอังคาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานให้ทราบถึงสถานการณ์ ซึ่งจริงๆ แล้วต่อเนื่องจากมติ ครม.ครั้งที่ผ่านมาในการตัดสินใจประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นการรายงานให้ทราบตามวาระปกติ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรวิตกกังวลหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ในส่วนของ ครม.ได้ฝากความห่วงใยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ทุกนายใช้ความอดทนในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้งผู้ที่สัญจรไปมาและพี่น้องที่มาร่วมชุมนุมด้วย ขอให้อยู่ในความสงบและพยายามอดทนไม่ให้เกิดการตอบโต้หรือใช้กำลังที่รุนแรง

    "อยากจะขอความร่วมมือกับประชาชน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้ไปสัญจรในบริเวณนั้น เพราะเราเกรงเหตุการณ์ในกรณีอาจเป็นบุคคลที่สามหรืออย่างไรก็ตาม ดังนั้นการชุมนุมขอความร่วมมือให้ชุมนุมโดยสงบภายใต้กรอบของกฎหมาย"

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ ส.ส.เข้าไปประชุม เพราะเป็นวาระปกติที่ต้องเข้าไปพิจารณาอยู่แล้ว คงต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้วางรายละเอียดและช่องทางการสัญจร ส่วนตนเองก็ทำตัวปกติเหมือนเดิม เพราะการเดินทางไปมาจากที่บ้านมาทำเนียบฯ ก็ถือเป็นสถานที่ปกติ เชื่อว่าส่วนนี้ในสังคมวันนี้คงไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

"ปู" ลังเลเข้าสภา

    ซักว่า ยังมั่นใจว่าการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะสามารถเดินหน้าไปได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่สภา เรียนแล้วว่าจริงๆ แล้วตนเองเป็นเพียงแค่หนึ่งเสียง คงต้องว่าไปในส่วนของสภาและสมาชิกที่จะตัดสินใจ ที่สำคัญมีประธานสภาฯ อยู่แล้วในการตัดสินใจ 

    ถามว่า วันที่ 7 ส.ค. เข้าสภาแน่นอนใช่ไหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ก็คงเข้าตามหน้าที่ แต่ก็มีงานภารกิจที่ต้องปฏิบัติอยู่ ก็คงจะปฏิบัติเมื่อเสร็จแล้วก็รีบเข้าไปตามปกติ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุม ครม.ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร., พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร., และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้รายงานสถานการณ์ว่า แนวโน้มการชุมนุมเชื่อว่าม็อบจะมีการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจาย จะมีการนำมวลชนมาปิดล้อมสภาแน่นอน เพื่อต้องการให้มวลชนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ มีการเตรียมตะปู สนับมือ ขวดน้ำมัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรง

    อย่างไรตาม ในส่วนของมวลชนนั้น ทางตำรวจประเมินว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากเงินทุนยังมาไม่ถึงแกนนำ คือท่อน้ำเลี้ยงยังมาไม่ถึง ที่สำคัญม็อบอพส.ที่ชุมนุมที่สวนลุมฯ ไม่น่าจะมีศักยภาพเท่าไหร่ ยังไม่มืออาชีพ และดินฟ้าอากาศก็ไม่ค่อยเป็นใจ จึงทำให้มวลชนน้อย ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ช่วงนี้คงมีคนไม่มากนัก คงจะไม่เติมมวลชนเต็มที่ในวาระแรก แต่ในวาระ 3 น่าจะมีการระดมคนออกมามากกว่านี้

    ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แสดงความเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการยั่วยุให้เกิดการผลักดันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มมวลชน บริเวณจุดตั้งด่านสกัด การที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีข้ามวันข้ามคืน เชื่อว่า ส.ส.จะนำมวลชนไปที่สภาซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้า และเป็นการท้าทายกฎหมาย โดยใช้ความหัวหมออ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามวลชนมาส่ง ส.ส.เข้าสภา ทั้งที่ใจจริงตั้งใจพามาหาเรื่อง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ได้ส่งหนังสือเวียนยังหน่วยงานต่างๆ ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจ้งแนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับความเข้มการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเวรประจำห้องทำงานทั้งตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ และอาคารต่างๆ ในทำเนียบรัฐบาล ต้องแจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ให้สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและประสานงานในกรณีฉุกเฉิน กรณีการเบิกกุญแจเปิดประตูประจำอาคารนอกเวลาราชการ จะต้องมีลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชา เพื่อรักษาเอกสารสำคัญของทางราชการ และกรณีต้องปิดห้องทำงานเนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินขอให้ปิดให้แน่นหนา และสำรวจตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าว่าปิดการใช้งานแล้วหรือไม่

"เปรม" ไม่ร่วม

    วันเดียวกันนี้ พล.ต.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษฯ และนายทหารคนใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการส่งหนังสือหรือเชิญพล.อ.เปรมไปเป็นเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง ขณะนี้พล.อ.เปรมรับทราบจากข่าวที่ออกมาเท่านั้น ส่วนจะเชิญไปร่วมจริงหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ และยังให้คำตอบไม่ได้ แต่ที่ผ่านมา พล.อ.เปรมมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง เพราะท่านผ่านจุดนั้นมาแล้ว  แต่ยังคงติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา  ด้วยความเป็นห่วงบ้านเมืองที่ยังมีปัญหาอยู่เสมอ แม้ที่ผ่านมา พล.อ.เปรมจะไม่ค่อยพูดก็ตาม เพราะท่านไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

    ด้านนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ย้ำจุดยืนให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ออกจากสภา และเป็นคนละส่วนกับการที่ตนตอบรับเข้าร่วมหาทางออกให้กับประเทศ เพราะข้อเสนอดังกล่าวรัฐบาลมีสิทธิที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ แต่การหาทางออกให้กับประเทศยังคงต้องเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ไม่เกรงว่าข้อเสนอของตนอาจไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลเช่นเดียวกับคณะกรรมการชุดอื่นๆ ที่รัฐบาลตั้งขึ้น

     “ผมถามคุณวราเทพและคุณพงศ์เทพเหมือนกันว่า นายกฯ จริงใจหรือไม่ที่มาชวนผม เพราะหากนายกฯเสนอแนวคิดนี้เพื่อซื้อเวลา สุดท้ายจะเป็นฝ่ายเสียรังวัดเอง อายุยังน้อยไม่ควรทำเช่นนี้ และประชาชนทุกวันนี้ไม่ได้กินแกลบ ซึ่งไม่อยากให้นายกฯ หลอกให้ทุกคนเสียเวลา”

    นายอุทัยกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่เสนอให้ตั้งสภาที่ปรึกษาอาวุโส โดยเชิญ พล.อ.เปรมเข้าร่วม เพราะถือเป็นคนละแนวทางกับนายกฯ อีกทั้งไม่ต้องการให้ดึงพล.อ.เปรมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

    ที่พรรคมาตุภูมิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาพบ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และอดีตหัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เพื่อเชิญเข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง หาทางออกประเทศไทย โดย พล.อ.สนธิกล่าวภายหลังหารือว่า ตนตอบรับที่จะเข้าร่วมเวทีดังกล่าว เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดี หากเราไปรวมกันคิด จะรู้วิธีแก้ปัญหาร่วมกัน ส่วนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองที่ตนเสนอและบรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภานั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาที่จะหารือกันว่าจะถอนร่างดังกล่าวออกหรือไม่

    นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทาบทามบุคคลเข้าร่วมเวทีปฏิรูป กล่าวว่า การที่ฝ่ายค้านและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยังไม่เข้าร่วมนั้น เชื่อว่าหลังจากประชุมสภาวันที่ 7 ส.ค.แล้วจะมีความชัดเจน จะถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเชื่อว่าคนที่กำลังรอว่าจะเข้าร่วมเวทีนี้หรือไม่ จะสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เพื่อไทยเดินหน้า

    นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมยืนยันมติเดิมในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย โดยจะไม่อนุญาตให้นำร่างกฎหมายอื่นที่มีเนื้อหาลักษณะเดียวกันที่ค้างอยู่ในสภาเกือบ 10 ฉบับมาพิจารณาร่วม ขอให้ ส.ส.มาร่วมประชุมให้ครบองค์ประชุม โดยพรรคจัดตัวผู้อภิปรายไว้ 30 คน เน้นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ให้ประท้วงอยู่ในกรอบ อย่างไรก็ตาม หากมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็จะมีทีมอภิปรายคอยตอบโต้ แต่จะไม่ประท้วงโดยไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ จะให้อภิปรายถึงเวลา 23.00 น. หากยังไม่เสร็จจะอภิปรายต่อในวันที่ 8 ส.ค.

    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า วันที่ 7 ส.ค. ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในและนอกสภา ทำให้พรรคเพื่อไทยตั้งวอร์รูมคอยติดตามการอภิปรายร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่บริเวณชั้นสอง อาคารรัฐสภา นำโดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าทีมคอยติดตามและแก้เกมในการอภิปราย โดยจะเน้นย้ำเรื่องข้อกฎหมายเป็นพิเศษ  ขณะที่รัฐสภาเตรียมบันไดไว้ให้ ส.ส.ปีนหนีม็อบไว้แล้วเช่นกัน โดยครั้งนี้เป็นบันไดเหล็กอย่างดี ทำให้หนีได้เร็วกว่าครั้งก่อน

       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่าม็อบนั้นจะเยอะอย่างไรก็ล้มรัฐบาลไม่ได้ เหนื่อยเปล่า เสียของ วันนี้ความนิยมในตัวนายกฯ ยังสูง รัฐบาลสะเทือนยาก นายกฯ วันนี้มีวิธีอย่างเดียวจะให้สบายใจคืออย่าไปดูทีวีบลูสกาย และ ส.ส.ก็เดินทางเข้าสภาได้ปกติ พรรคประชาธิปัตย์เขาก็ไม่ได้ห้ามเข้า แต่ต่างคนต่างเข้า ต้องแยกให้ดี

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันท์ และ พ.ต.ท.หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก ศอ.รส. แถลงข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมว่า  เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลแขวงดุสิตได้มีคำพิพากษาจำคุกนายวุฒิศักดิ์ จันหนองฮี อายุ 46 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และนายสมชาย อนันท์ อายุ 51 ปี ชาว จ.ลพบุรี เป็นเวลา 1 เดือนปรับ 500 บาท ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยการพกพาอาวุธมีดปอกผลไม้คนละ 1 เล่มไปในพื้นที่แยกวัดเบญฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศใน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เหตุเกิดช่วงเวลา 14.00-16.00 น. วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวด้วยว่า เนื่องด้วยในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิต ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติและบัณฑิตที่จะเข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร งดใช้รถส่วนตัว และให้ใช้รถสาธารณะแทน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นควบคุม
ป้ายสีม็อบ

    พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงโดยนำอาวุธและสิ่งเทียมที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ออกมาให้สื่อมวลชนดู อาทิ เครื่องชอร์ตไฟฟ้ารูปร่างคล้ายโทรศัพท์มือถือไอโฟน ไฟฉายที่ดัดแปลงเป็นเครื่องชอร์ตไฟฟ้า ไม้กอล์ฟ ร่มปลายแหลมดัดแปลง ด้ามไม้ตอกตะปู และคันร่ม รวมถึงหนังสติ๊ก แล้วกล่าวว่า การข่าวแจ้งว่าผู้ชุมนุมมีการระดมหนังสติ๊ก รวมถึงตัวนอตและก้อนหินต่างๆ เพื่อใช้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเตือนว่าหากพบเจอจะจับกุมทันที และส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอให้ชุมนุมกันอย่างสงบ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวแจ้งหรือไม่ว่าจะมีการระดมและเดินขบวนมาที่รัฐสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ พล.ต.ต.อดุลย์ยอมรับว่า อาจจะมีการเดินขบวนของกลุ่มคนมาที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งการข่าวระบุว่าผู้ชุมนุมที่สวนลุมพินีอาจจะมารวมตัวกันกับกลุ่มผู้มาฟังปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์และร่วมกันเดินขบวน ขอยืนยันว่าตำรวจจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด

    นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคว่า ที่ประชุมมีการกำหนดแนวทางการต่อสู้คัดค้านการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่าเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ส.ส.ทุกคนของพรรคจะร่วมเดินทางจากบริเวณลานกีฬาใต้ทางด่วนอุรุพงษ์ไปรัฐสภา พร้อมกับเชิญชวนประชาชนให้ร่วมเดินทางไปด้วย การเดินไปสภาครั้งนี้เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสู้กฎหมายนิรโทษกรรมทั้งในและนอกสภา เชื่อว่าจะไม่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง เพราะเชื่อว่าคนที่ไปสุภาพพอที่จะเจรจากับเจ้าหน้าที่ ไม่มีลักษณะของการไปก่อให้เกิดความรุนแรงไม่ได้บุกรัฐสภาจับตัว ส.ส. จับตัวประธานสภาฯ เหมือนที่คนเสื้อแดงเคยทำในอดีต
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งถ่ายทอดสดการประชุมสภาในวันที่ 7 ส.ค. หลังรัฐบาลมีท่าทีชัดเจนว่าไม่ถ่ายทอด โดยอ้างว่าเป็นเพียงกฎหมายธรรมดา

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า หากรัฐบาลระบุว่าไม่ถ่ายทอดสดเพราะพิจารณากฎหมายทั่วไป ก็ไม่เข้าใจว่าต้องประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯ ทำไม และสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ขณะนี้สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน

    ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) มีการแถลงท่าทีนายไทกร พลสุวรรณ แกนนำฯ เรียกร้องให้ประชาชนมารวมตัวกันที่สวนลุมพินี ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 09.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมสูงสุดของปฏิบัติการโค่นระบอบทักษิณ

ทหารแก่พร้อม

     พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน แกนนำฯ เผยว่า ได้ประสานงานกับเครือข่ายต่างๆ ที่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ อาทิ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติรักษาแผ่นดิน, สมัชชาคนจน, สมัชชาประชาชน, สหภาพการไฟฟ้าฯ โดยมีการประเมินว่าจะมีประชาชนกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเดินทาง เข้ามาร่วมชุมนุมด้วย สำหรับแผนยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการต่อสู้ ได้มีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว ทั้งแผนหลัก แผนสำรอง รวมถึงแผนหลอก เพราะการสู้ครั้งนี้เราจะถอยหลังไม่ได้

    "ขอยืนยันว่า การชุมนุมจะชนะได้ต้องมีการยกระดับและเคลื่อนที่ผู้ชุมนุม ซึ่งมีทั้งแบบดาวกระจาย และแบบเป็นกองกำลังหลัก เนื่องจากหลักการในชุมนุมต้องมีการเคลื่อนที่ ทั้งนี้ ทาง กปท.ได้ประสานกับเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปไตยอยู่เป็นระยะ ทั้งนี้ แกนนำ กปท.ได้มีการเตรียมหน้ากากกันแก๊สน้ำตาไว้แล้วประมาณ 2 หมื่นชุด เนื่องจากคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมแน่นอน แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปิดล้อมสวนลุมพินี จะใช้ยุทธวิธี เอ็งมาข้ามุด   เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแหย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม โดยนำวิธีการสู้รบทางทหารมาปรับใช้ ซึ่งมีอาจารย์ของโรงเรียนเสนาธิการทหารเป็นผู้วางแผนในครั้งนี้" เขากล่าว

    รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมแกนนำ กปท.ได้ประชุมกำหนดจุดที่จะเคลื่อนไหวในวันที่ 7 ส.ค. โดยจะเป็นจุดที่สามารถกดดันรัฐบาลได้ ทั้งรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล โดยพร้อมที่จะเข้ารวมกับกลุ่มมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีการเดินทางล่วงหน้าไปที่หน้ารัฐสภาก่อน ขณะที่แกนนำกลุ่ม กปท.ที่มีเครื่องมือรับมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีการรวมตัวกันที่สวนลุมพินี โดยมีมวลชนบางส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จะเดินทางล่วงหน้าไปสมทบที่รัฐสภา มีการทยอยขนเครื่องมือป้องกันแก๊สน้ำตาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งเครื่องยนต์ดัดแปลงติดใบพัดและน้ำเปล่า ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    ช่วงเย็น ศอ.รส.แถลงการณ์การชุมนุมอีกครั้ง โดย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงว่า การข่าวของหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้ง ศอ.รส., สภาความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักข่าวกรองฯ ตรงกันว่าจะมีการระดมมวลชนทุกวิถีทาง จากทุกเวทีก่อนเคลื่อนไปที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ และมีแนวโน้มจะยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง ตลอดจนขัดขวางทางเข้า-ออกรัฐสภา ไม่ให้มีการประชุมสภาได้ จึงได้เตรียมแผนการฉุกเฉิน และทางเข้า-ออกสำรองเรียบร้อยแล้ว

    สำหรับเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์บริเวณลานกีฬาใต้ทางด่วนอุรุพงษ์ มีประชาชนร่วมฟังอุ่นหนาฝาคั่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า ครั้งนี้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปราศรัยด้วย หลังห่างหายจากเวทีผ่าความจริงไปนาน

    เขาปราศรัยตอนหนึ่งว่า “พวกผมไม่ได้เรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ แต่สงสัยว่าทำไมวันนี้ทหารไม่มีความกล้าที่จะบอกกับนายกฯ และ รมว.กลาโหมว่า พวกแม่ทัพนายกองมีหน้าที่พิทักษ์ราชบัลลังก์ ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ หากกฎหมายนี้ผ่านไปได้ คนที่หมิ่นสถาบันก็จะพ้นผิดไปด้วย พวกผมก็จะตกเก้าอี้โทษฐานที่ไม่พิทักษ์ราชบัลลังก์ และบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ พวกเราขอแค่ให้ทหารกล้าพูดเรื่องนี้กับนายกฯ หากแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะหวังพึ่งอะไรได้”

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสงครามเก้าทัพ  เราจะแตกเป็นทัพย่อยเข้าไปในสภา    “ผมเคยสัญญากับพี่น้องว่า หาก ส.ส.นำทัพเอง สองตาของเราจะไม่เห็นพี่น้องประชาชนบาดเจ็บล้มตาย เพราะเราจะตายก่อนพี่น้อง แต่หากผู้แทนฯ คนไหนปล่อยให้พี่น้องประชาชนเจ็บก่อนที่ตัวเองจะยอมเจ็บ แสดงว่าผู้แทนฯ คนนั้นทรยศประชาชน”.