สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สมาชิก "หนุ่ม รพช." ยกมือขออภิปรายถึงครูใหญ่ นภายน ผู้ล่วงลับ
เรียน ท่านประธานท้วมและสมาชิกสภาประชาชนที่นับถือ
นับจากวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 วันที่วงการบันเทิงบ้านเราได้สูญเสีย นักดนตรีฝีมือดีอดีตหัวหน้าวงดนตรีสังข์สัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ นักเขียนเรื่องราวของวงการบันเทิง ผู้เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ ผู้มีเพื่อนฝูงแทบจะทุกวงการ เพราะรู้จักและคุ้นเคยผู้คนเยอะมาก
นั่นคือ "ครูสมาน นภายน" หรือที่หลายคนรู้จักในนามครู "ใหญ่ นภายน" บุรุษร่างใหญ่ผู้ใจดีของวงการ
หลายคนคงมีโอกาสพบและได้คุยในเรื่องราวต่างๆ แห่งประวัติศาสตร์ของวงการบันเทิงเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ผ่านคำพูดของครูใหญ่ นภายน ที่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างเห็นภาพ คล้ายดั่งเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปไม่นาน
หลายเรื่องครูใหญ่เล่าได้อย่างสนุกสนาน มีสาระ น่าจดจำหรือเก็บไว้เป็นความรู้ เพราะว่าสมองของครูใหญ่นั้นเป็นคลังความรู้ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ยิ่งใหญ่จนผมเคยคิดว่า ครูใหญ่สมควรจะเป็นมนุษย์อมตะของโลกคนหนึ่ง เพราะจดจำเรื่องราวได้แม่นยำมาก แม้หลายเหตุการณ์ที่เล่าให้ฟังนั้น จะผ่านมาแล้วหลายสิบปีก็ตาม น่าอัศจรรย์มาก
ผมเคยพบและพูดคุยกับครูใหญ่ นภายน หลายครั้ง แต่ละครั้งผมได้ชวนคุยเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะเรื่องราวของนักร้องในอดีต เพราะครูใหญ่จะคุ้นเคยและจดจำเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละคนได้ค่อนข้างดี
อย่างเช่นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้จัดงานรำลึกถึง "เพ็ญศรี-รพีพร" ซึ่งตรงกับวันเกิดของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ศิลปินแห่งชาติ คือคุณ "สุวัฒน์ วรดิลก" หรือ "รพีพร" และในวาระครบรอบ 1 ปีการจากไปของทั้งสองศิลปินแห่งชาติที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ในซอยสุขุมวิท 55
วันนั้นมีบุคคลผู้ที่เคารพนับถือ "เพ็ญศรี-รพีพร" ไปร่วมงานคับคั่ง นอกเหนือจากทีมงานของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ที่มีคุณชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนฯ แล้วยังมีคุณดอกดิน กัญญามาลย์ เจ้าของคำฮิตติดปากว่า "ล้านแล้วจ้า" ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน
คุณสุเทพ วงศ์กำแหง นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์ คุณอ้วน อรชร และที่ขาดไม่ได้คือครูใหญ่ นภายน นี่เอง เพราะหากสืบสาวไปในอดีตจะพบว่า ทั้งสุวัฒน์ วรดิลก เพ็ญศรี พุ่มชูศรี และครูใหญ่ นภายน ล้วนสนิทสนมกันมาตั้งนานนม
ซึ่งคุณสุวัฒน์ วรดิลก หรือ "รพีพร" ถึงกับเคยเขียนประโยคสำคัญหนึ่งถึงครู "ใหญ่ นภายน" ว่า "มิตรผู้เป็นพลังเสริมทางปัญญาความรู้ให้พี่ ในด้านศิลปวัฒนธรรมตลอดเวลาที่ผ่านมา"
ภายหลังงานจบระหว่างที่ครูใหญ่รอรถกลับนั้น ผมได้นั่งใกล้ครูใหญ่พร้อมชวนคุยเรื่องราวของนักร้องดังผู้ร้องเพลงหลายแนว "คำรณ สัมปุณณานนท์" ซึ่งสนิทสนมกันมาก เพราะว่าครูใหญ่เป็นนักดนตรีในขณะนั้น และมีรายการร้องเพลงที่ศาลาเฉลิมบุรีซึ่งก็มีอยู่บ่อยครั้ง เพราะว่าเป็นแหล่งหากินของครูใหญ่ และนักร้องดังๆ ในขณะนั้นหลายคน
เรื่องราวของ "คำรณ สัมปุณณานนท์" ถูกถ่ายทอดจากคำพูดของครูใหญ่อย่างสนุกสนาน ตั้งแต่เป็นเด็กแถววัดเกาะสัมพันธวงศ์ ตลอดจนการเป็นนักมวยเพราะมีพี่ชายเป็นนักมวยอยู่แล้ว รวมทั้งเหตุการณ์ระทึกขวัญ ที่มีการสาดน้ำกรดใส่หน้านักร้องดังในวันนั้น
แม้จะรู้มาบ้าง แต่ก็สู้ลีลาการเล่าเรื่องของครูไม่ได้อย่างแน่นอน เรื่องราวต่างๆ ที่อัดแน่นในสมองของครูใหญ่นั้นยังมีอีกมากมาย ผมรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่หาโอกาสไปพูดไปคุยเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเองในห้วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่ง ณ วันนี้จะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
จากวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ที่ประเทศไทยโดยเฉพาะวงการบันเทิง ได้สูญเสีย "ครูใหญ่ นภายน" ผมบอกได้เพียงว่าสุดแสนเสียดาย ในความสามารถที่เลิศล้ำทั้งฝีมือด้านดนตรี และความจำ รวมทั้งการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ยากจะหาใครเสมอเหมือน ตลอดจนความดีของท่านที่ใครๆ ต่างยอมรับ เมื่อพบท่านครั้งคราใดก็มักจะเห็นรอยยิ้มปรากฏอยู่เสมอ เป็นภาพที่ประทับใจมาโดยตลอด
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2553 เวลา 17.00 น.อย่าลืมไปที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เพื่อร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ "ครูใหญ่ นภายน" ครูคนดีผู้มีน้ำใจ และเป็นคนรวยความหลังที่น่านับถือของทุกคน
..............................
ประธานท้วมขอเชิญเพื่อนสมาชิกสภาประชาชน ไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ส่งครูใหญ่ นภายน ไปสู่สวรรค์โดยพร้อมเพรียงกัน.







