Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร้อนเดือดจัด ไฟฟ้าถึงจุดเสี่ยง


อุณหภูมิการเมืองเดือดไม่พอ อากาศเมืองไทยยังร้อนระอุ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่งปรับประมาณการยอดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด หรือ "พีก" เพิ่มจากระดับ 23,000 เมกะวัตต์ เป็น 23,600 เมกะวัตต์ หลังจากพีกปีนี้พุ่งทำลายสถิติไม่หยุดและเร็วกว่าปกติที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน โดยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มี.ค. อยู่ที่ 22,212.9 เมกะวัตต์ และทุบสถิติทันทีในวันที่ 3 มี.ค. อยู่ที่ 22,406.40 เมกะวัตต์ วัดได้ที่อุณหภูมิ 35.3 องศาเซลเซียส รวมทั้งแนวโน้มทุบอีกหลายรอบจนถึงเดือนเมษายนที่ร้อนสุดๆ ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงกว่า 43-45 องศาเซลเซียส

ไม่ใช่แค่ปัญหาแล้งจัด แต่ยังมีอีกหลายประเด็นร้อนๆ ทั้งการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า แนวคิดเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต้นทุนค่าไฟที่แพงขึ้นจากก๊าซพม่าและความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการรับมือปัญหาสำรองไฟฟ้า ซึ่งสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ในฐานะผู้ว่าฯ กฟผ.คนใหม่ ระบุว่า หากไทยยังไม่สามารถเดินหน้านโยบายการสร้างโรงไฟฟ้าที่ชัดเจน สำรองไม่เพียงพอ เหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศอาจเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นั่นคือผลกระทบครั้งใหญ่ของประเทศ

๐ ช่วงสถานการณ์การเมืองร้อนๆ แบบนี้ กฟผ.ต้องดูแลโรงไฟฟ้าเป็นพิเศษหรือไม่

ก็มีบ้าง ในส่วนการดูแลภายนอกที่มีการขอแรงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความเรียบร้อยบ้าง แต่ภายใน เจ้าหน้าที่ของ กฟผ.ก็ดูแลความเรียบร้อยกันเอง ซึ่งการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงก็หวังว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และถือว่าโชคดี เพราะที่ผ่านมาในประเทศไทยไม่เคยมีการทำลายระบบสาธารณูปโภคในประเทศ

๐ แล้วช่วงนี้ยังมีปัญหาลักลอบขโมยนอตตามเสาไฟฟ้าแรงสูงอีกหรือเปล่า เพราะเหล็กเริ่มกลับมาแพง

ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์มาแล้วก็เลยมีการเชื่อมนอตติดกับเสาไฟฟ้าถาวรเลย ก็ช่วยกันการขโมยถอดน็อตไปได้ระดับหนึ่ง แต่ทางภาคใต้ก็ยังมีการระเบิดเสาไฟฟ้าอยู่บ้าง

๐ ได้ข่าวว่าทางพม่าได้แจ้งหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติช่วงปลายเดือน มี.ค. เป็นเวลา 10 วัน

ใช่ครับ แต่ครั้งนี้เป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าทางพม่าจะหยุดจ่ายก๊าซฯ เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-1 เม.ย.53 เพราะพม่าเองต้องการนำก๊าซธรรมชาติไปสร้างโรงไฟฟ้าเอง และตามแผนจะตั้งอุตสาหกรรม ทำให้ต้องมีการตัดต่อเชื่อมท่อ ทำระบบท่อเดินท่อส่งก๊าซฯ ใหม่ ทำให้ช่วง 10 วันนั้น ก๊าซฯ จะหายไปจากระบบ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต เพราะก๊าซฯ พม่าหายไปแหล่งหนึ่งเท่ากับหายไป 2 แหล่งเลย จากปริมาณก๊าซฯ ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต

๐ แล้ว กฟผ.มีแผนเตรียมรับมือไว้หรือยัง

มีการเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเตาเข้าระบบแทนในช่วงดังกล่าว ซึ่งก็มีโรงไฟฟ้ากระบี่ ราชบุรี บางปะกง พระนครใต้ และเตรียมพร้อมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลไว้ด้วย โดยต้องสำรองน้ำมันเพิ่มเพื่อรองรับในช่วง 10 วันนั้น รวมแล้วประมาณ 100 ล้านลิตร

๐ จะทำให้มีภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะน้ำมันมีต้นทุนสูงกว่าก๊าซฯ

แน่นอน ค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้น เพราะใช้น้ำมันเตาย่อมแพงกว่าใช้ก๊าซธรรมชาติ แต่จะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูว่าใช้น้ำมันในการเดินเครื่องในช่วงดังกล่าวไปในปริมาณที่เท่าไหร่

๐ จะมีการทบทวนการทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติใหม่ กฟผ.คิดอย่างไรบ้าง

สัญญาใหม่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ที่จะทำและเป็นผู้รับรอง แต่ถ้าเรกูเลเตอร์เห็นควรที่จะต้องเปลี่ยนสัญญาใหม่ กฟผ.ก็ยินดีเปลี่ยน เพราะสัญญาเดิมที่ ปตท.ทำอยู่ก็ยังมีบทปรับไม่มากนัก ซึ่งหากเป็นการหยุดจ่ายก๊าซฯ ตามแผนก็ไม่มีการปรับ แต่จะปรับในส่วนที่ก๊าซฯ หายไป เพราะที่เขาทำกันตอนนี้เป็นสัญญาแบบรัฐต่อรัฐที่ค่าปรับไม่ค่อยจริงจังมากนัก ซึ่งวิธีนี้ทำยากในทางปฏิบัติ และค่าปรับก็คำนวณยากว่าจะคิดแค่ไหน

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลกับเรกูเลเตอร์ ถ้าอยากให้โครงสร้างสัญญาเป็นธุรกิจ 100% ก็ต้องทำประกันรายได้ให้หรือมีค่าประกันความเสี่ยง แต่ตอนแรกไม่ได้คิดไว้ถ้าจะมาทำประกันความเสี่ยงตอนนี้ก็อาจจะไม่เหมาะสม เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป หากเป็นบริษัทผู้ผลิตก๊าซฯ ก็ต้องจ่ายเยอะ แต่วิธีการประกันความเสี่ยงด้านรายได้แบบนี้ พวกผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) เขาทำกัน เบี้ยประกันก็ตกปีหนึ่งเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันเหล่านี้ก็ต้องมาใส่อยู่ในค่าพรีเมียมท่อ พรีเมี่ยมก๊าซฯ ด้วย

๐ อย่างนี้ก็ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นด้วยหรือเปล่า

อ๋อ...มันต้องอยู่ในค่าไฟอยู่แล้ว จะบอกว่าค่าเชื้อเพลิงแพง แต่จะใช้ไฟถูกได้ไง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ต้องไปรวมอยู่ในภาระค่าไฟฟ้าด้วย เพราะต้นทุนเพิ่มจะไม่รวมอยู่ในค่าไฟได้ไง

หากมีการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติใหม่ ให้ทุกสัญญาทำประกันราคาจะทำให้ต้นทุนก๊าซฯ สูงขึ้น แต่ในระยะยาวจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบเป็นห่วงโซ่ เช่น หากเกิดปัญหาก๊าซฯ หยุดจ่าย ปตท.สามารถเคลมจากผู้ผลิตก๊าซฯ ได้ ขณะเดียวกัน กฟผ.จะได้สามารถเคลมค่าเสียหายจาก ปตท.ต่อได้ แต่ก็ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นแน่ แต่ที่ผ่านมา กฟผ.บริหารจัดการให้ โดยเอาโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำมาเดินเครื่องแทน ทำให้ค่าเชื้อเพลิงถูกลงด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ต้องกับสัญญาที่ทำไว้ หากจะทำแบบนี้ก็ต้องไปรื้อสัญญาใหม่ทั้งระบบ แต่วันนี้เป็นเพียงปรับตามสัญญาเล็กๆ น้อยๆ

๐ แสดงว่ายังไม่ได้รับเงินคืนจากการรับภาระค่าไฟฟ้าไปให้ประชาชนก่อน

ยังครับ กฟผ.ยังรับภาระอยู่ เห็นได้ว่า กฟผ.เป็นฝ่ายช่วยเหลือมาตลอด แต่วันนี้ไม่อยากพูดเรื่องค่าเอฟทีแล้ว พูดบ่อยๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าผมแข็งเมือง (หัวเราะ)

วันนี้ผมอยากพูดเรื่องอนาคตมากกว่า เพราะการใช้ไฟโตขึ้น แม้สำรองไฟฟ้าอยู่ที่ 26% ก็ตาม เพราะหากปริมาณสำรองต่ำกว่านี้ พอเกิดเหตุสะดุดก็อาจต้องดับไฟ ที่ก๊าซพม่าหายไปแห่งหนึ่งจะเท่ากับว่าหายหมด นี่เป็นความเสี่ยงใหญ่ที่ยังแก้ไม่ได้ และก๊าซฯ พม่าต้องแก้ด้วยการทำแอลเอ็นจีเทอร์มินัล แต่ก็ต้องมีสัญญาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เช่น ค่าเช่าเรือ แล้วถ้าบอกว่าให้เช่าเรือมาเพื่อเป็นสำรองก็ไม่คุ้ม เพราะค่าใช้จ่ายแพง นี่คือปัญหา นอกจากจะลดสัดส่วนก๊าซฯ ลงมาจาก 70% ให้เหลือ 50%

๐ 5 ปีต่อจากนี้ไป จำเป็นต้องวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่แล้วหรือยัง

ความจริงวันนี้ต้องเป็นไอพีพีที่ต้องเริ่มวางแผนได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้เลย โรงไฟฟ้าบางคล้าก็ยังโดนค้านอยู่ ก็ต้องถามคนไทยว่าจะเอาอะไร ปีนี้ยังมีน้ำเทินและพระนครเหนือเข้าระบบที่พอไปได้ แต่หลังจากนี้ก็ไม่มีโรงไฟฟ้าอะไรเข้าระบบแล้ว หากสร้างต่อไปไม่ได้ก็จะมีปัญหาแน่ และยิ่งถ้าเศรษฐกิจขยายตัวแบบนี้ คาดว่าปี 55 มีปัญหาแน่ เพราะตอนนี้เราซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านหมดแล้ว

ที่ผ่านมา กฟผ.ได้ส่งสัญญาณไปแล้วว่า เศรษฐกิจขยายตัวขึ้น โดยดูได้จากยอดการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.52-ม.ค.53 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

๐ มีโอกาสที่ไฟจะดับทั่วประเทศหรือไม่

ระยะสั้นนี้คงไม่มี แต่...ระยะยาวไม่แน่ ถ้าไม่เลือกอะไรเลย

๐ มองว่ายอดการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นมาจากการที่คนไทยใช้ไฟฟ้าฟุ่มเฟือยหรือเปล่า

คิดว่าคนไทยใช้ไฟมีประสิทธิภาพมากกว่าเมืองนอกเยอะ เทียบกับอเมริกาแล้วเราไม่ได้ใช้จ่ายไฟฟ้าฟุ่มเฟือยแบบเขา เพราะเขามีกิจกรรมกลางคืนเยอะ ป้ายโฆษณาต่างๆ

๐ ถ้าพีกสูงขึ้นไปอีก แล้ว กฟผ.ทำอย่างไร

ก็มีแนวโน้มแบบนั้น เพราะเคยให้สัญญาณไปก่อนนี้แล้ว ยอดการใช้ไฟฟ้าเป็นตัวสะท้อนสภาพเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี และตอนนี้ กฟผ.กำลังรณรงค์การใช้หลอดผอมพิเศษเบอร์ 5 (ที 5) ซึ่งจะประหยัดไฟกว่าหลอดธรรมดาทั่วไป 30% โดยระยะแรก กฟผ.ก็ให้การสนับสนุนผู้ผลิตหลอดผอมพิเศษเบอร์ 5 (ที 5) คนไทย ขณะนี้ก็มีออกมาแล้ว 2 ยี่ห้อ คือ เลคิเซ่กับซิลวาเนีย

ปัจจุบันมีหลอดไฟทั่วประเทศ 160 ล้านหลอด หากสามารถเปลี่ยนให้เป็นหลอดที 5 ได้หมด จะสามารถประหยัดพลังงานได้เยอะ เท่ากับช่วยประเทศลดการใช้ไฟฟ้า ลดคาร์บอนไดออกไซด์ และยังช่วยลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ 2-3 โรงทีเดียว

๐ คิดอย่างไรกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 53-73 (พีดีพี 2010) ที่กำหนดเป็นระยะยาว 20 ปี และมีกระแสข่าวว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 11 โรง

แผนพีดีพี 2010 มีการกำหนดระยะยาวมาก 20 ปี อีก 20 ปี ผมก็ไม่อยู่แล้ว คิดว่าเลื่อนลอยไป ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้ เพราะยาวไป แต่คิดว่ากระทรวงพลังงานคงมองระยะยาวว่าอีก 20 ปี ก๊าซธรรมชาติจะหมดไป ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนแล้ว ทางเลือกสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นต้องเป็นพลังงานนิวเคลียร์กับถ่านหิน ยกเว้นว่าวันนั้นเกิดพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาถูกลงมามาก จากวันนี้ที่มีต้นทุนอยู่ที่ระดับ 15-20 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่ 8 บาทต่อหน่วย ซึ่งก็รวมอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) แล้วประมาณ 20 สตางค์ต่อหน่วย

๐ เรื่องหน้าที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องนิวเคลียร์เป็นหน้าที่ของใคร

เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน แต่คนจะมองว่า กฟผ.เป็นคนสร้าง ดังนั้นเวลาโดน กฟผ.ก็จะโดนเต็มๆ เลย แต่ผมก็เห็นด้วยกับกระทรวงพลังงานที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะวันนี้โรงไฟฟ้าจะตอบคำถามได้หมด ทั้งลดปัญหาโลกร้อน แก้ปัญหาก๊าซฯ หมด และยังมีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำ คือ นิวเคลียร์

ส่วนพลังงานหมุนเวียนต้องเอา แต่รับสูงสุดได้แค่ 20-30% เพราะถ้าเอาตามที่ต้องการเต็มที่ 2 หมื่นเมกะวัตต์ ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงว่ากลางคืนจะต้องดับไฟ เพราะพลังงานหมุนเวียนมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องปริมาณ เวลาและสถานที่ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้เฉพาะช่วงกลางวันที่มีแดดเท่านั้น พลังงานลมก็ต้องเลือกสถานที่ที่มีลมแรงพอ ต้องยอมรับว่าทุกอย่างในโลกไม่มีของฟรี มี 2 ด้าน และต้องยอมรับว่าจะมีราคาแพงขึ้น แต่ไม่ได้บอกให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นทางเลือกค่อยๆ ตัดสินใจ เลือกไม่เลือกแล้วแต่ประชาชน

๐ แล้วสรุปพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือยัง

ยังครับ ตามแผนต้องคัดออกมาตามด้านเทคนิคให้เหลือ 5 แห่ง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาที่ไหน ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน แล้วค่อยรอให้คนตัดสินใจก่อนว่าจะเอาหรือไม่เอา ซึ่งกระทรวงขอเวลาตัดสินใจ 3 ปี ว่าจะเอาหรือไม่เอา แต่ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 1 ปี

๐ มุมมองของท่านคิดว่าโลเกชั่นสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ควรเป็นอย่างไร

หลักๆ แล้วควรต้องเป็นพื้นที่ที่มีน้ำ ไม่ตั้งอยู่ในเขตที่มีรอยเลื่อนแผ่นดินไหว และตามหลักแล้วควรเป็นพื้นที่ที่ไม่มีชุมชนอยู่หนาแน่น และควรมีระบบขนส่งหลักๆ รองรับอยู่ในบริเวณนั้น

๐ ดูเหมือนว่าข่าวออกมาว่าอยู่ตรงไหน คนก็คัดค้านหมด

ผมว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนยังไม่รู้และเข้าใจ เพราะที่ผ่านมาเป็นการเข้าสำรวจทางเทคนิคเท่านั้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง เป็นผม ผมก็บอกว่าโนเหมือนกัน

๐ เตรียมรับมือความต้องการใช้ไฟฟ้าในหน้าร้อนนี้อย่างไร เพราะมีสัญญาณว่าปีนี้น้ำจะแล้งมากและพีกสูงขึ้นต่อเนื่อง

ได้เตรียมพร้อมโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเตาไว้แล้ว แต่ดูแล้วอาจไม่พอก็จะใช้ดีเซลกับโรงไฟฟ้าแก๊สเทอร์ไบน์มาช่วย แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า บอกให้ กฟผ.เตรียมรับมือ แต่พอค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็ไม่ยอม ก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ถ้าวันนี้ กฟผ.เป็นบริษัทเอกชนก็คงเจ๊งไปนานแล้ว วันนี้ กฟผ.ก็เลยทำโครงการเบอร์ 5 เพื่อให้ประชาชนประหยัดการใช้ไฟฟ้า

๐ ถือเป็นเรื่องแปลกที่ กฟผ.เป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้าแท้ๆ แต่กลับรณรงค์ให้คนใช้ไฟน้อยลง

(หัวเราะ...) แม้ว่าจะทำแล้วจะขายไฟได้น้อยลง แต่ก็ต้องทำเพื่อสังคมส่วนรวม โดยตอนนี้รัฐบาลเขามีแรงจูงใจให้ว่า ถ้าใครเข้าร่วมโครงการก็จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งในองค์กรตัวเองก็ยังเป็นการประหยัดด้วย

๐ ก็ไม่เป็นไร เพราะ กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจที่นำส่งเงินให้กระทรวงการคลังสูงสุด

(หัวเราะ...) ใช่ เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่นำส่งเงินให้คลังมากที่สุด โดยตัวเลขที่ส่งให้คลังเป็นเม็ดเงินจริงๆ แต่ตัวเลขรายรับที่ กฟผ.จะได้รับคืนจากการแบกรับภาระค่าเอฟทีให้ก่อน ที่ยังเหลือค้างอยู่ 1.4 หมื่นล้านบาท ยังเป็นตัวเลขติดค้างอยู่เลย

ความจริงก็มีคนยุให้ผมไปหักกับค่าไฟฟ้าที่หน่วยงานราชการค้างจ่ายอยู่เหมือนกัน.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์