ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด wwww.thaipost.net คงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองหลังศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร กันอย่างห้ามพลาด โดยเฉพาะหลังจากที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำการจับกุมตัว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือเคทอง พร้อมลูกน้องคนสนิททั้ง 6 คนในรถตู้ส่วนบุคคลของเสธ.แดง เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา และมีการนำตัวไปกักขังอยู่ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 กองปราบ โดยล่าสุดมีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 มีนาคมที่กองปราบปราม เสธ.แดงได้เดินทางเข้าเยี่ยมเคทอง หลังจากตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่าช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นจากการจับกุมของตำรวจ งานนี้เสธ.แดงยังปากแข็งอ้างว่าไม่ได้ให้ที่พักเคทองหลบซ่อน แถมทำไขสือว่าต้องการจะพาเคทองเข้ามอบตัวอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเจรจากับทางตำรวจให้ชัดเจนก่อนว่าจะพาเคทองเข้ามอบตัวได้อย่างไร และบอกว่าเตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน จ.นครปฐม มูลค่าประมาณ 9 แสนบาท เพื่อยื่นขอประกันในชั้นศาลในจันทร์ที่ 8 มี.ค.2553 นอกจากเสธ.แดงแล้วยังมีแกนนำพรรคเพื่อไทยสายฮาร์ดคอร์ทยอยเยี่ยมเป็นระยะ เช่น พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต ผบช.ก. ที่เป็นมือวางแผนการเมืองหลังฉากตัวจริงของคนเสื้อแดงมาตลอด ขนาดถูกจับคาหนังคาเขากันแบบนี้ เสธ.แดงยังทำไขสือ หมดสิ้นลายชายชาติทหารจริงๆ สงสัยนึกว่าประชาชนกินแกลบรู้ไม่ทัน รีบๆ ถอดเครื่องแบบทหารไปเป็นสมุนรับใช้ทักษิณได้แล้ว..
...ในช่วงสัปดาห์หน้าที่การชุมนุมใหญ่ของ นปช.-คนเสื้อแดงจะเริ่มต้นขึ้น โดยเฉพาะ
ในวันนัดชุมนุมใหญ่ 14 มีนาคม 2553 โดยที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไม่อยู่เพราะติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ จึงทำให้อำนาจการควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในมือของสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ภารกิจนื้ถือว่าเป็นงานพิสูจน์ฝีมือของสุเทพอย่างแท้จริงว่าจะเอาอยู่หรือไม่ เพราะหากมีอำนาจในมือมากมายภายใต้โครงสร้าง คตม. ที่มีทั้งกองทัพ-ตำรวจ-มหาดไทย อยู่ในอุ้งมือ ขอเพียงให้สุเทพสั่งการ แต่กลับใช้อำนาจไม่เป็น บริหารอำนาจไม่เก่งก็มีหวังสุเทพเสียราคาการเมืองแน่นอน
เพราะดูแค่โครงสร้าง คตม.ก็เห็นแล้วว่า มันก็คือกองทัพน้อยย่อยๆ ดีๆ นั่นเอง เพราะกรรมการประกอบไปด้วย รมว.กลาโหม, รมว.ศึกษาธิการ, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงกลาโหม, ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อัยการสูงสุด, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แถมด้วยบิ๊กๆ ในกองทัพที่ต้องทำงานอันเดอร์สุเทพทุกคำสั่ง ไล่ตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ปลัดกรุงเทพมหานคร, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นต้น
หากดาบที่มีอยู่ในมือมากมายแล้วสุเทพนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือใช้ไม่เป็นก็น่าห่วงไม่น้อยว่าคงทำให้เสื้อแดงฮึกเหิมไม่ใช่น้อย เพราะล่าสุดสุเทพก็ยังแสดงอาการฝ่อให้เห็นทั้งที่ตำรวจควบคุมตัวเคทองและพรรคพวกได้ แทนที่จะฮึกเหิมสร้างขวัญกำลังใจ บอกกับประชาชนว่าไม่ต้องเป็นห่วง การชุมนุมเสื้อแดงรัฐบาลรับมือได้ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่กลับบอกว่าจับเคทองได้แล้วก็ยังวางใจสถานการณ์ไม่ได้ เฮ้อ แบบนี้น่าจะพิจารณาตัวเองได้แล้วมั้ง....
ปิดท้ายด้วยการประเมินสถานการณ์การเมืองของพรรคการเมืองใหม่ คือสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ ที่ชี้ทิศทางเป้าหมายเผาบ้านเผาเมืองของเสื้อแดงว่า ตั้งแต่วันที่ 12-18 มี.ค.2553 คือ 7 วันอันตราย อะไรก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะคนเสื้อแดงมีเป้าหมายคือกดดันให้รัฐบาลยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีลาออก หากไม่เป็นไปตามที่ต้องการ กลุ่มคนเสื้อแดงอาจมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการจลาจลนองเลือด และจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ตามที่จักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้พยายามขายความคิดผ่านภูฏานโมเดลหรือเนปาลโมเดล ถามว่าเนปาลโมเดลคืออะไร แค่คิดก็หนาวแล้ว หากเรื่องนี้เป็นความจริง ผู้สนใจหาประวัติศาสตร์การเมืองเนปาลได้ทางเว็บไซต์ต่างๆ หรือ google เจ้าเก่า ......








