อีกแค่สี่ซ้าห้าวัน...ก็จะถึงกำหนดวันเคลื่อนพยุหพลโยธาของบรรดาพลพรรคเสื้อแดงทั้งหลาย เพื่อทำสงคราม 10 ทัพ ภายใต้การบัญชาการของ พระเจ้ามูลเมือง ผู้นั่งกระดิกหัวแม่เท้าข้างซ้ายอยู่ ณ มหานครดูไบ รอดูความตายของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ตลอดไปจนความพังพินาศฉิบหายของบ้านเมืองอย่างใจจดใจจ่อ...
----------------------------------------
อย่างไรก็ตาม...เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะมีการระดมไพร่ราบ พลเลว ทัพช้าง ทัพม้า ปีกกา เกียกกาย ฯลฯ มาได้นับเป็นจำนวนแสนจำนวนล้าน หรือไม่? เพียงใด? ก็แล้วแต่ แต่เมื่อมาถึง ณ วินาทีนี้...คงต้องยอมรับว่า ในแง่เหตุผลความชอบธรรมของบรรดาพวกเสื้อแดงทั้งหลาย นับวันจะลดน้อยถอยลงชนิดแทบไม่เหลือติดก้นตุ่มก้นไหเอาเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะอาการที่แสดงออกถึงความกระเหี้ยนกระหือรือ โกรธเกรี้ยว เฉียวฉุน โหดเหี้ยมอำมหิต แถมยังสุดแสนจะหยาบคาย ไร้กิริยามารยาทเยี่ยงอารยชนพึงมี ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้น้ำหนักของการเคลื่อนไหว เรียกร้องใดๆ ก็แล้วแต่ ลดลงแบบฮวบๆ ฮาบๆ อย่างเห็นได้ชัด...
--------------------------------------------
พูดง่ายๆ ว่ากระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า ผู้ซึ่งตัดสินใจถลกจีวรขึ้นเวทีเสื้อแดง ถ้าหากใครก็ตามได้ฟังคลิปคำปราศรัย ที่เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ นำมาเผยแพร่ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เรียกว่า...มีแต่ต้องตกตะลึงตาค้าง คิดไม่ถึงเอาเลยว่า...ขนาดพระแท้ๆ อะไรจะหยาบ จะถ่อย แถมลามก อนาจาร สามารถหยิบเอาเรื่องเพศ เรื่องอวัยวะเพศมาพูดจาได้คล่องปากคล่องคอถึงเพียงนี้ การด่าทอ จาบจ้วง ลามปาม ไปถึงบรรดา องคมนตรี ชนิดไล่เรียงเป็นลูกระนาด อันที่จริงต้องถือว่าน่าสลดหดหู่ น่าอันตรายมากพอแล้ว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงสถานะของ สถาบันศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ต่างก็เติบโตเคียงคู่กันมา และกลมกลืนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันมาก่อน แต่ยิ่งไปแยกแยะคำพูดคำจาในแต่ละคำที่สุดแสนจะสกปรกหยาบช้า เกินกว่าปุถุชนคนธรรมดาจะยอมรับได้ ก็ยิ่งทำให้น่าอเนจอนาถ น่าเวทนา สร้างความเศร้าหมองให้กับพระศาสนาอย่างหาที่สุดมิได้...
-------------------------------------------------
ในเมื่อขนาด พระเสื้อแดง ยังหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้ แล้ว ฆราวาส ธรรมดาๆ เรียกว่า...แทบไม่ต้องพูดถึงเอาเลยก็ว่าได้ แต่ละคน แต่ละราย ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัว รอบเวที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมาจากปาก ทำเอาคำว่า สันติวิธี-อหิงสา กลายเป็นคำโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปอย่างช่วยไม่ได้ การประกาศปิดฉาก ปิดเกมภายใน 3 วัน 4 วัน ประกาศจะทำสงครามครั้งสุดท้าย ประกาศจะยึดบ้านยึดเมือง เผาบ้านเผาเมือง หรือพร้อมเสมอที่จะสร้างความพินาศฉิบหายใดๆ ก็ได้ เพียงเพื่อตอบสนองบุญคุณความแค้นให้กับ พระเจ้ามูลเมือง รายเดียวเท่านั้น...อันนี้ ไม่ว่าใครก็ใครเถอะ ถ้าหากยังเป็นผู้ที่มีสติปัญญา มีความยั้งคิด มีเหตุมีผล อยู่ในความรู้สึกแม้แต่เพียงนิดๆ ...ยังไงๆ ก็คง รับไม่ได้ โดยเด็ดขาด!!!
----------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้ ถึงจะมากันเป็นแสนเป็นล้านก็เถอะ...แต่ถ้าหากไม่สามารถทำให้คนอีก 60 กว่าล้าน เกิดความยอมรับได้ แล้วสิ่งที่เรียกว่า ชัยชนะ ซึ่งตัวเองเพรียกหา...มันคงไม่สามารถงอกออกมาจากปากสุนัขได้โดยเด็ดขาด ยิ่งพยายามเพิ่มความหยาบ ความแรง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการ กลืนกินตัวเอง หรือยิ่งทำให้บรรดาชาวบ้านร้านตลาด ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนเลย เบื่อหน่าย เกลียดชัง รังเกียจหนักยิ่งขึ้นเท่านั้นพูดง่ายๆ ว่า เพียงแค่คิดจะเอาชนะ รัฐบาล หรือเอาชนะพวกที่ตัวเองเรียกว่า อำมาตย์ โดยไม่ได้คิดจะเอาชนะจิตใจประชาชนพลเมือง ผู้ซึ่งอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันกับตัวเองเอาเลยแม้แต่น้อย สุดท้าย...มันย่อมต้องมีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้นเอง....
-------------------------------------------------
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงอาการหยาบช้าสามานย์ มุ่งที่จะจาบจ้วง ทำลาย ต่อบางสิ่งบางอย่าง เพียงเพื่อที่จะตอบสนองความสะใจ ความเคียดแค้น ชิงชัง ของตัวเองล้วนๆ โดยไม่ได้ครุ่นคิดคำนึงถึงความเคารพ ความศรัทธา ที่ผู้อื่นอีกจำนวนมากมายมหาศาล มีต่อสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย ลักษณะอาการเช่นนี้ ถ้าหากพูดกันตามภาษานักทฤษฎีทั้งหลาย ก็คือการ สามัคคีทุกฝ่าย-ทำลายตัวเอง นั่นเอง แทนที่จะส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายที่ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ตัวเองนั่นแหละ...อาจจะหนีทะลุออกไปถึงเขมรยังไม่ได้ ดีไม่ดีอาจติดอยู่แถวๆ ชายแดน เสี่ยงต่อการถูกใครก็ตามที่จำหน้าได้ รุมตื้บ รุมตีน ชนิดที่แม้นอยากตายก็ยังตายไม่ได้เอาเลยก็ไม่แน่???
---------------------------------------------------------
ใครก็ตามที่ดันไปคิดว่า สิ่งซึ่งผ่านการพัฒนาการ ผ่านกระบวนการสร้างสมมานับเป็นร้อยๆ พันๆ ปี สามารถที่จะบดขยี้ทำลายให้สิ้นซากไปภายใน 3 วัน 4 วันเท่านั้น ถ้าหากว่าไม่ โง่สุดๆ ก็มีแต่ บ้าไปแล้ว เท่านั้นเอง แม้นว่า ข้อเรียกร้องแบบเป็นทางการ ของบรรดาพวกเสื้อแดง จะหยุดยั้งอยู่เพียงขอให้รัฐบาลยุบสภาฯ เท่านั้น แต่โดยลักษณะอาการตั้งแต่หัวจรดหาง ล้วนแล้วแต่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ต้องการที่จะ พลิกฟ้า-คว่ำดิน อย่างไม่พึงต้องสงสัย ก็เอาเถอะ...ไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ยอมยุบสภาฯ ไปตามคำเรียกร้องหรือไม่? เพียงใด? ก็ตาม แต่นั่นมันไม่ได้หมายถึง ชัยชนะ ของพวกเสื้อแดงแต่อย่างใดเลย แต่กลับจะยิ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้คนอีกนับไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบล้าน พร้อมที่จะลุกฮือขึ้นมาต่อต้านปกป้องสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นศรัทธา ไปจนกว่าเลือดของพวกเสื้อแดงจะแดงฉานไปทั่วทั้งแผ่นดินนั่นแล...
-----------------------------------------------------------
ไม่ได้เป็นการฉลาดอะไรเอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่เสื้อแดงตัวพ่อ ไปยันถึงตัวลูก ที่ต่างก็หันมาแก้ผ้าเปิดเผยเนื้อตัว หรือเปิดเผยจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของตัวเองออกมาอย่างล่อนจ้อนก่อนระยะเวลาอันควร และอาจเป็นเพราะตั้งแต่หัวขบวนไปจนถึงหางขบวน ล้วนแล้วแต่โง่สนิทติดทนนานเช่นนี้ ยังไม่ทันยกทัพโยธา เคลื่อนขบวนทัพหลวง ทัพหน้า ออกมาเลย ภายในขบวนก็ส่ออาการเละเป็นเต้าหู้ตกโต๊ะ เละเป็นอุจจาระ หนักขึ้นๆ ทุกที ขนาดหัวหน้ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายและรองหัวหน้ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่อุตส่าห์ไปซุ่มวางแผนเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนๆ อยู่ถึงกลางทะเลทรายดูไบ อยู่ดีๆ ...ดันไปเดินเข้าทางเท้าของตำรวจกองปราบถึงกองบังคับการเอาง่ายๆ พรรคก็แตกแล้ว กองกำลังก็หัวหายไปแล้ว เหลือแต่มวลชนล้วนๆ ทฤษฎีแก้ว 3 ประการ ก็คงต้องแปรสภาพไปเป็น ทฤษฎีกะละมัง 3 ใบ ด้วยประการละฉะนี้....
---------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ (อีกครั้ง)... "โทษทัณฑ์ที่คนโกหกต้องได้รับนั้น มิใช่เพราะคนไม่เชื่อคำพูดของเขา แต่เพราะเขาไม่สามารถเชื่อคำพูดของใครได้อีก...".
-------------------------------------------------------








