เดินตามก้น
เป็นธรรมเนียมประจำทุกปี สำหรับ "ยุวประชาธิปัตย์" ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้จัดให้นักเรียน เยาวชน เข้ามาฝึกอบรมเสริมสร้างรากฐานทางประชาธิปไตยที่ดีในอนาคต ก็เป็นธรรมเนียมเช่นเคยที่ต้องเขามาเยี่ยมเยือนรัฐสภา และเข้าพบนายกรัฐมนตรี
โอบามาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ รูปหล่อ ก็เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าพบ รวมถึงเปิดอากาศให้ซักถามทุกแง่มุม โดยมีตัวแทน ยุวประชาธิปัตย์ เข้าซักถามบ้างก็ถามด้วยความสงสัยว่า "ในชีวิตนายกฯ มีอะไรตลกๆ บ้างมั้ยครับ?" โอบามาร์ค ทำท่าครุ่นคิดก่อนบอกว่า "ก็มีอยู่เรื่อง คุณศิริโชคนี่ล่ะ! (ศิริโชค โสภา เจ้าของฉายาวอลเปเปอร์)"
ด้วยความสงสัยของเด็กก็ถามอีกว่า "ก็เห็นท่านนายกฯ เดินตามกันไปมา" นายกฯ รีบรับลูกจึงบอกว่า "ผมขอแก้ตัวก่อนนะครับ ผมไม่ได้เดินตามเขา แต่เขามาเดินตามผม!@" พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ทำให้เกิดความกระจ่างกับบรรดาผู้ที่เข้าร่วมรับฟัง และตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเจ้าของฉายา วอลเปเปอร์ แบบเขินอาย ฮ่าๆๆๆ
แหะๆ ช่างเป็นฉายาที่เจ้าตัวก็ภาคภูมิใจเสียจริงๆ แม้แต่ ทั่นนายกฯ ในฐานะคนถูกตาม ถึงจะบ่นๆ แกล้งๆ กัดๆ แต่ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ! (ฮ่าๆ)
กลัวนักข่าวเหงา
ยังมีเรื่องของ วอลเปเปอร์ อีก โดยวันฉัตรมงคลที่ผ่านมา แม้จะเป็นวันหยุดราชการ แต่ที่ทำการ ศอฉ.ก็ยังเปิดสแตนด์บายตลอดเวลา ส่งผลให้บรรดากระจิบข่าวน้อยใหญ่ทุกสำนักมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ต่างๆ
แต่เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบครึ่งวัน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครลงมาแถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จนกระทั่งบ่ายกว่าๆ วอลเปเปอร์-ศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หรือโฆษกประจำตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ให้เจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า "เดี๋ยวทั่นศิริโชคจะลงมาให้ข่าวนะจ๊ะ!" บรรดากระจิบข่าวก็ตื่นตัวเตรียมทำงานกันทันที
พอแถลงข่าวเสร็จ กระจิบข่าวก็แซวไปว่า "ทำไมวันนี้มาให้ข่าวถึงที่นี่ล่ะ ปกติให้ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เหรอ!" วอลเปเปอร์ ยิ้มแฮะๆ บอกว่า "กลัวนักข่าวเหงา ก็เลยมาให้ที่นี่จ๊ะ ผมไม่ได้มาเป็นตัวแทนใครนะ แต่ผมมาจากทีมการเมืองคร้าบบบบ" (ฮ่า!)
จุ๊!จุ๊! งานนี้ไม่บอกก็รู้ว่าใครใช้ให้มา เพราะเห็นตามติดบุคคลสำคัญอย่างกะเป็นเงา นี่ไม่รู้ว่าถ้าเลือกตั้งใหม่แล้วยังจะตามไปอีกหรือเปล่านะเนี่ย ต้องรอดู หุ หุ
สวิงยับ
ปะหน้า ดร.เหลิม-เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังยิ้มแย้มอารมณ์ดี แม้ข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ซุ่มตระเตรียมข้อมูลมานานจะไม่ได้ใช้อภิปรายฯ ในสภาเสียแล้ว ดร.เหลิม เลยบ่นแบบเน้นเสียง "เสียดาย เสียดายจริงๆ!" เพราะเตรียมเชือดพรรคคู่แค้นภูมิไจไทย โดยเฉพาะในรายรัฐมนตรีคมนาคม-มหาดไทย ก็พลอยอดไปด้วย
แต่สำหรับมุกหยอกล้อกับกระจิบข่าวยังเต็มเปี่ยม พลันปะหน้ากระจิบข่าวสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม แถมขาวซะด้วย เลยต้องหยอกเอินไปหนึ่งมุก "แหม! วันนี้แต่งตัวได้สวิงยับจริงๆ!@" ทำเอากลุ่มกระจิบข่าวถึงกับฉงนเล็กน้อยกับคำว่า "สวิงยับ!" พร้อมกับยิงคำถามไปยัง ดร.เหลิม แท้จริงแปลว่าอะไร?
ทั่นเฉลิม หัวเราะ พลางยกนิ้วอธิบาย "สวิงยับก็หมายถึง แต่งตัวได้เฉี่ยวมาก แบบสวยแบบเฉี่ยวๆ!" สร้างเสียงครื้นเครงต่อวงสนทนา แม้ศัพท์จะไม่ค่อยคุ้นหูก็ตาม อิอิ
แหะๆ! ถือว่าลีลาแซวหยอกเอินยังคงเหมือนเดิม ก็หวังว่าเลือกตั้งจริงๆ พรรคพวกคงจะไม่สวิง-ไปมานะทั่น ฮ่า!
ลูกไพร่
หากยังจำได้การเคลื่อนไหวช่วงแรกของคนเสื้อแดงใช้ชื่อว่า แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปก.) ครั้งนั้น 1 ในสามเกลอ คือ เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. อินจัดถึงกับตั้งชื่อลูกชายคนแรกว่า นปก (อ่านว่า นะปก)
และการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ดันบังเอิญว่า ภรรยาของ ณัฐวุฒิ ก็ท้องลูกคนที่ 2 แต่รอบนี้เจ้าตัวกลับไม่กล้าประโคมข่าวมากนัก เพราะเกรงจะกระทบคนใกล้ชิด เพราะสถานการณ์การเมืองนั้นรุนแรง ต่อสู้กันทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องครอบครัว
ทำเอา ณัฐวุฒิ ปิดเงียบเรื่องลูก แต่มีการเมาธ์กันว่า "เมียเต้นได้ไปทำอัลตร้าซาวด์ครรภ์ และพบว่าเป็นเพศหญิง และขณะนี้ได้คลอดลูกออกมาแล้ว"
เมื่อกระจิบข่าวไปสอบถามความจริง เจ้าตัวเงียบและไม่ตอบคำถามดังกล่าวเลย แม้กระทั่งชื่อก็ไม่ยอมบอกว่าจะตั้งว่าอะไร จากนั้นจึงมีการแซวว่า "คงไม่ตั้งชื่อลูกว่า 'ไพร่' หรอกนะ ตามแนวทางการต่อสู้ของ นปช." ขณะที่ ณัฐวุฒิ อมยิ้ม แต่ไม่ตอบอะไร(อิ อิ)
แหะๆ หากตั้งชื่อนั้นจริง โตขึ้นลูกคงเปลี่ยนชื่อแน่ๆ เพราะคงไม่มีใครอยากเป็น ไพร่ มีแต่อยากเป็น อำมาตย์ ทั้งนั้น! (ฮ่าๆ).








