นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลครั้งแรกในประวัติศาสตร์หลังชนะอินเดียนาโปลิส โคลต์ส 31-17 ดริว บรีส์ ควอเตอร์แบ็กของเซนต์สคว้าเอ็มวีพีไปครอง ขณะที่เพย์ตัน แมนนิง ชวดแชมป์ที่สองในรอบ 4 ปี ในศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
ดริว บรีส์ ควอเตอร์แบ็กของนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ในเกมนี้ขว้างไป 39 ครั้ง เพื่อนรับได้ถึง 288 หลา เป็นการขว้างสองทัชดาวน์ก่อนที่เทรซี พอร์เตอร์ จะยืนยันชัยชนะด้วยการฉกอินเตอร์เซ็ปต์จากการขว้างของเพย์ตัน แมนนิง ในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน และวิ่งย้อนไปทำทัชดาวน์ระยะ 74 หลาสำเร็จ
"ผมภูมิใจในทีมนี้ บรรดาโค้ชเหล่านี้ และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส" ฌอน เพย์ตัน เฮดโค้ชของเซนต์สกล่าวกับผู้สื่อข่าว ขณะที่ ดริว บรีส์ ที่คว้ารางวัลเอ็มวีพี หรือผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมนี้บอกว่า "มันเหมือนกับว่ามันเป็นพรหมลิขิตให้มันต้องเป็นแบบนี้"
บรีส์ที่เริ่มอาชีพกับซานดิเอโก ชาร์จเจอร์ส ก่อนจะย้ายมาอยู่กับนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส เมื่อปี 2006 หลังพายุเฮอริเคนแคทรินา และกลายเป็นควอเตอร์แบ็กคนสำคัญของเฮดโค้ชฌอน เพย์ตัน ในการสร้างทีมใหม่หลังจากย่ำแย่มาหลายปี
"พวกเราเพียงเชื่อมั่นในตัวเอง พวกเราต่างรู้ดีว่าทั้งเมืองหนุนหลังเราและบางทีอาจจะทั้งประเทศ และเราก็ทำได้มากกว่าที่คาดไว้" ควอเตอร์แบ็กชาวเทกซัสวัย 31 ปีกล่าว "ประชาชนต่างเชื่อมั่นในพวกเราและช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นเพื่อออกไปเล่นเหมือนอย่างที่เราทำในคืนนี้"
ความพยายามครั้งสุดท้ายของโคลต์สนั้นจบลงในช่วง 44 วินาทีสุดท้ายของเกม เมื่อเรจจี เวย์น ไม่สามารถรับบอลจากการขว้างของเพย์ตัน แมนนิงได้ ก่อนที่บอลจะไปตกในเขตเอนด์โซนที่ทำให้เซนต์สชนะซูเปอร์โบว์ลเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปี
เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็กที่หวังจะพาอินเดียนาโปลิส โคลต์ส คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลเป็นครั้งที่สองในรอบ 4 ปี เกมนี้เขาขว้างไป 45 ครั้ง เพื่อนรับได้ 31 ครั้ง ได้ระยะไป 33 หลา เป็นการขว้าง 1 ทัชดาวน์ และเสียอินเตอร์เซ็ปต์ที่สำคัญมากไป 1 ครั้ง
"เขาเล่นเพลย์นั้นได้ยอดเยี่ยมมาก นั่นคือสิ่งที่ผมสามารถพูดได้ พอร์เตอร์สร้างเพลย์นั้นได้เยี่ยมจริงๆ" เพย์ตัน แมนนิงกล่าวถึงเทรซี พอร์เตอร์ ตัวคุมปีกของเซนต์สที่ตัดหน้าเรจจี เวย์น ฉกอินเตอร์เซ็ปต์และวิ่งย้อนไปทำทัชดาวน์ฝังโคลต์สสำเร็จ
ในเพลย์ดังกล่าวเกิดขึ้นในควอเตอร์ที่สี่ซึ่งเซนต์สนำหน้าอยู่ 24-17 และบอลอยู่ในมือของเพย์ตันที่กำลังจะพาทีมบุกตีเสมอ ก่อนจะขว้างไปโดนพอร์เตอร์อินเตอร์เซ็ปต์ และตัวคุมปีกวิ่งย้อนกลับไปทำทัชดาวน์ระยะ 74 หลาให้เซนต์สหนีห่าง 31-17 และชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว
"นั่นเป็นเพลย์ที่เราเล่นค่อนข้างบ่อย และพอร์เตอร์เล่นเพลย์นั้นได้อย่างสุดยอด แน่นอนมันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง" แมนนิงที่เคยพาโคลต์สคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลที่สนามดอลฟินส์ สเตเดียมแห่งนี้เมื่อปี 2007 โดยเอาชนะชิคาโก แบร์ส
จุดผกผันอีกจุดหนึ่งในเกมนี้คือการตัดสินใจเตะออนไซด์คิกตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังของนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ที่จบครึ่งแรกด้วยการตามหลังอยู่ 10-6 และโธมัส มอร์สตีด ตัวพันต์ของทีมเตะได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งโจนาธาน คาซิลยาส ไลน์แบ็กเกอร์ของเซนต์สแย่งบอลมาครองได้ทำให้เซนต์สได้บุกไปทำทัชดาวน์สำเร็จ
"เราฝึกซ้อมออนไซด์คิกมาตลอดทั้งสัปดาห์ และตอนพักครึ่งผมบอกกับลูกทีมว่าเราต้องออกไปประเดิมสกอร์แรกของครึ่งหลังให้ได้ และมันก็เป็นเพลย์ที่ยอดเยี่ยม โธมัสเตะได้ดีมากและเราก็ได้ 7 แต้ม มันเหมือนกับเราได้เทิร์นโอเวอร์" ฌอน เพย์ตันกล่าวในที่สุด.







