ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเตะนัดชี้ชะตารอบ 16 ทีม เลกสอง ประเดิมด้วย 2 เกมคืนวันอังคาร ทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอลที่กำลังโชว์ฟอร์มเข้าฝักจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของปอร์โต ขณะที่อีกฟากจะเป็นเกมที่ฟลอเรนซ์ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนตินา เปิดถ้ำรอ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิก ซึ่งทั้งสองคู่นี้ต่างมีปัญหาเรื่องการตัดสินมาด้วยกันในเลกแรก
ไม่ว่าจะอย่างไรทางผู้ตัดสินจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย หลังโหวตตกไปเมื่อวันเสาร์ ยังหน้าทนไม่สนว่าจะเจอแรงกดดันมากแค่ไหนจากนักฟุตบอล โค้ช และสื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอล
อาร์เซนอลเวลานี้เหลือลุ้นแค่เชสค์ ฟาเบรกัส ผ่านทดสอบความฟิตจากอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากแมตช์ที่บุกไปแพ้ปอร์โต 1-2 ด้วยลูกปัญหาที่เล่นเอาอาร์แซน เวงเกอร์ หัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่น้อย
หากยังจำได้ จังหวะนั้นปอร์โตได้ประตูแบบผู้ตัดสินเหมือนจะประเคนให้ ด้วยการปล่อยให้เล่นเร็วทันทีหน้าประตู โดยที่นักเตะทีมเยือนยังวิ่งกลับมากันไม่ทัน เล่นเร็วแบบ 2 กองหน้ารุมหนึ่งผู้รักษาประตูแบบนั้นก็ไม่เหลือ ถึงแม้จะมีโซล แคมป์เบลล์ ยืนตรงจุดตั้งเตะ แต่ผู้ตัดสินก็ใจดีช่วยบล็อกไว้ไม่ให้ผ่านแบบช่างบังเอิญอย่างน่าสงสัย
สำหรับฟาเบรกัสทางอาร์แซน เวงเกอร์ ยอมรับว่า เขาคงต้องเสี่ยงส่งเขาลงสนามไม่ว่าจะฟิตเต็มร้อยหรือไม่ เพราะนัดนี้จะต้องชนะให้ได้เท่านั้น ไม่งั้นก็จบเห่กันแค่นี้สำหรับการล่าถ้วยแชมเปียนส์ลีก
มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนโดนเปลี่ยนออกตั้งแต่ครึ่งแรกเกมเมื่อวันเสาร์ หลังจากยิงให้ทีม "กันเนอร์ส" ขึ้นนำไปก่อน ซึ่งปัญหาเจ็บที่เดียวกันนี้เคยทำให้เขาต้องพักยาวมาแล้ว 3 สัปดาห์ต้นซีซั่น
เวงเกอร์จะยังคอยเช็กสภาพร่างกายของกัปตันทีมก่อนรับการมาเยือนของปอร์โต แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาพร้อมที่จะส่งฟาเบรกัสลงสนามหากจำเป็น
"ผมพร้อมที่จะเดิมพัน" เวงเกอร์กล่าว และต้องนำอาร์เซนอลพลิกสกอร์จากตามหลังอยู่ 1-2 ให้ได้ "แต่หากมีโอกาสมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะปัญหาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจะเกิดขึ้นอีก ผมก็คงไม่เสี่ยง"
เวงเกอร์ชื่นชมพัฒนาการของฟาเบรกัสในปีนี้ ซึ่งประตูที่เขาทำได้ในเกมกับเบิร์นลีย์นับเป็นลูกที่ 14 ที่เขายิงได้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
"ลองดูจำนวนที่เขาทำได้ น่าทึ่งมาก 14 ประตู กับ 15 แอสซิสต์ และที่ทุกคนอาจจะมองข้ามในคือเวิร์คเรตที่ยอดเยี่ยม ฤดูกาลนี้เขายกระดับขึ้นมาอีก ด้วยวัยเพียง 22 ปีก็มีฝีเท้าเติบโตขนาดนี้แล้ว"
ปอร์โตมีสถิติค่อนข้างแย่ในอังกฤษ ไม่เคยบุกมาชนะได้เลยทั้ง 14 ครั้ง อย่างดีคือเสมอ ก็ได้แค่ 2 ครั้งเป็นเกมกับแมนฯ ยูฯ โดนยิงมโหฬาร 34 ลูกใน 14 เกม
ด้านแชมป์เก่ารายการนี้ 4 สมัย บาเยิร์น มิวนิก ไม่แพ้ใครใน 18 เกมหลังสุดในทุกรายการ ชนะฟิออเรนตินาในเลกแรกมา 2-1 ด้วยประตูของมิโรสลาฟ โคลเซ ในช่วงท้าย ซึ่งโค้ชทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าเป็นลูกออฟไซด์ชัดเจน
สถิติฟิออเรนตินาชนะทั้ง 3 เกมที่เล่นในบ้านในฤดูกาลนี้ แต่ฤดูกาลที่แล้วเคยโดนบาเยิร์นบุกเสมอ 1-1 ฟิออฯ ลุ้นหนักหากหวังจะเข้ารอบ 8 ทีมเป็นครั้งแรก เพราะไม่เคยชนะทีมจากเยอรมนี หรือเยอรมันตะวันตกได้เลย 9 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่แพ้ไปถึง 6 และที่น่ากลัวคือบาเยิร์นไม่แพ้ในการเยือนอิตาลี 4 ครั้งหลังสุดที่ชนะ 2 และเสมอ 2 เกมหลังสุดคือบุกไปถล่มยูเวนตุส 4-1 เมื่อเดือน ธ.ค.








