กลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตขึ้นมาทันที เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นำกำลังนับร้อยเข้าไปจับกุมพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ย่านพัฒน์พงษ์ จนเกิดปะทะกันถึงขั้นมีการยิงปืนและลงไม้ลงมือ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน
เรื่องนี้ผมมองเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำด้วยชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องพฤติกรรมการจับกุม ที่ฟังจากข่าวบอกชุดเฉพาะกิจเหล่านี้เข้าไปจับ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องมาดูว่าเหมาะสมหรือไม่
เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ เหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก
ส่วนตัวผมเชื่อว่า คุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีเจตนาที่ดีในการตั้งชุดเฉพาะกิจฯ ขึ้นมา ติดตามตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
แต่การตั้งชุดเฉพาะกิจก็เหมือนดาบ 2 คม หากคนเป็น "นาย" ลงมาคุมถึงผลงานก็จะออกมาในทางที่ดี ถ้าคุมกันไม่ถึง คนที่มาเป็นชุดเฉพาะกิจซึ่งร้อยพ่อพันแม่ ก็มักจะใช้ช่องโหว่แอบบินหากิน ตามประสาคนในวงการเรียกว่า
"ตีกิน"!!
เช่นเรื่องที่ผมได้ยินมาว่า ตอนมีชุดเฉพาะกิจฯ ที่อ้างว่าเป็นชุดจับสินค้าลิขสิทธิ์ นำโดย พ.อ.รายหนึ่ง อยู่หน่วยงาน กอ.รมน.มาช่วยงานชุดเฉพาะกิจ ออกตระเวนจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามพื้นที่ต่างๆ โดยมีตำรวจที่เคยอยู่หน่วยอาร์มสวย ช่ำชองแหล่งหากินต่างๆ และถูกย้ายเข้าไปอยู่ใน กอ.รมน.เป็นคนชี้เป้า
พฤติกรรมของชุดที่อ้างเป็น ฉก.กลุ่มนี้ มีวิธีการจับกุมแบบพิลึกกึกกือ คือ เมื่อเข้าไปจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชุดใดแล้ว ก็จะส่งหน้าเสื่อเข้าไปเจรจากับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ทำนองหากมีใบสีม่วงๆ เทาๆ ลอยมาน่าจะช่วยปิดหูปิดตา ฉก.ได้บ้าง
เท็จจริงอย่างไรคงต้องฝากคุณอลงกรณ์เช็กหน่อย เพราะเท่าที่ฟัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ออกมาบอก เจ้าหน้าที่ตามปกติของกระทรวงพาณิชย์หรือตำรวจน่าจะสามารถทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้กำลังของ กอ.รมน.
นั่นแสดงว่า ฉก.ที่นำโดย พ.อ.คนนั้นน่าจะเป็นพวกแอบอ้าง ถ้า คุณอลงกรณ์ รู้ว่าเป็นใครแฝงมาเป็นเหลือบหน่วยงานที่ตั้งขึ้นด้วยเจตนาดีๆ
ฟันเลยครับ.
คมเฉือนคม








