พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วน ผู้นำสูงสุดของพม่า พบกับประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีนในกรุงปักกิ่งวันพุธ ระหว่างการเยือนแดนมังกรอย่างเป็นทางการนาน 4 วัน ที่คาดว่ามีเป้าหมายหลักเพื่อขอเสียงสนับสนุนจากรัฐบาลปักกิ่งต่อการเลือกตั้งปาหี่ปลายปีนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนรับลูก เตือนประชาคมนานาชาติอย่างแส่กิจการภายในของหม่อง
ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลทหารพม่าซึ่งโดนประชาคมระหว่างประเทศประณามทั้งด้วยเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนและการกดขี่ทางการเมือง เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเขามีกำหนดพบหารือกับหูในวันพุธที่มหาศาลาประชาชนเวลา 17.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น แล้วในวันพฤหัสบดีเขามีกำหนดพบกับนายกฯ เวินเจียเป่า และบรรดาผู้นำอาวุโสรายอื่นๆ ของจีน จากนั้นจะเดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้เพื่อเข้าชมงานเวิลด์เอ็กซ์โป
รายงานเผยว่า พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย มีกำหนดจะไปเยือนเมืองเสิ่นเจิ่น นครเศรษฐกิจเฟื่องฟูทางใต้ของจีนที่อยู่ใกล้เกาะฮ่องกงด้วย ก่อนจะเดินทางกลับพม่าในวันเสาร์
เดือนที่ผ่านมาเพิ่งมีข่าวลือสะพัดในพม่าว่า ผู้นำวัย 77 ปีรายนี้ซึ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2535 ได้เกษียณตัวเองจากกองทัพแล้วระหว่างการปรับย้ายครั้งใหญ่ แต่การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าเขายังคงคุมกองทัพ
พม่าเตรียมจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปีในเดือน พ.ย. ศกนี้ ซึ่งหลายฝ่ายประณามว่าเป็นเพียงปาหี่ตบตาการกุมอำนาจต่อไปของกองทัพ ซึ่งปกครองพม่ามาแต่ พ.ศ. 2505 โลกตะวันตกที่ยังบังคับใช้มาตรคว่ำบาตรต่อพม่า ต่างพากันวิจารณ์เลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งพรรคของนางอองซาน ซูจี และตัวนางไม่ขอมีส่วนร่วม แต่จีน
ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าและผู้ลงทุนรายใหญ่ในพม่า ไม่นำพาเสียงวิจารณ์ดังกล่าว
เมื่อวันอังคาร เจียงหยู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็น "กิจการภายใน" ของพม่าซึ่งประชาคมนานาชาติไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยจีนหวังว่าประเทศต่างๆ จะให้ "ความช่วยเหลืออย่างสร้างสรรค์" ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ของพม่า เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในทางลบต่อการเมืองของพม่า และต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้
เธอกล่าวยกย่องพม่าด้วยว่า เป็น "ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร" และว่า การเลือกตั้งเป็น "ขั้นตอนสำคัญของการก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตย"
การเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย. นี้จะเป็นครั้งแรกนับแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของซูจี ซึ่งปัจจุบันถูกยุบไปแล้วตามกฎหมายเลือกตั้งใหม่ของพม่า กวาดชัยชนะอย่างท่วมท้นเมื่อปี 2533 แต่ถูกกองทัพกีดกัน ไม่ให้ขึ้นบริหารประเทศ
ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนหรือรัฐบาลทหารพม่าให้รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการหารือระหว่างตาน ฉ่วย กับบรรดาผู้นำจีน ทางการปักกิ่งกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีและการพัฒนาภายในของแต่ละประเทศ
จีนให้ความช่วยพม่ามายาวนานทั้งทางการค้า, การขายอาวุธ และการปกป้องพม่าจากการถูกองค์การสหประชาชาติออกข้อมติคว่ำบาตรเพื่อลงโทษการละเมิดสิทธิในประเทศ กลับกันความช่วยเหลือของจีนทำให้พม่ามีความมั่นคงและเปิดให้จีนเข้าถึงทรัพยากร เช่น ไม้ และอัญมณี
เมื่อปีกลาย ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติตึงเครียดขึ้นเมื่อกองทัพสู้รบกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนจีน และทำให้ผู้อพยพนับแสนคนหลั่งไหลเข้าจีน แต่ถึงกระนั้น ต่อมาในเดือน พ.ย. บริษัทผลิตน้ำมันของจีนก็เริ่มการก่อสร้างท่อส่งผ่านพม่า
สัปดาห์ที่แล้ว เรือรบจีน 2 ลำก็เพิ่งเข้าเทียบท่าพม่าแบบที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยสื่อของจีนรายงานว่าวัตถุประสงค์ของการเยือนครั้งนั้นเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพจีนกับกองทัพพม่า เมื่อวันอังคารสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างคำกล่าวนายทหารอาวุโสรายหนึ่ง ซึ่งเน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสองชาติมี "ความสำคัญใหญ่หลวง"
ด้านกลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ได้รบเร้ารัฐบาลจีนให้กดดันพม่าในประเด็นการเลือกตั้งด้วย โดยให้เหตุผลว่านโยบายของจีนที่มีต่อรัฐบาลทหารพม่านั้น "ไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของจีนที่ประสงค์จะเป็นมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ".








