บาทวิ่งชน 31 ต่อดอลลาร์แล้ว แข็งค่าสุดรอบ 13 ปี แบงก์ชาติเร่งหามาตรการสกัด เทียบเคียงธนาคารกลางทั่วโลก แต่จะใช้หรือไม่ต้องพิจารณาผลกระทบวงกว้าง ซีพีแนะ ธปท.ชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ยับยั้งค่าเงินแข็ง ยังมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้โต 7-7.5% ส.อ.ท.ถกสมาชิก 10 ก.ย.รวบรวมผลกระทบยื่นรัฐช่วย
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 8 ก.ค. ที่ระดับ 31.01-31.03 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากช่วงเปิดตลาดที่ระดับ 31.15-31.17 บาทต่อดอลลาร์ เป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปี โดยนักบริหารอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าวันที่ 9 ก.ย.จะยังแข็งค่าต่อเนื่อง
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.มีการศึกษามาตรการสกัดการผันผวนของเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยเทียบเคียงกับมาตรการของธนาคารกลางทั่วโลกที่ประกาศใช้ขณะนี้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เช่น มาตรการภาษีเงินลงทุน หรือการเพิ่มการสำรองเงินทุนของสถาบันการเงิน ส่วนจะมีการประกาศใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งหรือไม่ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบในวงกว้างซึ่งจะตามมา
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 ก.ย. เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า 6.57% เป็นรองเพียงสกุลริงกิตของมาเลเซียและเงินเยน ที่แข็งค่า 8.86% และ 9.07% ตามลำดับ
นางสุชาดากล่าวว่า รัฐบาลและธุรกิจควรจะใช้จังหวะเงินบาทแข็งค่า ซึ่งมีผลต่อต้นทุนนำเข้าถูกลง พัฒนาขีดความสามารถแข่งขันของไทยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น
นายอาชว์ เตาลานนท์ นักธุรกิจ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือ ปัญหาเงินบาทแข็งค่า และมีแนวโน้มจะปรับแข็งค่าถึง 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ธุรกิจการส่งออก เพราะจะทำให้รายได้และผลกำไรปรับลดลง แต่หากมองในด้านการนำเข้าสินค้าน่าจะส่งผลดีกับธุรกิจ โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรและพลังงาน ซึ่งแต่ละปีไทยมีการนำเข้าน้ำมันหลายแสนล้านบาท
ทั้งนี้ อยากให้ ธปท.เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังมากขึ้น และเข้ามาดูแลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนหรือไม่ ขณะเดียวกัน ควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน หรือไม่ให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเร็วเกินไป เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยน่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ 7-7.5% เนื่องจากไตรมาสแรกเติบโต 12% ไตรมาส 2 เติบโต 9.1% และหากไม่เกิดวิกฤติทางเศราฐกิจและการเมืองอีก คาดว่าปี 2554 เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3.5-4.5%
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ย. จะเชิญสมาชิกทั้ง 36 กลุ่มมาสำรวจและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า เพื่อรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหามาตรการดูแลต่อไป ซึ่งถ้าเงินบาทแตะ 29 บาทต่อดอลลาร์เมื่อไหร่ ผู้ประกอบการส่งออกคงวิกฤติแน่.








