อืมมม..."สงคราม ๑๐ ทัพ" ของทักษิณที่จะบุกตีกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ทำท่าจะสนุกเร้าใจขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่สดับตรับฟัง เขาจะยกมากันทั้งทัพบก ทัพเรือ (ทัพอากาศเอาไว้ขนลูกเมียและคณะญาติหนีก่อน) ฝ่ายรัฐบาลก็ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร เป็นการรับศึก โดย ครม.มอบให้รองนายกฯ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รับหน้าที่เป็น "ผู้บัญชาการสถานการณ์"
ก่อนจะคุยอะไรกัน บอกให้ทราบก่อนว่า พื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง นอกจากกรุงเทพฯ-นนทบุรีแล้ว ยังมีปริมณฑลอีก ๖ จังหวัด คือ ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา นครปฐม และอยุธยา
ฉะนั้น เห็นทหารชุด "เต็มอัตราศึก" ออกมาทำหน้าที่ "อำนวยความสะดวก" ในการชุมนุมของพวกเสื้อแดงก็ไม่ต้องตกใจ เพราะอำนาจตาม พ.ร.บ.นี้ ทหารถือว่าเป็น "เจ้าพนักงาน" ทำหน้าที่ตรวจตราและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้เหมือนตำรวจ!
แล้ว ๑๐ ทัพของแดงทักษิณเขาจะกรีธามาย่ำกรุงเทพฯ กันที่ไหน เมื่อไหร่ แบบไหน กันบ้างล่ะ ผมอยู่ในเมืองไทยแท้ๆ ยังไม่ค่อยรู้เลย สู้คนอยู่เมืองนอกไม่ได้ เขารู้ละเอียด แถมอี-เมล์ย้อนมาเย้ยผมซะอีก อ่านแล้วก็น่าตื่นเต้นดี ผมว่าท่านก็น่าจะรู้ไว้บ้างเผื่อทีหนี-ทีไล่จะได้เป็นปลาไหลลงน้ำได้ทัน ลองอ่านดูนะครับ
ข่าวที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับมานั้น "เสื้อแดง" กำหนดให้วันที่ 12 มีนาคม 2553 จัดงาน "12 มีนา 12 นาฬิกา ลั่นกลองศึก เขย่าขวัญอำมาตย์"
งานนี้เสื้อแดงจัดกำลังพร้อมกันทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล กำหนดการที่วางไว้ จะเคลื่อนกำลังมวลชนคนเสื้อแดงพร้อมกันทั่วประเทศ ก่อนเดินทางจะประกอบพิธีกรรม (เผาพริก เผาเกลือ เผาโลงศพจำลอง) บริเวณที่เหมาะสมตามทั้งทางประวัติศาสตร์ อนุสาวรีย์ ศาลากลางจังหวัด สวนสาธารณะ และหอนาฬิกา เป็นต้น จากนั้นจะเป็นการออกรณรงค์ปลุกระดมมวลชนรอบเมือง ด้วยขบวนธงชาติ ธงแดง นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ผ่านจุดสำคัญทางสัญลักษณ์ ก่อนเดินทางไปยังจุดนัดหมายในแต่ละภูมิภาค เฉพาะที่กรุงเทพมหานคร กำหนดไว้ 6 จุด
1.บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี โดยเครือข่ายแดงตากสิน-ธนบุรี นำโดย "เกรียงไกร" ประกอบไปด้วย กลุ่มไผ่แดง 52 นปช.พระราม 2 นปช.บางบอน นปช.ปิ่นเกล้า นปช.วุฒากาศ นปช.บางขุนเทียน นปช.จอมทอง นปช.พุทธมณฑล
2.บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรือ "อนุสาวรีย์ปราบกบฏ" บริเวณเหนืออุโมงค์ทางลอดแยกบางเขน เขตบางเขน นำโดย "วันชัย" ประธานกลุ่มแดงบูรพา กลุ่มนี้ประกอบไปด้วย 21 กลุ่มย่อย
3.บริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี นำโดย กลุ่มเสื้อแดงจากเขตสาทร บางรัก ปทุมวัน บางคอแหลม ยานนาวา
4.บริเวณหน้า สน.ทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 7 เขตหลักสี่ นำโดย กลุ่มพลังหลักสี่ พร้อมด้วยกลุ่มเสื้อแดงในเขตหลักสี่ บางเขน จตุจักร
5.บริเวณสี่แยกบางนา เขตบางนา นำโดย กลุ่มเสื้อแดงเขตบางนา พระโขนง ประเวศ คลองเตย
6.บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ประตู 2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง นำโดย "ธวัธชัย" แกนนำกลุ่มดินแดงห้วยขวาง-ดินแดง "หน่อย" พระราม 9 แกนนำกลุ่มเสื้อแดงอโศกพระราม 9 กลุ่มวัฒนา 52 กลุ่มแดงบางซื่อ กลุ่มแดงบางโพ กลุ่มแดงรถไฟ กม.11 กลุ่ม 99 นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่
จ.นนทบุรี บริเวณหน้าศาลาว่าการจังหวัด ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมืองฯ นำโดย "ยศวริศ" พร้อมด้วยกลุ่ม นปช.นนทบุรี
จ.ปทุมธานี แบ่งออกเป็น 2 จุด นำโดย "สมบุญ" นักการเมืองท้องถิ่น
จุดแรกบริเวณสถานีเพื่อ ปชต.แดงช่วยแดง ลำลูกกา เอฟเอ็ม 96.35 เมกะเฮิรตซ์ (Red Skill Radio)
จุดที่ 2 บริเวณถนนรังสิต-นครนายก คลอง 4
จ.สมุทรปราการ นัดชุมนุมกันที่บริเวณหน้าศาลาว่าการจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นปช.สมุทรปราการ
หลับตานึกภาพก็จะเห็นว่า นี่คือการปิดล้อมการเข้าสู่เมืองหลวงนั่นเอง และหากนึกย้อนกลับไปดูแผนเสื้อแดงต่างจังหวัดที่ตระเตรียมเข้าเมืองหลวงเพื่อมาสมทบกับ แดงเมืองหลวง-ปริมณฑลที่นัดหมายกันว่า จุดนัดพบอยู่ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วก็จะเห็นได้ว่า กำลังคิดการณ์ใหญ่ ปล่อยเกาะเมืองหลวง
ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่ตระเตรียมแผน ซ้อมกันก็หลายยกแล้ว จะจัดการอย่างไร จะปล่อยให้คนเหล่านี้ใช้กำลังปิดล้อม จนชาวบ้านเดือดร้อนกันหรือไม่ แล้วเมื่อปิดล้อมแล้วก็ไม่รู้ว่าจะก่อเหตุอะไรขึ้นมากกว่านั้น
เห็นว่าหนนี้จะเป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" ก็คงจะไม่ใช่แค่ปิดถนนเฉยๆ แล้วก็เดินกลับบ้านเป็นแน่ 7 วันก่อนวันนัดชุมนุม กฎหมาย หมายจับ เครื่องมือที่สากลให้การยอมรับ มีเท่าไหร่ ต้องรีบเอามาตัดไฟแต่ต้นลม !
นี่...แผนเดินทัพเขาเป็นอย่างนี้ แต่สงครามครั้งสุดท้ายของ "แดงตัวพ่อ" ซึ่งใกล้ถึงเวลาตายจากในอีกไม่นานจากนี้ เท่าที่ผมติดตามดูๆ ฟังๆ ก็แปลกอยู่อย่าง คือทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายการข่าว ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร ฝ่ายชาวบ้าน ฝ่ายพรหมลูกฟัก ฝ่ายพระ เถร เณร ชี ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย รวมถึงบรรดาโหราจารย์ไม่ว่าสำนักไหนต่อสำนักไหน ประสานเสียงไปทางเดียวกันว่า
"ศึกนี้หนักนัก"!?
ระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์กับอดีตนายกฯ ทักษิณ ครั้งนี้ถือเป็น "ศึกวัดดวง" และตามพื้นดวงท่านว่าทั้งสองฝ่าย "มีสิทธิ์อยู่-มีสิทธิ์ไป" ด้วยกันทั้งคู่ แต่ใครจะอยู่ ใครจะไป ผมเคยคุยกะท่านหลายหนแล้วว่า เสาร์รอบนี้เป็นรอบ "เช็กบิล" ฉะนั้น ใครทำกรรมอย่างใดไว้ ถึงเวลาต้องจ่ายตามที่ทำไว้อย่างนั้นแล้ว
เอ้า...ก็ลองไล่เรียงดู ไม่ต้องดูไกล ในระยะ ๒-๓ ปีมานี้ ทักษิณทำกรรมอย่างใดต่อบ้านเมือง นายกฯ อภิสิทธิ์ทำกรรมอย่างใดต่อบ้านเมือง ก็รู้แจ้งอยู่กับใจกันทั้งนั้น ดังนั้น ผลแห่งกรรมจะออกมาอย่างไรจากวันที่ ๑๒ มี.ค.ไปจนถึงประมาณวันที่ ๒๖ เมษา.ที่ดาวพฤหัสบดียกจากราศีกุมภ์สู่ราศีมีนนั่นแหละ
อภิสิทธิ์เป็นหมู่ ทักษิณเป็นจ่า หรือว่าทักษิณเป็นหมู่ แต่อภิสิทธิ์เป็นจ่า ก็น่าจะรู้แจ้ง-รู้จบกันตอนนั้น!
แต่ระยะนี้มีสิทธิ์ "หลั่งเลือดโลมสังเวียน" ด้วยกันทั้งคู่ ผมพลิกปฏิทินโหราศาสตร์ท่านอาจารย์เทพ สาริกบุตร ดูแล้ว ๑๔ มีนา ปรากฏการณ์ทางดวงดาวมีว่า "พุธดับ" ตอน ๒๐.๑๖ น.ยกเข้ามีนเวลา ๒๒.๑๐ น.และอาทิตย์ยกเข้ามีนเวลา ๒๔.๐๐ น.เมื่ออ่านการคำนวณองศาจากบรรดาโหราจารย์ต่างๆ ที่ทายทักผ่านสื่อต่างๆ แล้ว
ทายทักหนักไปหูเดียวกันว่า "หนีปัญหาเลือดตกยางออกได้ยาก"!?
นัยว่าพุธ "ดาวประจำชีพทักษิณ" ดับ มันก็ปลุกระดมกันไปจากดำเป็นขาว-ขาวเป็นดำ แต่ฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำเห็นจะเป็นทัพทักษิณมากกว่า เพราะว่ามวลชนส่วนใหญ่ "ไม่เป็นใจ" มีแต่เหนื่อยหน่ายใจ อยากให้ไปเป็น-ไปตายเสียเร็วๆ ด้วยซ้ำ อยู่ก็เอาแต่ย่ำบ้าน-ย่ำเมือง ยกเรื่องตัวเองเป็นเรื่องประชาชน จนไม่เป็นอันได้ทำมาหากินกัน
และศึกนี้ไม่น่าจะใช่แค่ ๒-๓ วัน คงยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนมีนา ประมาณวันที่ ๒๒ มีนา อังคารจะตรีโกณอาทิตย์ "เสาร์เพ็ญ" ส่งกระแสถึงอังคาร
"โจรจะมีฤทธิ์" ทัพทักษิณจะฮึดสู้ สำแดงฤทธิ์เดชขึ้นมาอีก ในปฏิทินอาจารย์เทพท่านบอกว่า สองสามวันนี้มักมีภัยธรรมชาติ อัคคีภัย และอุบัติเหตุร้ายแรง ทั้งมักเกิดขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันไปทั่ว ส่วนใหญ่จากผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร หรือผู้ยากไร้!?
นายกฯ อภิสิทธิ์พก "หลวงพ่อทวด" ไว้นะครับช่วงนี้ เพราะใครมีหลวงพ่อทวดคุ้มครองกายท่านว่า "รอดปลอดภัย" สบายดีทุกคน อึดเข้าไว้ ช่วงนี้เหมือน "เกมงัดข้อ" ข้อสั่นเอนไป-เอียงมาทั้งคู่ ผมดูปฏิทินแล้ว ประมาณวันที่ ๒๗-๒๘ มีนานั่นแหละที่ "ดาวศุกร์" ตัวการใหญ่ยกเข้าไปประเกษตร "เสื่อม" อยู่ราศีเมษ
ทัพแดงทักษิณจะเหมือน "งูเจอเชือกกล้วย"!?
ถ้านายกฯ อภิสิทธิ์ยังปักข้อยืนหยัดอยู่ได้ ตอนนี้รวบรวมพลังหักข้อกดแขนฝ่ายตรงข้ามลงไปขยี้..ขยี้..ได้เลย แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจทำเป็นไก่ขึ้นไปขยับปีกขันประกาศชัยบนหลังคาล่ะ เดี๋ยวเหยี่ยวมันจะมาโฉบไปกินซะก่อน
ต้องรอให้ดาวพฤหัสบดียกจากกุมภ์เข้าบ้านตัวเองที่ราศีมีนประมาณ ๒๖ เมษาซะก่อน ตานี้แหละเรียกว่า "ยักษ์มีทั้งกระบอง-มีทั้งฤทธิ์" เป็นนิว-อภิสิทธิ์ ปลุกเสกใหม่ ไปทางไหนแฟนรุมกรี๊ดดดดสลบ บอกไม่เชื่อ!?
สรุปแล้ว งานนี้อันที่จริงนายกฯ อภิสิทธิ์ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ต้องขอบคุณทักษิณและคณะเสื้อแดงให้มากๆ เพราะนี่คือ "ข้อสอบ" ในเทอม "สอบไล่" สำหรับคนทั้งสาม ถ้าสอบผ่านไปได้เรียบร้อย อันว่า อำนาจ วาสนา บารมี ทั้งหลายจะเข้าตำราที่ว่า
"ฟ้าก็ห้ามบ่ได้"!
ถึงยุบสภาฯ "เลือกตั้งใหม่" เอาใจฝ่ายแพ้ อภิสิทธิ์ก็นอนแบมาในกระด้ง...บอกไม่เชื่อ!
โปรดสังเกต ตามตารางการเคลื่อนทัพแดงก็ไม่น่ามีอะไร เป็นความงอกงามตามปุ๋ยประชาธิปไตย "ชุมนุมได้โดยสงบและปราศจากอาวุธ" แต่ทีนี้คำว่า "อัคคี" จะถือเป็นอาวุธด้วยหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ เพราะอากาศร้อนตับแลบอย่างนี้ "อัคคีภัย" จากการนั่งมอเตอร์ไซค์แล้วปาใส่ในลักษณะ "ระเบิด" มันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่สมัยพฤษภาทมิฬโน่นแล้ว และ...
หมู่นี้มีใคร "หายหน้า-หายจมูก" ไป ต้องจับความเคลื่อนไหวกันให้ดี.








