"ทูตอังกฤษ" ห่วงม็อบเสื้อแดงรุนแรง บุก "เพื่อไทย" ขออย่าใช้ความรุนแรง แกนนำพรรคฉุนโดนตบหน้าโวยเทกไซด์ "กษิต" ประชุมทูตานุทูตต่างประเทศแจงรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง การันตีดูแลอย่างดี เปิดศูนย์เกาะติดสถานการณ์ให้ข้อมูลต่างชาติ 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าหารือกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น โดยนายควินตันกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนอังกฤษที่รักเมืองไทย รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จึงได้คุยกับนายยงยุทธในเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง โดยได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลอังกฤษว่าเป็นกลางตลอดมา
"ผมได้ข่าวว่าจะมีการชุมนุมใหญ่เร็วๆ นี้ ผมขอให้มีการชุมนุมโดยสันติวิธี โดยทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรง และใช้วิธีการประนีประนอมเพื่อบรรเทาความขัดแย้ง เหตุการณ์ เม.ย.ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน หรือการจลาจลทั้งใน กทม.และพัทยาเมื่อเมษายนปีที่แล้ว ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ถ้าฝ่ายใดก็ตามมีการใช้ความรุนแรงอีกครั้ง จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนของชาวต่างชาติในไทยด้วย" เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจเหตุใดเอกอัครราชทูตอังกฤษคนนี้ถึงต้องแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย เพราะในทางการทูตเป็นเรื่องไม่สมควร กรณีนี้จึงถูกมองได้ว่าเป็นการเทกไซด์ เชื่อว่าเหตุที่เอกอัครราชทูตอังกฤษแถลงข่าว เพราะอยากเป็นข่าวและทำให้เกิดภาพไม่ดีกับพรรคเพื่อไทย
วันเดียวกัน นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ได้เชิญทูตานุทูตและผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศ เข้ามาชี้แจงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชชีวะ นายกรัฐมนตรี ยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
นายกษิตกล่าวว่า ได้ชี้แจงให้ทูตานุทูตต่างประเทศทราบว่าทางแกนนำคนเสื้อแดงอาจจะลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อรวบรวบคน และจะมารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ และที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนกว่าแสนคน และมีรถประมาณหมื่นคัน รวมทั้งจะมีการดาวกระจายเป้าหมายเพื่อให้มีการยุบสภา ล้มล้างรัฐบาล
"รัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมทั้งชาวต่างประเทศที่อยู่ในกรุงเทพฯ จึงแจ้งให้คณะทูตได้ทราบว่าเราสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง คือได้มีการประชุมทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวกับความมั่นคง รวมทั้งทางฝ่าย กทม.ซึ่งมีหน้าที่ดูแลชุมชนใน กทม. ทั้งหมดก็จะอยู่ในกรอบของกฎหมาย คือ พ.ร.บ.ความมั่นคง และคำพิพากษาของศาลปกครองสืบเนืองจากการเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ว่าฝ่ายบ้านเมืองสามารถที่จะเข้าไปรักษาความสงบได้ในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรง หรือว่าขวางกั้นไม่ให้มีการปฏิบัติหน้าที่ หรือเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดอาการหวาดกลัวของประชาชนหรือของเจ้าหน้าที่" นายกษิตกล่าว
รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะมีศูนย์ปฏิบัติการคอยป้อนข้อมูลให้กับคณะทูตในการตอบคำถามต่างๆ หรือหากต้องการความช่วยเหลือที่บ้านพัก ว่ายังมีความไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ก็จะประสานในการที่จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปให้การอารักขา โดยได้ให้ความมั่นใจว่าเราทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการสามารถเริ่มทำงานได้ตั้งแต่ที่ 9 มี.ค.เป็นต้นไป
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจาก ครม.มีมติประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ 8 จังหวัด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจึงให้มีการเรียกคณะทูตประจำประเทศไทยมาชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมทางคณะทูต ได้มีข้อสงสัยหรือมีท่าทีที่เป็นกังวลต่อสถานการณ์หรือไม่ นายชวนนท์กล่าวว่า มีท่านทูตบางประเทศได้สอบถามถึงความปลอดภัยที่จะได้รับการคุ้มครอง ทั้งนี้ยังมีคณะทูตที่สงสัยในศัพท์เทคนิคบางอย่างของไทย อย่างเช่น มีคำถามจากคณะทูตว่า อะไรคือเครื่องไม้เครื่องมือที่จะใช้ในการปราบการจลาจล และจะสามารถระงับเหตุที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงทีหรือไม่ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศก็ให้ความมั่นใจกับคณะทูตว่า สามารถติดต่อสอบถามสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองที่พักของคณะทูตเพื่อความสบายใจของคณะทูตประจำประเทศไทย.








