บ้าน "มาร์ค" คลุ้งอีกรอบ หนุ่มใหญ่เมืองนครพนมดั้นด้นเดินทางเข้ากรุง นำขี้วัว 2 ถุงมาปาใส่ อ้างเรียกร้องความยุติธรรมให้ตำรวจในจังหวัดที่ถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ศาลพิพากษาจำคุก 20 วัน แต่รับสารภาพลดหย่อนเป็นกักขัง 10 วัน ไม่รอลงอาญาเพราะกระทำต่อผู้นำประเทศ
เมื่อเวลา 07.15 น. ของวันอังคารที่ 9 มีนาคม ได้เกิดเหตุระทึกเปรอะเปื้อนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ที่บ้านเลขที่ 32/1-4 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นบ้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
โดยเหตุครั้งนี้ พ.ต.ท.บุญชู รัตนกิจนากร พนักงานสอบสวน (สบ 3) ซึ่งได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปาสิ่งปฏิกูลเข้าไปในบ้านของนายอภิสิทธิ์ ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบ พบบริเวณรั้วหน้าบ้านห่างจากประตูเข้าบ้านประมาณ 6 เมตร และห่างจากป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีกล้องวงจรปิดประมาณ 10 เมตร มีร่องรอยสิ่งปฏิกูลซึ่งเป็นขี้วัวเปื้อนอยู่ริมรั้วและฟุตบาท
การปาสิ่งปฏิกูลดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ออกจากบ้านพักได้ประมาณ 20 นาที และหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้
พ.ต.ท.ศุภกร แก้วทอง รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุชื่อนายคำพอง ซามาตร์ อายุ 56 ปี เป็นชาวจังหวัดนครพนม โดยนายคำพองเดินทางโดยรถทัวร์ประจำทางจาก จ.นครพนม ตั้งแต่คืนวันที่ 8 มี.ค. และมาถึงสถานีขนส่งหมอชิตเมื่อเช้ามืดวันที่ 9 มี.ค. จากนั้นนั่งรถแท็กซี่มาหน้าบ้านนายกฯ ก่อนจะนำขี้วัวที่นำมาจาก จ.นครพนม 2 ถุง ปาใส่รั้วหน้าบ้านก่อน 1 ถุง และขณะจะปาถุงที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับตัวได้ ซึ่งนายคำพองให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ว่า ต้องการมาระบายแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตำรวจต้องทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อย
ในเวลาต่อมา พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจสอบที่หน้าบ้านนายกฯ แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ และเมื่อสื่อมวลชนขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ป้อมรักษาการณ์หน้าบ้าน ก็ปรากฏว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดสามารถกรอเทปได้โดยอ้างว่ากรอเทปไม่เป็น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา 2 ข้อหา คือ กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 คือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนตัวบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น และมาตรา 297 กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความละอายและเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวระหว่างปฏิบัติภารกิจที่เชียงใหม่ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานหละหลวม เพราะกำลังมีมากแล้ว และเมื่อเกิดเหตุก็จับได้ทันควัน เรียกว่าแบบคาหนังคาเขา และได้พยายามเข้าไปห้ามแต่ไม่ทัน แต่ยังไม่ได้รายละเอียดชัดเจนทั้งหมด กำลังขอให้รายงานเพิ่มเติมเข้ามา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ข่าวอยู่ และกำลังให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่าเป็นมูลวัวใส่ขวดน้ำ
การปาสิ่งปฏิกูลดังกล่าวได้ทำให้การปฏิบัติภารกิจของนายอภิสิทธิ์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะตามปกติเมื่อนายอภิสิทธิ์ทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า และจะไปปฏิบัติภารกิจที่อาคารสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) หรือตึกแดง นายอภิสิทธิ์จะเดินเท้าไป แต่ครั้งนี้เมื่อได้บันทึกเทปโทรทัศน์รายการ "ก่อนตัดสินใจ" ณ ห้องโดมทอง ตึกไทยคู่ฟ้า และพบนักลงทุนญี่ปุ่นแล้ว นายอภิสิทธิ์ก็ได้นั่งรถยนต์ประจำตำแหน่งเรนจ์โรเวอร์กันกระสุนจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกแดง เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
และเมื่อนายอภิสิทธิ์ลงจากรถที่ด้านหน้าตึกแดง ปรากฏว่ามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก และพยายามเร่งฝีเท้าฝ่าวงล้อมของสื่อมวลชนท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและขึ้นห้องประชุมอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ทราบเลย เรื่องอะไรครับ
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามด้วยเช่นกัน แต่เมื่อถูกถามย้ำเรื่องนี้ก็เพียงพยักหน้ายอมรับ ก่อนเร่งตามนายกฯ ไปเข้าประชุม ครม.
ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวงพระนครใต้ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายคำพอง อาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 10 ต.คลองเตย อ.เมืองฯ จ.นครพนม เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำด้วยประการใดๆ ที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อน หรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคลหรือทรัพย์ และข้อหาผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญ มาตรา 389 และมาตรา 397 ในการปามูลวัวใส่บ้านนายกฯ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.นครพนม ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก 20 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 วัน จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน 10 วัน แต่เนื่องจากเป็นการกระทำต่อผู้นำประเทศ จึงไม่มีเหตุให้รอลงอาญา
ที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน หลังจากที่เคยมีคนบุกปาสิ่งปฏิกูลใส่หน้าอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มาแล้ว โดยในการประชุม ส.ส.พรรคประจำสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพรรคประชาธิปัตย์ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราบุคคลที่จะผ่านเข้า-ออกบริเวณที่ทำการพรรคมากขึ้น เนื่องจากเกรงจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีก
เหตุการณ์ปาสิ่งปฏิกูลใส่บ้านนายกฯ นั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. โดยนายวิวิทวิน เตียวสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ซึ่งมีอาชีพเปิดกิจการค้าของเก่าและวัตถุโบราณ ได้ปาถุงอุจจาระ 4 ถุงเข้าบ้านนายกฯ ซึ่งสาเหตุจากไม่พอใจส่วนตัวที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเคยเข้าร้องเรียนกับตำรวจแล้วในเรื่องควันบุหรี่ที่เพื่อนบ้านลอยเข้ามาในบ้าน โดยศาลแขวงพระนครใต้ได้พิพากษากักขังนายวิวิทวิน 5 วัน.








