สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สมาชิก "ทาสเพลง" ยกมือขออภิปรายถึงงาน 15 ปีสภาประชาชน รวมพลคนอ่านไทยโพสต์
เรียน ท่านประธานท้วมที่รัก
สภาประชาชนของเราเต็มไปด้วยผู้ที่รักในเสียงเพลง ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีงานกางเกงแพร อินคอนเสิร์ต ที่จัดที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนปีที่แล้วถึง 2 รอบ คือรอบบ่ายและรอบค่ำ
มีนักร้องหลายท่านที่เป็นสมาชิกสภาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคุณสุเทพ วงศ์กำแหง คุณชาลี อินทรวิจิตร สองศิลปินแห่งชาติ ที่เคยขึ้นมาอภิปรายในสภาแห่งนี้ก็หลายครั้ง หรือจะเป็นคุณโฉมฉาย อรุณฉาน หัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ก็รับหน้าที่เป็นประธานจัดงาน 17 ปี สภาประชาชน รวมพลคนอ่านไทยโพสต์เมื่อปีที่แล้ว
สมาชิกสภาประชาชนหลายๆ ท่าน ก็เป็นเจ้าของร้านอาหารที่มีเพลงไพเราะให้ฟัง หรือจะขึ้นเวทีขับร้องเองก็ได้ เช่น อาจารย์สมพจน์ สิงห์สุวรรณ ที่เคยเปิดบ้านดนตรี และบ้านฝัน ตะวันรัญจวน ซึ่งก็ปิดไปแล้วทั้งสองบ้าน
คุณปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ก็เป็นสมาชิกสภาประชาชน ที่ปีที่แล้วก็ขึ้นเวทีกางเกงแพร อินคอนเสิร์ต ขับร้องเพลงร่วมกับท่านประธานท้วม
ปีนี้คุณปวรวรรณที่เปิดร้านอาหารอยู่ในสโมสรรัฐสภา ได้อาสาเป็นประธานจัดงาน 18 ปี สภาประชาชน รวมพลคนอ่านไทยโพสต์ โดยจะขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้เพื่อนสมาชิกสภาประชาชนที่ไปร่วมงานได้อิ่มหมีพีมัน
งานของสภาประชาชนทุกปีจะได้รับเกียรติจากนักร้องของสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย และนักร้องจากวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ไปร่วมสร้างบรรยากาศในงานให้อบอวลด้วยเสียงเพลง
สรุปว่าสภาประชาชนเป็นที่ชุมนุมของคนรักเสียงเพลง
ผมจึงมีความคิดว่าพวกเราควรจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา โดยเสนอผ่านไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้บรรจุวิชาขับร้องเพลงไทยเข้าไปในหลักสูตรของนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้เหมือนกับที่นักเรียนสมัยก่อนต้องสอบร้องเพลง
ทุกวันนี้เด็กไทยไม่นิยมร้องเพลงไทย เพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ให้ความสำคัญกับวิชาขับร้องเพลงไทย ถ้าหากมีวิชาขับร้องเพลงไทย แต่หาวิทยากรไม่ได้ ก็ให้ไปติดต่อกับสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย หรือวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ก็ได้ นักร้องทุกท่านคงจะยินดีเข้าไปสอนวิชาขับร้องเพลงไทยในทุกสถาบันการศึกษา
ถ้าเด็กไทยได้สัมผัสกับเพลงไทยระดับคุณภาพ ผมว่าเด็กไทยก็คงจะอยากร้องเพลงไทย ไม่ไปหลงใหลในเพลงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเพลงฝรั่งหรือเพลงเกาหลีที่วัยรุ่นกำลังคลั่งไคล้
ผมยังจำได้ว่าเพลงที่ผมนำไปสอบวิชาขับร้อง โดยการไปยืนร้องเพลงอยู่หน้าห้องคือเพลงอยากดัง ของคุณกังวานไพร ลูกเพชร ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ลืมเพลงนี้
เมื่อเด็กนักเรียนได้เรียนวิชาขับร้องเพลงไทย ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบ ม.5 แล้ว การสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือการสอบเอนทรานซ์ คนที่สอบผ่านข้อเขียนต้องสอบสัมภาษณ์ทุกคน และการสอบสัมภาษณ์ผมก็ขอเสนอให้นักเรียนทุกคนต้องร้องเพลงไทยคนละ 1 เพลง ถ้าเป็นคนไทยแล้วร้องเพลงไทยไม่ได้เลย ก็ไม่สมควรที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเมืองไทย
เพลงที่ให้นักเรียนเลือกมาร้องในการสอบสัมภาษณ์ กระทรวงศึกษาธิการจะร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ โดยตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อคัดเลือกเพลงไทยที่เด็กนักเรียนควรจะขับร้อง จะคัดมา 100 เพลง หรือ 200 เพลงก็ได้ แต่ต้องเป็นเพลงที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง คือต้องมีทำนองที่ไพเราะ มีคำร้องที่สร้างสรรค์และใช้ภาษาไทยที่งดงาม
เด็กไทยเคยแต่ไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิชาที่ต้องใช้ในการสอบเอนทรานซ์ ถ้าหากเด็กรู้ว่าต้องร้องเพลงไทยในการสอบสัมภาษณ์ พ่อแม่ผู้ปกครองก็คงจะส่งลูกหลานไปเรียนกวดวิชากับสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย
เพลงไทยที่ถูกลืมก็จะกลับมามีความสำคัญ โดยเด็กนักเรียนจะต้องอยู่กับเสียงเพลงตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียน โอกาสที่ค่ายเพลงจะยัดเยียดเพลงอุบาทว์ๆ ให้ฟังตามคลื่นวิทยุต่างๆ ก็จะทำลำบากขึ้น เพราะเด็กไทยฟังเพลงเป็นกันทุกคน ค่ายเพลงก็ต้องไปสรรหาเพลงดีๆ มาผลิตเพื่อจำหน่าย
ผมขอเสนอแนวความคิดเรื่องนี้ต่อท่านประธาน เพื่อนำเข้าที่ประชุมในวันจัดงาน 18 ปี สภาประชาชน รวมพลคนอ่านไทยโพสต์ ที่จะจัดวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ที่สโมสรรัฐสภา จะเชิญท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาร่วมประชุมด้วยก็จะเป็นการดี
..........................
ถ้ามีพรรคการเมืองไหนเอาเรื่องเพลงไทยใส่ในนโยบายพรรค ประธานท้วมจะเป็นหัวคะแนนให้








