Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

กลุ่มเดียวบึ้ม3จุด ตร.ขอเวลาไล่ล่า


  ตำรวจยันวางระเบิด 3 จุดกลางกรุงเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวกัน ต้องการสร้างความหวาดกลัว อ้างได้ร่องรอยพยานหลักฐานแล้วแต่ขอเวลาในการไล่ล่าตามจับ "มาร์ค" ฟันธงปฏิบัติการหวังโยงการเมือง แนะฝ่ายการเมืองสลัดตัวออกมา "เทือก" ติง ผบช.ส.ให้ข่าวสังหารผู้นำ หวั่นตื่นตระหนก "ป๊อก" เหน็บตำรวจ หากปล่อยให้มีตายรายวันสักวันลูก ผบ.ทบ.ก็อาจตายได้
     กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย เพราะเพียงแค่วันที่ 8 กันยายนวันเดียว มีการวางระเบิดถึง 3 จุด คือ บริเวณลานจอดรถข้างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท้องที่ สภ.เมืองนนทบุรี, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และที่หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตพญาไท โชคดีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ทั้งหมด
     ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันพฤหัสบดี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง  ผบช.น., พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1, เจ้าหน้าที่จากหน่วย บก.สส.บช.ส. สพฐ. และ สภ.เมืองจังหวัดนนทบุรี เพื่อประชุมกรณีพบวัตถุระเบิด 3 แห่ง
     พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวภายหลังประชุมว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ได้กำชับตนให้เข้ามาดูแลคดีระเบิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่วนกรณีการพบวัตถุระเบิดทั้ง 3 แห่งนั้น จากการสรุปในที่ประชุมส่วนประกอบทั้งหมดรวมทั้งวงจรต่างๆ เป็นคนร้ายชุดเดียวกันทั้งหมด โดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
     ผู้สื่อข่าวถามว่า รูปแบบของระเบิดมีลักษณะเป็นอย่างไร รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นการใช้ถังดับเพลิงโดยการไปขโมยมา 3 ถัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ามาจากที่ใด ส่วนรูปแบบของระเบิดนั้นเป็นการใช้ถังดับเพลิงและบรรจุอุปกรณ์ต่างๆ ต่อวงจรที่สามารถตั้งเวลาได้ประมาณ 7 วัน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นเพียงการข่มขู่
     ส่วนน่าจะเป็นประเด็นการเมืองหรือการก่อวินาศกรรมหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ระบุว่า คนที่ทำไม่หวังดีต่อชาติและบ้านเมือง แต่การไม่หวังดีของคนกลุ่มนั้นไม่ทราบว่าต้องการอะไร ซึ่งทางตำรวจจะตรวจสอบอีกครั้ง
     เมื่อถามว่าเทียบเคียงระเบิดกับทางภาคใต้ว่ามีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ เขาบอกว่าไม่เหมือนกับทางใต้ ส่วนลักษณะระเบิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ผู้ชำนาญการได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าทั้ง 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เคยมีการประกอบระเบิดลักษณะนี้มาก่อน แต่ระเบิดทั้ง 3 จุดที่วางเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นผู้ประกอบระเบิดเพียงคนเดียวทั้งหมด
     ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ร่องรอยพยานหลักฐาน รถต้องสงสัยรวมถึงบุคคลต้องสงสัยด้วยเช่นกันและจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอเวลาในการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อดำเนินการจับกุมคนร้ายต่อไป
     "ผบ.ตร.เน้นย้ำมาว่าเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้มีการปรับแผนเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งก็ขอให้อย่าตื่นตระหนก หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยก็ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที"
     ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการเชื่อมโยงกันอย่างที่ตนและหลายฝ่ายได้วิเคราะห์ในช่วงนี้ และต่อเนื่องไป 1-2 สัปดาห์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไปถึงวันที่ 19 กันยายนด้วย
     ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อเหตุถี่ในช่วงนี้เป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขาต้องการทำให้เป็นสัญลักษณ์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความเข้มข้นในการจัดกิจกรรมทางการเมืองก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง และตนก็ย้ำทุกครั้งว่าการพยายามของกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงมาเกาะเกี่ยวกับกระบวนการทางการเมืองมันเป็นปัญหาหลัก
     ซักว่า  ฟันธงได้หรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวเมื่อ  2-3 วันก่อนเกี่ยวข้องกับการเมืองที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า ตนย้ำทุกครั้งว่ากลุ่มที่เขาก่อเหตุ ก่อความรุนแรง เขาอาศัยเงื่อนไขและพยายามเกาะเกี่ยวกับการเมือง เพราะฉะนั้นหลักสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหาคือการเมืองต้องสลัดออกจากตรงนี้มาให้ได้
     "ก็ต้องมีคนที่ไม่ต้องการให้เกิดการปรองดองอยู่" นายอภิสิทธิ์ตอบคำถามที่ว่า เป็นการส่งสัญญาณเพื่อไม่ให้เกิดการปรองดองหรือไม่ เพราะเมื่อมีการส่งสัญญาณเรื่องปรองดองออกมา เหตุก็เกิดขึ้นมาทันที
     นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า กำลังดูอยู่ว่าเป็นการกระทำของใคร ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปสืบสวนสอบสวนก่อน ยอมรับว่าค่อนข้างลำบาก แต่ก็ต้องกวดขันเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดมากขึ้น การที่คนร้ายวางระเบิดหลายครั้งก็คิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะมีหลักฐานเพื่อดำเนินคดีได้สักครั้ง
     "เหตุที่เกิดขึ้นมันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะไม่ให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่สงบสุข เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องแก้ไข ป้องกัน และที่จริงก็มีการกำชับเจ้าหน้าที่ของทั้งภาครัฐและเอกชนแล้วให้กวดขันดูแลรับผิดชอบในเขตรับผิดชอบของตัวเองด้วยอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากกำลังของเจ้าหน้าที่แต่ก็ยังมีเล็ดลอดออกมา เราก็ต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นยิ่งขึ้น" รองนายกฯ กล่าว
     เมื่อถามว่า ทางสันติบาลได้เคยเตือนท่านถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการลอบสังหารนายกฯ และรองนายกฯ โดยการใช้อาวุธหนักหรือไม่ นายสุเทพบอกว่า คงต้องบอกกับ พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เหมือนกันว่าการที่ออกมาให้ข่าวกับสื่ออย่างนี้อาจทำให้เกิดความตระหนกตกใจ ซึ่งความจริงข่าวนี้มีมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา แต่ตนก็มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติราชการก็ต้องทำหน้าที่ไปตามปกติ แต่ก็ไม่ได้ประมาทอะไร
     ถามว่า มีความเชื่อมโยงกับการที่ ศอฉ.ประกาศจะยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ยืนยันว่าทาง ศอฉ.ที่ยังจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ เพราะต้องการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นว่าสมควรจะใช้กฎหมายปกติธรรมดาเข้ามาดูแลสถานการณ์ได้ เราก็จะเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที
     พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า กองทัพเคยนำทหารออกมาเต็มเมืองไปหมดและลดระดับลงมา ซึ่งหน้าที่หลักเป็นของตำรวจและสถานีตำรวจในพื้นที่ กทม.ที่มี 88 สถานี ซึ่งหากไม่พอเราจะจัดเจ้าหน้าที่ทหารไปช่วยพร้อมกับเครือข่ายภาคประชาชน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนจะต้องเข้าใจ เพราะถ้าพื้นที่ไหนเจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวดเขาก็ไม่ทำ แต่ถ้าพื้นที่ไหนไม่มีเจ้าหน้าที่เขาก็จะไปทำ
     "ดังนั้นโดยตรรกะ เราอาจจะต้องดูทุกจุด ถ้า 500 เมตรดูไม่เพียงพอก็จะต้องดูทุก 100 เมตร แต่ทำไม่ได้ การที่มีคนทำอยู่ถือเป็นการทำร้ายคนทั้งประเทศ ทำให้เกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและสังคม รัฐบาลก็ไม่มีเสถียรภาพ ประชาชนก็อยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจไปไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคนทำไม่น่าจะทำ เพราะเป็นการทำร้ายคนทั้งประเทศ ถ้ามีคนบาดเจ็บล้มตายจะยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองย่ำแย่"
     พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า หากให้เจ้าหน้าที่ไปอยู่เต็มเมืองจะทำให้เกิดความสิ้นเปลือง อีกทั้งขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะนำทหารออกมาจำนวนมาก ขณะนี้เราใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนอีกส่วนหนึ่งช่วยดูแล  แต่ไม่ว่าเราจะดูกี่สิบแห่งหรือร้อยแห่งก็ยังมีช่องว่างที่สามารถเกิดเหตุขึ้นได้ ต่อให้เฝ้าทุก 100 เมตร ก็ยังเกิดเหตุได้ เช่น สมมติเวลารถวิ่งผ่านก็โยนระเบิดได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามให้ตำรวจช่วยดูแล ทหารเข้าไปเสริมระดับหนึ่ง ไม่ได้ใช้กำลังมากมายเพราะจะทำให้เกิดความสิ้นเปลือง
     ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 19 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีกฎหมายอยู่ เมื่อมีการเคลื่อนไหวเดี๋ยวจะมีปัญหา ซึ่งเราไม่อยากให้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเพราะเป็นไทยด้วยกัน  แต่หากเขาไปทำหรือพูดอะไรที่ไม่ได้พูดในเรื่องข้อเท็จจริง     "ยกตัวอย่างเช่นเรื่องคนตายที่ยังต้องไปถามเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ การจะบอกว่าใครยิงใคร ใครตาย ไม่ถูก และยังบอกไม่ได้ว่าถูกยิงหรือถูกใครทำร้ายตาย ถามว่าคนที่พูดได้เห็นเหตุการณ์ ตรวจสอบวิถีกระสุน รู้ผลการพิสูจน์ มีวัตถุพยานหรือไม่ เขาไม่มี แต่เหมารวมว่าคนใส่เสื้อสีเขียวสวมแว่นดำเป็นคนยิง ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องถูกต้อง หากคนในสังคมไม่รู้แล้วพูดอย่างนี้ไม่ได้
     ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ยิงประชาชน หากมีตรงไหนที่เราสั่งให้ยิงประชาชนให้เอามาได้เลย ผมรับผิดชอบเอง ตั้งแต่แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองพลจนถึงพลทหารที่ถือปืน ท่านลองไปดูว่ามีคำสั่งให้ทหารยิงหรือไม่ เราไม่เคยสั่งเช่นนั้น" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
     ถามถึงกระแสข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญรวมถึงตัวท่าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า "อีกประมาณไม่กี่วันผมก็เป็นประชาชนเช่นคุณ เวลาผมตายก็ต้องช่วยกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกวันข้างหน้า ไม่มีทางอื่น ผมจะไปป้องกันตัวอะไรได้ สั่งใครก็ไม่ได้ ถ้าตายไปจริง สังคมต้องดูแลไม่ให้คนอย่างนี้ต้องโดนทำอย่างนี้อีก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลเพราะถ้ายังตายกันอยู่เรื่อยๆ ประเทศไทยก็อยู่ไม่ได้ สักวันลูกคุณเป็น ผบ.ทบ.ก็อาจตายได้"
     ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. แถลงว่าขอประณามผู้สร้างสถานการณ์เพื่อมุ่งหมายเพื่อไม่ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกลุ่มบุคคลที่พยายามเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ให้มีการเลือกตั้ง น่าสงสัยว่าอยู่ดีๆ ทำไม ศอฉ.จึงจัดชุดตรวจตราขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรน่าตื่นตระหนกเลย
     "เหตุลอบวางระเบิดครั้งล่าสุดนั้นเป็นการหวังผลทางการข่าวเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่ซอยรางน้ำและที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที วันนี้คนเสื้อแดงมีอยู่แค่ 2 อย่างคือ ถูกฆ่าและถูกจับ ไม่มีเวลาไปคิดอ่านเรื่องอะไร แต่ถูกใส่ร้ายตลอด"
     นายจตุพรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ดีเอสไอจะทำการตรวจอาวุธ หลักฐานต่างๆ ที่ใช้ในการสลายการชุมนุมที่ผ่านมานั้น เป็นการส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐทำลายหลักฐาน ทำความสะอาดกระบอกปืน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงหนังสือคำสั่งต่างๆ ดีเอสไอใช้วิธีชั่วช้าสามานย์มาตลอด ทำคดีด้วยความอยุติธรรม เมื่อใครเป็นพยานและไม่เป็นประโยชน์กับตัวเองก็จะข่มขู่ว่าจะไปตรวจสอบเขา
     ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยกล่าวด้วยว่า  การชันสูตรศพ ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ควรทำตั้งแต่ 7 วันแรก แต่สิ่งที่ปรากฏคือใช้วิธีใส่ร้ายก่อนแล้วค่อยไปตรวจสอบภายหลัง ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าตนจะไปขอเข้าพบนายคณิต ณ นคร ในฐานะที่เป็นปรมาจารย์ในด้านประมวลวิธีพิจารณาความอาญา  และเคยเขียนตำราไว้มากมายเกี่ยวกับการสอบสวนคดีอาญา โดยจะสอบถามว่าการดำเนินการของดีเอสไอต่อคนเสื้อแดงนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์