"บิ๊กป๊อก" ตัดหน้า "ประยุทธ์" ชิงเซ็นปรับย้าย ผบ.พัน 12 นายก่อนเกษียณ ดันเด็กในคาถาขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญ หวั่น ผบ.ทบ.คนใหม่ไม่สนองความต้องการ เด้ง ผบ.พัน สห.หลานอดีต รมว.กห.เข้ากรุ
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารในระดับพันเอกพิเศษและพันเอก จำนวน 12 นาย ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการโยกย้ายแบบนอกฤดูกาล เนื่องจากตามปกติบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารระดับผู้บังคับกองพันจะมีการพิจารณา หลังจาก ผบ.ทบ.คนใหม่ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ที่จะเป็นผู้พิจารณาปรับย้ายและลงนาม แต่ปรากฏว่า การปรับย้ายครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการลงนามเพื่อปรับย้ายผู้บังคับกองพัน โดยไม่ยอมรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
ในบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน จำนวน 12 นาย ส่วนใหญ่เป็นนายทหารคนสนิทและใกล้ชิดกับ พล.อ.อนุพงษ์เกือบทั้งสิ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ พล.อ.อนุพงษ์มีการปรับย้ายก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ อาจเป็นเพราะ พล.อ.อนุพงษ์ไม่มั่นใจว่า หากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจอาจทำให้คนสนิทของ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ต้องการได้
สำหรับรายชื่อการปรับย้าย ประกอบด้วย นายทหารผู้บังคับกองพันที่คุมกำลังสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ 3 กองพัน ที่เคยมีบทบาทสำคัญในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อ เม.ย. 52 และ เม.ย. 53 ที่ผ่านมา โดยปรับย้าย พ.อ.ฐิติศักดิ์ สมทัศน์ (ตท.25) ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตร (ผบ.พัน สห.ทบ.) หลาน พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ อดีต รมว.กลาโหม และ พ.อ.สุชาติ พรมใหม่ (ตท.27) ผู้บังคับกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.พัน ร.มทบ.11) ออกจากตำแหน่งเข้ากรุมากินอัตรา พ.อ.พิเศษ ในตำแหน่งประจำเป็นฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา โดยให้ พ.ท.สันติพงษ์ มั่นคงดี รอง ผบ.พัน สห.ทบ. (ตท.26) ขึ้นเป็น ผบ.พัน สห.ทบ. โดยมี พ.ท.ณุดนัย บูรณสมภพ (ตท.31) นายทหารติดตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ข้ามมาเป็น รอง ผบ.พัน สห.ทบ.แทน
นอกจากนี้เป็นที่น่าจับตาว่า พ.ท.ชนมากรณ์ ภิบาลชนม์ (ตท.27) นายทหารฝ่ายเสธ.หน้าห้อง พล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งเป็นทหารเสือราชินี ขยับขึ้นมาเป็น ผบ.พัน ร.มทบ.11 แทน พ.อ.สุชาติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีชื่อเป็นแคนดิเดตว่า จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาโดยตลอด จนกระทั่งมาสมหวังก่อนที่ พล.อ.อนุพงษ์จะเกษียณอายุราชการ รวมทั้งยังมีการตั้ง พ.อ.พัฒนชัย จินตกานนท์ นายทหารฝ่ายเสธ.หน้าห้อง ผบ.ทบ. มาเป็นรองผู้อำนวยการกองสนับสนุนกองทัพบก (รอง ผอ.สสน.)
สำหรับ พ.ท.พงศกร อาจสัญจร ผู้บังคับกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 (ผบ.ร.1 พัน 3 รอ.) ถูกย้ายไปเป็นนายทหารฝ่ายยุทธการกองทัพภาคที่ 1 พร้อมขยับให้ พ.ท.เปรมจิรัส ธนะไทยภักดี (ตท.33) มาเป็น ผบ.ร.1 พัน 3 รอ. แทน โดยกองพันนี้มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากเป็นกองพันเคลื่อนที่เร็วสามารถเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นกองพันที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.)
ทั้งนี้ ยังมีการย้าย พ.อ.ธิติพล สารลักษณ์ (ตท.23) รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (รอง ผบ.ร.1 รอ.) เข้ากรุเป็นฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เคยลงไปทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด โดยให้ พ.อ.รวิศ รัชตวรรณ (ตท.26) หัวหน้านายทหารฝ่ายยุทธการกองทัพภาค 1 มาเป็นรอง ผบ.ร.1 รอ. แทน.








