Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

อัดกลืนน้ำลาย สส.สันหลังหวะ คว่ำร่าง‘สตง.’


 สภาโหวตคว่ำ กม.ตรวจเงินแผ่นดิน ฝ่ายค้านได้ทีอัดรัฐบาลกลับมติตัวเอง วิปรัฐบาลอ้างมีเสียงท้วงติงเพียบ เหตุให้อำนาจ สตง.ล้นฟ้าส่อขัด รธน. "พิศิษฐ์" เร่งชงร่างใหม่ คาดทันสมัยประชุมนี้ "ประสพสุข" ยันสรรหาผู้ว่าฯ สตง.ยังเดินหน้าได้ แย้มใช้ พ.ร.บ.ปี 42 แทน
     ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลา 09.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.... หลังจากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จึงต้องถูกตีกลับมาให้สภาพิจารณาอีกครั้ง
     โดยนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว อภิปรายว่า แม้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล  (วิปรัฐบาล) จะมีมติไม่ยืนยันตามร่าง โดยระบุว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญเพราะมีการให้อำนาจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มากเกินไป สามารถตรวจสอบการทุจริตเงินแผ่นดินได้เหมือนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) สามารถสั่งฟ้องเองได้เลยหากอัยการไม่สั่งฟ้อง
     แต่ในส่วนของ กมธ.เห็นว่าการให้อำนาจกับ สตง.เพิ่มขึ้นสามารถทำได้ เพราะนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ กมธ.ก็ยืนยันว่าทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญ  50 มาตรา 252 วรรคหก เขียนว่า ให้อำนาจหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นได้ให้ สตง.ตรวจสอบทุจริตได้ในกรณีเงินแผ่นดินเท่านั้น เนื่องจากคดีที่ ป.ป.ช.มีค้างอยู่มาก แต่หาก ป.ป.ช.ต้องการจะมาตรวจสอบ สตง.ก็ต้องหยุด
     "หากมีการโหวตให้ร่างตกไปก็ต้องเสนอกฎหมายเข้ามาใหม่ กว่าจะผ่านสภาและวุฒิสภาอีก  1 ปีก็ไม่รู้จะเสร็จหรือไม่ จะสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ระบบการตรวจเงินแผ่นดินก็จะเป็นอัมพาต ดังนั้นผมขอให้ ส.ส.คิดให้ดี เพราะ ส.ว.เสียงข้างมากก็เคยให้ความเห็นชอบมาแล้ว เพียงแต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้มีการแก้ไขแม้แต่มาตราเดียว จึงขอให้พิจารณาให้ดี เพราะทุกคนเคยมีมติเห็นชอบมาแล้วครั้งหนึ่ง และสุดท้ายร่างฉบับนี้ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่แล้ว" นายวิลาศระบุ
     จากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้สลับกันขึ้นอภิปราย โดยส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าร่างกฎหมายอาจขัดรัฐธรรมนูญ อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องผู้ว่าการ สตง. เพราะมีการยื่นศาลปกครองแล้ว ทั้งนี้ตนเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีปัญหา เพราะเขียนทับซ้อนในอำนาจหน้าที่กับ ป.ป.ช. และให้อำนาจเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนที่สภาเสียงข้างมากเคยลงมติเห็นชอบไปในคราวแรกนั้น ต่อมามีการท้วงติงจำนวนมาก ก็ต้องพิจารณาใหม่ และพร้อมปรับปรุงแก้ไขมติ
     นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้เข้าสภาโดยช่องทางมาตรา 140 (2) ที่ต้องได้เสียงเห็นชอบถึงกึ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาช่องทางบทเฉพาะกาล มาตรา 302 วรรคห้า ซึ่งมีเจตนารมณ์คุ้มครองร่างกฎหมายในกรณีที่สภาไม่เห็นด้วยหรือแก้ไขเพิ่มเติม ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เมื่อวุฒิสภามีมติเห็นชอบแต่เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 70 ต่อ 53 งดออกเสียง 16 เสียง จึงไม่สมบูรณ์ ดังนั้นควรจะให้ ส.ว.ไปลงมติให้ถูกต้องก่อน
     นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ยืนยันร่างถือว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะเมื่อตอนวาระ 3 สภาเสียงข้างมากที่เป็นฝ่ายรัฐบาลเคยเห็นชอบ 248 เสียง ส่วนฝ่ายค้านลงมติไม่เห็นด้วย 130 เสียง ซึ่งฝ่ายค้านในคราวนี้ก็ยังคงยืนยันว่าไม่เห็นด้วยในเนื้อหาของร่าง แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถแสดงเหตุผลได้ว่าคราวนี้จะมากลับมติของตนเองเพราะอะไร ทำไมไม่คิดตั้งแต่แรกว่าขัดรัฐธรรมนูญ
     ในที่สุดภายหลัง ส.ส.ทั้งสองฝ่ายอภิปรายนานกว่า 3 ชั่วโมง นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สั่งลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่ยืนยันตามร่างด้วยคะแนน 292 ต่อ 10 งดออกเสียง 28 และไม่ลงคะแนน 17 เสียง ซึ่งทำให้ร่างดังกล่าวตกไป และต้องมีการเสนอร่างเข้ามาใหม่
     ด้านนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ต้องรอให้ สตง.เสนอกฎหมายเข้ามาใหม่  แต่ปัญหาอยู่ที่ใครจะเป็นผู้ลงนามเสนอระหว่างนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการ สตง.ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ สตง.กับคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการ สตง. อย่างไรก็ดี กระบวนการสรรหาผู้ว่าการ สตง.ยังคงมีอยู่ โดยตนกำลังประสานคณะกรรมการสรรหาให้มาประชุมกันให้ได้ แต่ติดปัญหาที่กรรมการยังมีเวลาว่างไม่ตรงกัน เนื่องจากบางคนต้องเดินทางไปอำลาตำแหน่งเพราะใกล้เกษียณอายุราชการ
     "คาดว่าในสัปดาห์หน้าในวันใดวันหนึ่งจะมาประชุมกันได้  ซึ่งเมื่อประชุมกันแล้วมีมติอย่างไร จะเดินหน้ากระบวนการสรรหาได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรอดูผลวินิจฉัยของศาลปกครองด้วย ซึ่งกรรมการสรรหา 6 คน มีทั้งประธาน 3 ศาล และคนอื่นๆ ล้วนเป็นนักกฎหมายใหญ่ทั้งนั้น น่าจะหาทางออกได้" นายประสพสุขกล่าว
     ส่วนที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหามีมติให้รอกฎหมายฉบับใหม่นั้น  ประธานวุฒิสภากล่าวว่า คราวนี้ก็แล้วแต่กรรมการจะพิจารณา ซึ่งอาจเปลี่ยนมติก็ได้ เพราะครั้งนี้ร่างกฎหมายที่รออยู่นั้นตกไป อาจจะเริ่มกระบวนการสรรหาโดยใช้ พ.ร.บ.ฉบับเก่า คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  2542 เพราะถือว่ายังคงมีผลบังคับใช้อยู่ มีเพียงบางส่วนที่ถูกยกเลิกตามประกาศ คปค.
     เมื่อถามว่า หากเริ่มกระบวนการสรรหาไม่ได้ สตง.จะเกิดสุญญากาศหรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่เกี่ยว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะสรรหาได้เร็วหรือช้า แต่อยู่ที่คน 2 คนที่ยังมองข้อกฎหมายไม่ตรงกันเกี่ยวกับการนั่งรักษาการผู้ว่าการ สตง. ถ้าเคลียร์เรื่องนี้จบก็ไม่มีปัญหา คนที่รักษาการก็มีอำนาจสั่งการงานใน สตง.ได้
     ขณะที่นายพิศิษฐ์กล่าวว่า  หลังจากนี้  สตง.จะนำข้อสังเกตของสภาและ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง  พ.รบ.ดังกล่าว โดยเฉพาะในประเด็นที่มีการท้วงติงเรื่องการให้อำนาจ สตง.มากเกินไปมาพิจารณาทบทวนเพื่อให้มีกฎหมายฉบับใหม่ออกมาตามรัฐธรรมนูญกำหนด โดยคาดว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะแล้วเสร็จทันภายในสมัยประชุมสภานิติบัญญัติ
     "มั่นใจว่าปัญหาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ตอนนี้จะไม่กระทบต่อกระบวนการร่าง พ.ร.บ.สตง. เพราะการร่างกฎหมายถือว่าเป็นงานประจำที่ สตง.ต้องทำอยู่แล้ว ประกอบกับกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ สตง.ก็ทำได้ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการสรรหานั้นจะเริ่มได้เมื่อไหร่ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการร่างกฎหมายใหม่" นายพิศิษฐ์ระบุ.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์