ครม.ภาคใต้อัดงบค่าเสี่ยงภัย-ตั้งกองทุนช่วยเหลือปลอบขวัญครูใต้ ย้ำเดินทางนอกเวลาต้องแจ้ง จนท. "มาร์ค" เตรียมลงพื้นที่ก่อนไปสหรัฐ ประธานสมาพันธ์ครูโวยที่บอกว่าสถานการณ์ดีขึ้นจริงหรือไม่ สั่งคุมเข้ม 5 วันอันตราย 9-13 ก.ย.ส่งท้ายฮารีรายอ สะพัดจะมีปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ โจรใต้ยิง ชรบ.ยะลาด้วยเอ็ม 16 ดับ จนท.เข้าตรวจสอบกดบึ้มซ้ำแต่โชคดีไม่เจ็บ
เมื่อวันพฤหัสบดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้เป็นการนัดประชุมเพื่อติดตามการพัฒนาและได้มีการขอให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ รายงานเรื่องนี้ในที่ประชุม ในประเด็นปัญหามาตรการที่คิดว่าต้องเพิ่มเติมและการบำรุงขวัญกำลังใจของครูในพื้นที่ สำหรับเรื่องของตำรวจ ทหาร ข้าราชการในพื้นที่ จะสรุปแล้วคุยกันในวันที่ 13 ก.ย.นี้ และจะมีการนัดพบกันตัวแทนครูด้วย
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยให้ครูพกอาวุธได้ตรงนี้ยังใช้อยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็มีกลุ่มที่เป็นอาสาอยู่ และในที่ประชุมก็ไม่ได้พูดกันเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ประเด็นหลัก ส่วนความสูญเสียที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่กรณีที่ไม่ดูแล แต่ว่าอาจจะมีจุดอ่อนบางจุดที่จะต้องแก้ไขกันไป ฝ่ายที่เขาก่อเหตุเขาไม่ได้หยุดอยู่กับที่ พอเรามีมาตรการอะไรไปเขาก็จะมีพัฒนาไปอีก เราจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
นายอภิสิทธิ์บอกว่า คาดว่าตนน่าจะลงพื้นที่ภาคใต้ก่อนจะเดินทางไปประชุมยูเอ็นที่ประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 23-25 ก.ย.นี้
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีครูสองสามีภรรยาใน จ.นราธิวาสถูกยิงเสียชีวิตว่า เมื่อวาน (8 ก.ย.) ได้เดินทางไปปลอบขวัญและให้กำลังใจกับทั้ง 2 ครอบครัว คือ ครอบครัวของนายวิลาศ เพชรพรหม อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี และนางคมขำ เพชรพรหม อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง ซึ่งทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และได้มีการให้การช่วยเหลือในส่วนของสวัสดิการครูจำนวน 1 ล้านบาท ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่ประสานงานในส่วนของสิทธิประโยชน์อื่นที่ควรจะได้รับ ส่วนบุตรนั้นได้สั่งการให้บรรจุในตำแหน่งข้าราชการครูแทนตำแหน่งของนายวิลาศ ส่วนข้อเสนอในการขอปูนบำเหน็จความดีความชอบเพื่อครูที่เสียชีวิต ตนได้นำมาศึกษาเพื่อดูในข้อกฎหมายเพื่อที่จะทำรายงานให้นายกฯ เพื่อที่จะได้ร่วมเจรจากับสมาพันธ์ครูในวันจันทร์ที่จะถึง
"ผมได้พบกับแม่ทัพภาค 4 และผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการเสริมในเรื่องความปลอดภัยของครูให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุด รปภ.ของครูจะต้องมีการเชื่อมประสานกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญได้มอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ได้มีการดำเนินการในการทำแผนที่จะระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น หากมีการทำกิจกรรมนอกเวลาราชการขอให้รายงานหน่วยงานความมั่นคงให้รับทราบเพื่อที่จะควบคุมและให้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากเหล่าทัพ" รมว.ศธ.กล่าว
ภายหลังการประชุม นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ครูในพื้นที่ถูกลอบสังหารว่า ในส่วนของการช่วยเหลือที่ รมว.ศึกษาธิการรับมา โดยเฉพาะค่าช่วยเหลือทั้งหลายกระทรวงศึกษาฯ ก็จะมาตั้งกองทุน ซึ่งขณะนี้ได้ให้ กคส.ร่างระเบียบ และตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ ซึ่งในปัจจุบันก็มีกองทุนช่วยเหลือครูที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่อยู่รายละ 5 แสนบาท สำหรับเรื่องค่าเสี่ยงภัยนั้นที่ประชุมได้มอบหมายให้ รมว.ศึกษาฯ ไปดูระเบียบหน่วยงานราชการอื่นที่มีข้าราชการปฏิบัติพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า มีหลายหน่วยงานที่มีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น ทหารกับตำรวจ ให้เรานำมาประกอบในการพิจารณาเพื่อยกร่างระเบียบของกระทรวงศึกษาฯ และให้นำเสนอต่อนายกฯ ก่อนวันจันทร์นี้
ทั้งนี้ คงไม่ต้องไปแก้กฎหมาย เพราะเป็นระเบียบภายในกระทรวง แต่หากอะไรที่ต้องเป็นมติก็จะนำเสนอ ครม.ต่อไป คาดว่า รมว.ศึกษาฯ จะเรียกประชุมในวันศุกร์นี้เพื่อยกร่างให้เสร็จก่อนเสนอนายกฯ ต่อไป
รมช.ศึกษาธิการระบุว่า เรื่องการดูแลความปลอดภัยของครูนั้น ทหารได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ที่ประชุมได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่ทางสมาพันธ์ครูในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกาศปิดการเรียนการสอนในพื้นที่ หลังจากที่ รมว.ศึกษาฯ ลงไปในพื้นที่แล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่ายังไม่มีการปิดการเรียนการสอน แต่จะส่งตัวแทนมาที่กรุงเทพฯ พบนายกฯ แทน และจะเน้นย้ำให้ครูยึดถือปฏิบัติมาตรการทั้ง 14 ข้อ
พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เราได้ดูแลอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีช่องโหว่โดยเฉพาะช่วงครูที่ต้องเดินทางไปทำภารกิจส่วนตัว ก็ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจและเตือนกับครูกันแล้วทุกครั้งเมื่อครูต้องสูญเสียชีวิตไปกับสถานการณ์ และเราก็ได้มีการปรับแผนข้อบกพร่อง ตรงไหนเป็นช่องว่างเราก็จะพยายามอุดรอยรั่ว แต่ก็ยอมรับที่ไม่สามารถดูแลครูได้ตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งครูเขาอยากเป็นส่วนตัวไม่อยากให้เราเข้าไปยุ่ง ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่คนร้ายมักจะฉวยโอกาสเคลื่อนไหวทำร้ายครูทุกครั้งไป
ขณะที่นายบุญช่วย ทองศรี ประธานเครือข่ายสมาพันธ์ครูแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบอีก 2 คน สะท้อนให้เห็นนี้คือวงจรอุบาทว์กลับมาถึงวงการครูอีกครั้งหนึ่ง ขอให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ทบทวนคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนด้วย
"ให้ ส.ส.ซีกรัฐบาล ศอ.บต. กองทัพภาค 4 และสมาพันธ์ครู หันหน้ามารับฟังเสียงสะท้อนของเพื่อนครูชายแดนใต้ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะศพครู 2 ศพในวันนี้ ไม่ใช่ศพสุดท้ายของเหยื่อไฟใต้อย่างแน่นอน และที่บอกว่าสถานการณ์ดีขึ้นนั้นดีขึ้นจริงหรือไม่" นายบุญช่วยกล่าว
เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวความมั่นคงที่ปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าภายหลังสิ้นสุดเทศกาลฮารีรายอในวันที่ 10 กันยายนนี้ ซึ่งในระยะห้วงภายในระหว่าง 7 วัน จะมีการเคลื่อนไหวปฏิบัติการก่อวินาศกรรม ปฏิบัติการซุ่มโจมตีอีกระลอกใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน จึงแจ้งเตือนมายังผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เป้าหมาย
มีรายงานด้วยว่าในช่วงระหว่างวันที่ 9-13 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันคาบเกี่ยวในช่วงเทศกาลฮารีรายอนั้น กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะลอบแฝงตัวก่อเหตุร้ายขึ้นโดยมุ่งเน้นดักสังหารเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ใช้ช่องโหว่ของศาสนานำไปเป็นประเด็นในการปลุกระดมชวนเชื่อสมาชิกแนวร่วมว่า หากฆ่าใครให้เสียชีวิตในช่วงนี้จะได้บุญเป็นทวีคูณจากช่วงปกติถึง 80 เท่า เจ้าหน้าที่จึงได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษในช่วง 5 วันอันตรายนี้
สำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่ยังมีความรุนแรงต่อเนื่อง เมื่อเวลา 20.15 น. คืนวันที่ 8 ก.ย. มีเหตุระเบิดบริเวณศาลาที่พักริมทางหน้าโรงเรียนบันนังสตาอินทราฉัตร ภายในเทศบาล ต.บันนังสตา หมู่ที่ 2 ต.บันนังสตา ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.บันนังสตา ประมาณ 300 เมตร ส่งผลให้อาคารศาลาที่พักได้รับความเสียหายทั้งหลัง จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กก. ต่อชนวนกดระเบิดด้วยการตั้งเวลาจากนาฬิกาดิจิตอล
ช่วงเช้าเวลา 06.38 น. วันที่ 9 ก.ย. สภ.เมืองยะลาได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายบนถนนลูกรังภายในหมู่บ้าน บ้านบาโด หมู่ที่ 3 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา จึงรีบประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะกำลัง จนท.ตรวจเคลียร์พื้นที่ ชุด อส.เฉพาะกิจ อ.เมืองยะลา นำโดยนายภักดี ศรีศาสนานนท์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส. จำนวน 8 นาย นั่งรถยนต์กระบะอีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน ภภ.2756 กทม. เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อมาถึงบริเวณถนนลูกรังเลียบบึงบาโด ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังจุดที่พบศพ กลุ่มคนร้ายได้กดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีระเบิดทำงานหลังจากรถยนต์วิ่งผ่านไปเพียงเสี้ยวนาที จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถยนต์ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดตามบริเวณตัวถังเล็กน้อย
ส่วนที่เกิดเหตุยิงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนายดอรอแม โต๊ะมะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 หมู่ที่ 3 ต.ยุโป อ.เมืองฯ จ.ยะลา ซึ่งเป็น ชรบ.หมู่ที่ 3 บ้านบาโด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้า เข้าที่บริเวณศีรษะ ลำคอ และบริเวณหน้าอก นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ห่างกันเล็กน้อยพบรถ จยย.ยามาฮ่าสปาร์ค สีแดงดำ 125 ซีซี ทะเบียน กวธ.837 ยะลา ล้มลงอยู่ในพงหญ้าข้างทาง พบปลอกเอ็ม 16 จำนวน 2 ปลอก และปลอกอาก้าอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายดอรอแม โต๊ะมะ ขับขี่รถ จยย.คันดังกล่าวมุ่งหน้าจะกลับบ้านพัก หลังจากเข้าเวรยามที่โรงเรียนบ้านบาโด เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ไม่มีบ้านชาวบ้าน คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนได้ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้า ยิงเข้าใส่จำนวนหลายชุด ทำให้นายดอรอแม โต๊ะมะ เสียชีวิตลงดังกล่าว.








