"หมอดูอีที" ทัก! เพื่อไทยรื้อพรรคใหม่ "ยงยุทธ" ไขก๊อกอ้างเตรียมเลือกตั้งใหญ่ เปิดทาง "บิ๊กโก" เสียบ รอรับงานนายใหญ่ลบภาพไม่จงรักภักดี ส.ส.ตามไม่ทัน ส่อต้องปรองดองในพรรคก่อน แบ่งก๊กชู "จิ๋ว-เจ๊มิ่ง" สู้ แต่ไม่น่ามีปัญหา "ตุ๊ดตู่" อนุญาตแล้วอังคาร 14 กันยายนรู้ผล "ชัจจ์" เผย "โกวิท" รับปากแล้วหลัง "ชายอุ๋ย" ปฏิเสธ "อนุพงษ์" เตือนนักการเมืองทำตัวให้ดี
เมื่อวันพฤหัสบดี คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยนัดประชุมเป็นการด่วนเพื่อหาผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค ซึ่งมีการทาบทาม พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และอดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคแทน โดยมี ส.ส.จำนวนหนึ่งเข้าสังเกตการณ์ด้วย
หลังการประชุม นายยงยุทธเปิดแถลงว่า ยืนยันว่าได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยโดยให้เหตุผลว่า สมัยที่รับเป็นหัวหน้าพรรคยังไม่มี ส.ส.แม้แต่คนเดียว ภายหลัง ส.ส.จากพรรคพลังประชาชนได้ย้ายเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้บริหารพรรคมาเกือบ 2 ปี คิดว่าพรรคเพื่อไทยมีความมั่นคงแข็งแรงพอสมควร นับจากนี้ไปคิดว่าอีกไม่เกิน 1 ปีเศษคงจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ช่วงเวลานับแต่นี้ไปจะเร็วมาก ดังนั้นพรรคจะต้องปรับโครงสร้างเพื่อเตรียมรับการเลือกตั้ง
"ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความสามารถในการจัดการเลือกตั้ง แต่มีคนที่ถนัดกว่าทั้งในและนอกพรรค จึงได้หารือกรรมการบริหารพรรคว่าควรปรับโครงสร้างและการบริหารพรรคเพื่อรับการเลือกตั้ง" นายยงยุทธกล่าวว่า จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยและทำงานทุกวันเหมือนเดิม เพียงไม่ได้พบปะเหมือนสมัยเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งยังมีความรักและความผูกพันยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
ถามว่า ได้มีการวางตัวบุคคลที่จะเข้ามาบริหารในตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อหรือไม่ เขาตอบว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่ร้านขายของชำ ถ้าเถ้าแก่ขี้เกียจไม่อยากทำแล้วก็ให้ลูกเถ้าแก่ทำต่อ แต่นี่เป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก และมีความเห็นที่หลากหลาย ต้องรอในวันประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทั้งนี้ตนหมดหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 เป็นผู้รักษาการหัวหน้าพรรคต่อไป
นายยงยุทธปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องการทาบทาม พล.ต.อ.โกวิท เพิ่งทราบจากสื่อที่มาถาม และ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ขออย่าเอาอะไรทุกเรื่องหรือความเคลื่อนไหวในพรรคไปโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือตระกูลชินวัตร
"ขอความยุติธรรม ความเมตตาสงสารท่านบ้าง ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณมาสั่ง ผมคงไม่มานั่งพูดและก็คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ" นายยงยุทธกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม พล.ต.อ.โกวิทถึงเรื่องดังกล่าวทางโทรศัพท์ ได้คำตอบว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เมื่อพยายามสอบถามว่าได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทยหรือยัง พล.ต.อ.โกวิทปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันทีและไม่รับสายอีก
"โกวิท"รับปากแล้ว
แต่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.โกวิท เผยว่า พล.ต.อ.โกวิทรับที่จะนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว หลังจากนี้จะได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเพื่อลงมติ ทั้งนี้การสรรหาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้มีการดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะ ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคเองก็ได้มีการทาบทาม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ยังไม่เป็นที่ตกลง
ถามถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยทาบทาม พล.ต.อ.โกวิทนั่งหัวหน้าพรรค พล.ต.ท.ชัจจ์ตอบว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมักจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ซึ่งก็ต้องหาบุคคลที่มีภาพความจงรักภักดีต่อสถาบัน จะได้หยุดใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยเสียที ตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกบั่นทอนมาตลอด ถูกใส่ร้ายไม่จงรักภักดี ถูกยุบพรรคตลอด ซึ่งภาพของ พล.ต.อ.โกวิทที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่าท่านมีภาพของความจงรักภักดี ดังนั้นเวลานี้สถานการณ์ของพรรคต้องสรรหาคนที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าว พล.ต.อ.โกวิทจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้สร้างความสับสนให้กับ ส.ส.ส่วนใหญ่ที่ไม่ทราบเรื่องมาก่อน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยได้เชิญ ส.ส.หารือเป็นการด่วน เช่นเดียวกับสำนักเลขาธิการพรรคได้เชิญแกนนำแต่ละภาค ประธานวิปฝ่ายค้าน มาประชุมเช่นเดียวกัน
นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมตัวแทนภาค นายวัลลภ สุปริยศิลป์ ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ประธานภาคเหนือ, นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.ประธานภาค กทม., นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี ตัวแทนภาคกลาง และ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ ตัวแทนประธานภาคอีสาน ร่วมแถลงภายหลัง ส.ส.ประชุมหารือรับฟังการชี้แจงการลาออกของนายยงยุทธ
จากนั้นนายวิทยาแถลงว่า รู้สึกภาคภูมิใจ แม้นายยงยุทธจะพูดติดตลก เพิ่งไปให้หมอดูอีทีจากพม่าบอกว่าจะมีเลือกตั้งใหม่เร็วๆ นี้จึงต้องรีบสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ทั้งนี้ ทางผู้บริหารพรรคได้กำหนดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
ถามถึงกระแสข่าว พล.ต.อ.โกวิท นายวิทยาตอบว่า รู้หลังสื่อด้วยซ้ำ แต่ทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอน ดังนั้นทุกอย่างในการทำหน้าที่ใดๆ ก็ต้องทำตามข้อบังคับ โดยต้องเปิดโอกาสให้ ส.ส.สามารถเสนอชื่อเข้ามาได้เพื่อพรรคได้เลือก เบื้องต้นมีข่าวที่รับทราบ พล.ต.อ.โกวิทก็จะเสียสละเข้ามาทำหน้าที่ แต่มีบุคคลอื่นที่มีความสามารถพร้อมจะเข้ามา รอฟังมติประชุมใหญ่พรรค
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. กล่าวว่า วันนี้ถือว่าพรรคมีความเป็นเอกภาพและมีความสมบูรณ์ทั้งที่ทำงานและการทำงานของพรรค เห็นได้จากความเป็นเอกภาพในการลงมติ อย่างไรก็ตามนายยงยุทธยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยเพื่อก้าวไปสู่ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า การเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคของ พล.ต.อ.โกวิทนั้นเข้ามาเพียงขัดตาทัพ คอยทำหน้าที่ประสานภารกิจพิเศษเพื่อให้เกิดแนวทางปรองดองอย่างแท้จริง หลังจากพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณส่งสัญญาณออกมาในทิศทางบวกมากขึ้น และได้ผ่านการหารือมาแล้วจากคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ โดยอดีตนายกฯ ก็ไม่ขัดข้อง
มีรายงานอีกว่าการทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.โกวิท อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ช่วงใกล้เลือกตั้งหรืออาจจะไม่ปรับเปลี่ยนก็ได้ ขึ้นอยู่กับการวางตัวของ พล.ต.อ.โกวิท อย่างไรก็ดีในการหารือคณะกรรมการประสานงานกิจการพรรค นำโดยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เข้าร่วมหารือกับตัวแทนแต่ละภาค โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมสังเกตการณ์ไม่ห่างนัก
ได้มีการทำความเข้าใจถึงการลาออกของนายยงยุทธ รวมทั้งหารือว่าทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.โกวิท ซึ่งได้ข้อสรุปว่าพรรคถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และไม่มีผู้ที่จะออกไปชี้แจง หากได้ พล.ต.อ.โกวิท ที่มีภาพซื่อสัตย์สุจริต และเป็นที่ยอมรับจากฝ่ายต่างๆ ก็จะเป็นการช่วยแก้ข้อกล่าวหาให้ทางพรรค และทำให้เกิดบรรยากาศยอมรับจากประชาชนรับได้
หึ่ง!"จิ๋ว"เคือง
ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เดินทางเข้ามาร่วมด้วย ท่ามกลางข่าวแพร่สะพัดว่า พล.อ.ชวลิตไม่ค่อยพอใจนักกับการเข้ามาทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.โกวิท ที่ได้รับสัญญาณโดยตรงจากเครือญาติคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ พล.ต.อ.โกวิทเข้ามาทำหน้าที่ประสานภารกิจพิเศษแทน
นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ ส.ส.ภาคเหนือและ ส.ส.บางกลุ่มกว่า 70% เห็นด้วยต่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือนายมิ่งขวัญ ซึ่งเหมาะกับบรรยากาศปรองดองในช่วงนี้ จึงถือว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยว่า ในที่ประชุมพรรคได้มีการซักถามที่มาที่ไปกรณีนายยงยุทธลาออกจากตำแหน่ง เมื่อตนและรักษาการเลขาธิการพรรคชี้แจงก็เข้าใจกันดี และพร้อมให้การสนับสนุนในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพรรค ส่วนกระแสข่าว พล.ต.อ.โกวิทจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ได้มีการซักถาม แต่ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธ เพราะในทางการเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น ซึ่งกระบวนการคัดสรรคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ก.ย.
ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีความเห็นที่หลากหลาย บางส่วนต้องการสนับสนุนหัวหน้ากลุ่มของตนเองเป็นหัวหน้าพรรค
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.ต.อ.โกวิทมีความเหมาะสม เป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อดีต ผบ.ตร. เคยเป็น รมว.มหาดไทย สมัยพรรคพลังประชาชน ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน เมื่อยุบมาพรรคเพื่อไทยท่านก็เคยแวะเวียนมาเวลามีการสังสรรค์พบปะระหว่างอดีตรัฐมนตรีที่โรงแรมเอสซีปาร์ค
"ถ้าหากเป็นท่านจริง ผมก็เห็นว่าเหมาะสม แต่ต้องดูว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นเหมือนกันหรือไม่"
ซักว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่กับว่าที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ยังเร็วไปที่จะตอบเพราะยังไม่รู้ว่าใคร
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า กระบวนการต่างๆ หลังจากนี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อทุกฝ่ายได้คุยกันแล้วครบถ้วนก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการ ในวันนี้หรือพรุ่งนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของตัวเองก่อน จากนั้นประมาณวันจันทร์ที่ 13 ก.ย.ก็น่าจะทราบคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ก่อนที่จะส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยในวันอังคารที่ 14 ก.ย. ส่วนตัวไม่มีปัญหาหากมติพรรคเป็นอย่างไรก็ว่าตามนั้น
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.ต.อ.โกวิทถือว่าเป็นคนที่เหมาะสม แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรคด้วย
ลบภาพจาบจ้วง
ด้าน พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอาจเพราะใกล้ถึงเวลาเลือกตั้งแล้ว หรืออาจจะต้องมีการปรองดองจริงๆ แล้ว ซึ่งยังไม่ทราบว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค หากเป็น พล.ต.อ.โกวิทตามที่มีข่าวก็ไม่แปลก เพราะท่านมีภาพลักษณ์ที่ดี ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือทราบกันดีว่าท่านเป็นบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับสถาบัน เรื่องนี้ถือว่าจำเป็น เพราะพรรคเพื่อไทยโดนโจมตีเรื่องดังกล่าวมาตลอด การจะหาคนอย่างนี้ได้นั้นยากมาก
"หากมาเป็นหัวหน้าพรรคท่ามกลางวิกฤติขณะนี้คงต้องขอบคุณท่านด้วยซ้ำ คิดว่าไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ แต่ก็ต้องแสดงฝีมือเหมือนกัน และต้องเข้าใจ ส.ส. ประสานได้ทุกฝ่าย ทำงานหนักเพื่อนำไปสู่การปรองดอง หากเข้ามาจดๆ จ้องๆ เดี๋ยวก็โดน ส.ส.ตะเพิดออก" ส.ส.นครราชสีมากล่าว
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับ พล.ต.อ.โกวิทก็ต้องรอฟังเสียงจากที่ประชุม ส.ส. และต้องขอดูฝีมือ หากทำได้ดีก็คงไม่มีใครขัดข้อง อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่านายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยก็มีความเหมาะสม เพราะเป็นคนใจซื่อมือสะอาด ประนีประนอม ประสานได้ทุกฝ่าย เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ภาพลักษณ์ต่างประเทศก็น่าจะไปได้ดี แม้จะมีข้อเสียตรงกระดูกมวยทางการเมืองยังอ่อน แต่คิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ วันนี้ท่านชาร์จแบตเต็มที่พร้อมสำหรับภารกิจใหญ่แล้ว
ส่วนนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม กล่าวว่า ในส่วนของภาคอีสานได้เตรียมเสนอ 3 รายชื่อเป็นหัวหน้าพรรค คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค, พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน ส่วนที่ไม่เสนอรายชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะได้ยืนยันไม่ขอรับเป็นหัวหน้าพรรค
เขาบอกว่า จะต้องหารือในกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสานอีกครั้ง เพราะสุดท้ายการเลือกหัวหน้าพรรคจะต้องฟังและเคารพเสียง ส.ส.ว่าจะเสนอใคร เนื่องจากทราบว่าปัญหาของพรรคคือปัญหาการจัดการภายในพรรค ดังนั้นคนที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องเข้าใจจิตวิญญาณในการเป็นผู้แทนและ ส.ส.เป็นอย่างดี
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวเช่นกันว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากเป็น พล.ต.อ.โกวิทจริง ส.ส.เพื่อไทยก็รับได้ เพราะท่านเคยเป็นอดีต ผบ.ตร. รมว.มหาดไทย ถือว่ามีภาพลักษณ์ดี น่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อบรรยากาศความปรองดองได้เป็นอย่างดี
ส่วนท่าทีฝ่ายรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เท่าที่ตนทราบจะมีการวางตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของพรรคที่จะต้องไปดำเนินการ และเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยคงต้องมีการประชุมใหญ่จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของหัวหน้าพรรคได้
"ถ้าสามารถปรับโครงสร้างและนำไปสู่การร่วมมือกันในเป้าหมายของการปรองดองได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้เรายังไม่ทราบอะไรเป็นเรื่องของกระบวนการภายในของเขา" นายกฯ กล่าว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า คงไม่เหมาะที่จะให้คนไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องในพรรคเพื่อไทย ถือเป็นเรื่องภายในของเขา เราอย่าเพิ่งไปคาดการณ์อะไรในทางร้าย ค่อยๆ ดูกันไป
เหน็บหนูแพร่เชื้อ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณทวีตข้อความยกตัวอย่างว่าอย่าฆ่าหนูตัวเดียว โดยใช้วิธีการด้วยการเผาบ้าน ทั้งที่หนูตัวนั้นไม่ได้อยู่บ้าน ว่า หนูอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นหนูอันตรายแพร่เชื้อกาฬโรค และคาบไฟมาเผาบ้านตัวเอง ยืนยันว่าไม่มีใครที่จะคิดเผาบ้านเพียงไล่หนูตัวเดียว เพราะทุกคนรู้ดีว่าหนูตัวนั้นออกจากบ้านไปแล้ว
โษษกพรรคประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ที่อ้างว่าการนำ พล.ต.อ.โกวิทมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีนั้น อยากถามว่าการเชิญ พล.อ.ชวลิตมาเป็นประธานพรรคและรับอดีตนายทหารที่เกษียณอายุจำนวนมากนั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ รู้สึกเสียดายการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย เพราะน่าจะเลือกคนที่เป็น ส.ส.เป็นหัวหน้าพรรคจะเหมาะสมกว่า หรือ ส.ส. 187 คนของพรรคเพื่อไทยไม่มีใครที่เหมาะสมเลยหรือ ถึงต้องไปเอาข้าวนอกนามาเป็นหัวหน้าพรรค
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พล.ต.อ.โกวิทเคยสนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพราะนายเนวินได้สนับสนุนจนทำให้ พล.ต.อ.โกวิทเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย แต่หลังจากที่ปัญหาในพรรคพลังประชาชน ที่กลุ่มนายเนวินไม่สนับสนุนนายสมชายเป็นนายกฯ ก็มีการบีบจน พล.ต.อ.โกวิทเปลี่ยนไป ตัดขาดกับนายเนวิน จากนั้น พล.ต.อ.โกวิทก็ทำตัวอิสระ แต่ พล.ต.อ.โกวิทจะเข้ามาในช่วงปรองดองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่สุดแล้วอำนาจแท้จริงในการตัดสินใจก็ยังอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตามด้วยบุคลิกส่วนตัวที่ไม่ฟังใคร เป็นตัวของตัวเองของ พล.ต.อ.โกวิท ในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณจะจัดการอย่างไร
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ว่า สุดท้ายการปรองดองต้องเกิดขึ้น จะอย่างไรต้องหยุดกัน จะไปหยุดตามกฎหมายก็ต้องหยุดกัน นักการเมืองก็ต้องทำตัวให้ดี ถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด จะทำอะไรในสภาหรือนอกสภาก็ทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย นั่นคือปรองดอง
"ไม่ใช่พูดกัน ไม่ใช่มาเผาบ้านเผาเมือง หรือมาทำให้คนอื่นเสียหายนั้นไม่ใช่หนทางไปสู่การปรองดองหรือเข้าสู่อำนาจ ไม่ใช่ทางรัฐบาลที่ทำให้ทุกคนพอใจ รัฐบาลถูกประชาชนดูอยู่แล้วว่าผิดหรือไม่ผิด สื่อก็คอยดูอยู่" ผบ.ทบ.กล่าว.








