เศรษฐกิจ

Monday, 11 February, 2013 - 00:00

สนข.เร่งสร้างรถไฟฟ้า ฟุ้งปี56ได้ใช้ตั๋วร่วมแน่

  สนข. คาดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ประกวดราคา มี.ค.57 พร้อมเผยปลายปี 2556 ประเดิมทดสอบใช้เชื่อมบีเอ็มซีแอล-บีทีเอส- รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ จะมีความชัดเจนในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าปลายปี 2556 พร้อมเปิดให้บริการ
    นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ภายในเดือน มี.ค.57 จะสามารถขออนุมัติประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรงได้ ซึ่งขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างออกแบบการก่อสร้าง โดยมีระยะทาง 30.4 กิโลเมตรแล้ว วงเงินก่อสร้าง 5.7 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้เงินลงทุนจาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาจัดทำเอกสารประกวดราคาประมาณ 8 เดือน หรือเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ 
    “เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.55 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ลงนามสัญญาจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาและออกแบบมูลค่า 160 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อลดปัญหาการเวนคืนที่ดิน จึงเร่งเข้าไปเจรจากับเจ้าของอาคารและห้างสรรพสินค้าที่อยู่ตามแนวทางก่อสร้างโครงการและสถานี” นายจุฬา กล่าว 
    นายจุฬา กล่าวถึงความคืบหน้าระบบตั๋วร่วมว่า ภายในเดือน พ.ค.2556 นี้ จะมีความชัดเจนในการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในการเดินทาง โดยจะเริ่มทดสอบการเดินทางเชื่อมต่อระหว่าง รถไฟฟ้าใต้ดินของ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) กับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ก่อน ในปลายปี 2556 นี้ ส่วนรถเมล์ ขสมก.ต้องรอให้การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีแล้วเสร็จ สำหรับทางด่วนและมอเตอร์เวย์ จะดำเนินการในระยะถัดไป
    “สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเร็วที่สุดคือการเจรจากับเอกชนในการเก็บค่าแรกเข้า ซึ่งปัจจุบันเจ้าของระบบแต่ละรายจะจัดเก็บของตัวเอง แต่หากมีการใช้ตั๋วร่วม ค่าแรกเข้าก็จะเก็บเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ผู้ให้บริการจะสูญเสียรายได้จากค่าแรกเข้าไป แต่จะมีผู้โดยสารเข้าระบบมากขึ้น” นายจุฬา กล่าว
    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ รฟม.ได้ส่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของ สนข. หลังจากนั้น จึงจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ เพื่อดำเนินการประกวดราคาต่อไป โดยทั้ง 2 โครงการจะประกวดราคาได้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน.