Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ปฏิรูป...ต้องเริ่มจากตัวเอง


ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่แน่ใจ และเดาไม่ถูกเหมือนกันว่า เหตุการณ์บ้านเมืองนับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะเป็นอย่างไร ... ออกมาในรูปไหน แต่ที่เชื่อได้ และค่อนข้างแน่ใจ คือ การนัดหมายของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คนเสื้อแดง” ผู้รักประชาธิปไตย ทวงความยุติธรรมให้กับคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใครในครั้งนี้ จะไม่มีชาวบ้านในชุมชนและสมาชิกของเครือข่ายอินแปง ทิ้งถิ่นร่วมแห่แหนไปชุมนุมกลางเมืองหลวงด้วย ไม่ใช่เพราะเครือข่ายอินแปงที่มีศูนย์ตั้งที่บ้านบัว ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร โดยมีสมาชิกกระจัดกระจายอยู่ 5 จังหวัด 87 ตำบล แถบเทือกเขาภูพานในอุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร เป็นคนเสื้อเหลืองหรือเสื้อน้ำเงินนะครับ ทว่า..พวกเขามีวิถีชีวิตและวิธีคิดที่เป็นตัวของตัวเอง มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อิสระต่างหากล่ะ ชาวบ้านอินแปงเชื่อว่า “ ภูมิปัญญานำหน้า เงินจะมาตามหลัง” ชื่อเสียงของ “อินแปง” คือการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และมีกินตลอดชีวิต เพราะเขาเชื่อมั่นว่า สังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมที่มีความสุข เพราะสามารถกำหนดชีวิต มีความเป็นอิสระ เกื้อหนุน และเคารพธรรมชาติ อันเป็นแรงบันดาลใจตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การไม่หวังพึ่งพาใคร การไม่คิดรอความช่วยเหลือจากคนอื่น และการไม่เคยแบมือขอใครก่อนที่จะลงมือทำด้วยตัวเองนี่เอง ที่ทำให้ผมคิดว่า ชาวเครือข่ายอินแปงไม่รู้สึกว่า ติดหนี้บุญคุณ “คนนอก” หรือระบอบประชานิยม จนต้องออกจากบ้านไปทวงความเป็นธรรม จู่ๆ ผมทำไมจึงนึกไปถึงอินแปง?!? การันตีเป็นตุเป็นตะ น้ำไหลไฟดับ โยงใยระหว่างอินแปงกับม็อบเสื้อแดง อย่างนี้ต้องเฉลย................................... เป็นความโชคดีครับ ที่ผมได้ร่วมในขบวนของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่นำพาคณะที่ปรึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ ไปทัศนศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ เพื่อการดำเนินงาน ภายใต้โครงการ “เมืองไทยหัวใจมนุษย์” และโครงการ “ส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สกลนครและอุดรธานี โดยมีคุณหมอมงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้นำทีม โอกาสนี้มีการตั้งวงเสวนาที่ชุมชนอินแปงในหัวข้อ “เหลียวหลัง แลหน้า “อินแปง” ทำให้รับรู้และเข้าใจว่า ชุมชนไหนมีสุขภาวะที่ดี มีความสามารถเข้มแข็ง มีการจัดการ มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความหวังในการดำรงอยู่ ชุมชนนั้นย่อมมีอิสระในความคิด และไม่ตกเป็น “เหยื่อ” ของใครง่ายๆ เหลียวหลังไปในอดีต ชุมชนอินแปงมิได้แตกต่างจากชาวอีสานท้องถิ่นทั่วไป ที่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้แดดเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่บังเอิญที่บ้านบัวมี “ผู้เฒ่า” ที่เป็นผู้นำที่ดี ช่วยกันคิดช่วยกันใช้ประสบการณ์สร้างเป็นบทเรียนจากชีวิต กระตุ้นให้คนในชุมชนได้ช่วยกันคิดว่า เรามี “ต้นทุนชีวิต” จากป่าภูพานที่อุดมสมบูรณ์ จากน้ำจากฟ้า จะมีวิธีการอย่างไรที่จะใช้ทุนชีวิตนี้อย่างมีความสุขและยั่งยืน ปราชญ์ชาวบ้าน ที่ระดมสมองคนในชุมชน และสร้างองค์ความรู้ “ปฏิรูป” การใช้ชีวิตของตนเอง จากไร้รากปราศจากแก่น กลายเป็นรูปแบบหรือโมเดลที่นำเอาการสำรวจวิจัย มาใช้กับภูมิปัญญาชาวบ้านนี้เอง ทำให้เกิดโครงงานต่างๆในกลุ่มอินแปง อาทิ การยกป่าภูพานมาไว้ในสวนหลังบ้าน ขยายสู่การผลิตสินค้าและยาสมุนไพร โดยทุกคนอยู่อย่างเคารพธรรมชาติ แตกต่างจากการใช้ชีวิตดั้งเดิมที่ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติใกล้ตัวเพื่อแลกกับเงิน โดยมองข้ามปัญหาการทดแทน วันนี้อินแปงจากชุมชนเล็กๆที่รวมตัวกันเป็นจุ้มๆ (รู้จากงานนี้ว่า “จุ้ม” เป็นศัพท์พื้นบ้าน แปลว่า การรวมตัวของคนไม่เกิน 3 คนเล็กกว่ากลุ่มที่จะมี 5 คนขึ้นไป) กลับกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งตัวอย่าง เป็นมหาวิทยาลัยชีวิต สถาบันการเรียนรู้ของปวงชน เพราะผู้มีปัญญาสร้างคน คนสร้างเครือข่าย และเครือข่ายก็สร้างสังคมชุมชนเกษตรกรรมพอเพียง เมื่อสังคมหรือชุมชนไหน รู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง ก็คงไม่คิดที่จะดิ้นรนออกไปเป็น “เหยื่อ” บนถนนการเมืองของใครอย่างแน่นอน หากพิเคราะห์ด้วยความเป็นอิสระแล้วว่า การต่อสู้เรียกร้องที่เป็นอยู่นั้น มิได้ยังประโยชน์โดยรวม ผมปรบมือดังๆให้กับชุมชนอินแปงหลายครั้ง ในเวทีเสวนาดังกล่าว โดยเฉพาะคำถามของคุณหมอมงคลที่อยากรู้ว่า อินแปงรู้สึกแปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไปไหมที่อยากได้ใคร่มีเงินทองไปซื้อรถเครื่อง มือถือ หรือปัจจัยอื่นๆที่กำลังอินเทรนด์ ทุกคนในอินแปงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ของเก่าที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายให้มา หากเราไม่รู้จักให้ถ่องแท้ก่อน เราจะไปรับของใหม่มาทำไม ของใหม่มีประโยชน์แน่ แต่ถ้าใช้อย่างไม่มีสติ ก็อาจจะทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ดังนั้น ข้างหน้าของอินแปงคือการสืบสานทายาท ชนรุ่นหลังให้ดำเนินตามวิถีอยู่อย่างพอเพียง และมีศักดิ์ศรีที่น่าภาคภูมิใจ เพราะมหาวิทยาลัยที่ดีคงจะดำเนินต่อไปไม่ได้ หรือขาดความยั่งยืน หากไม่มีการรับไม้วิ่งต่อไปในเส้นทางที่คนรุ่นเก่าได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเส้นทางแห่งความสุขและยั่งยืน โมเดลอินแปง ...ผมว่าไม่จำกัดอยู่แค่ชุมชนเกษตรกรรมหรอกครับ หากเราจะรู้จักประยุกต์กับการดำรงชีวิต เพราะหลักปรัชญาของอินแปงคือ ทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด และเพิ่มมูลค่า ก่อนที่จะดิ้นรนออกไปหาข้างนอกไกลตัวเอง การปฏิรูปใดๆ หากเริ่มจากตัวเอง จุดเล็กๆย่อมจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่หรือระลอกคลื่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภูมิภาค และทั้งประเทศในที่สุด เหมือนกับความพยายามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พยายามผลักดันให้มีจังหวัดที่น่าอยู่ แม้กระทั่งเครือข่ายการปฏิรูปประเทศไทย ก็คาดหวังจะหาทางทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกเหมือนกัน จากวันนี้ไป ผมขอแนะนำว่า อย่าไปถามหาการปฏิรูปจากรัฐบาล หรือใครเลยครับ แต่ลองถามตัวเองก่อนว่า พร้อมที่จะปฏิรูปตัวเองให้มีชีวิตที่ดีกว่า มีสุขภาวะทั้งกายและใจหรือยัง! นายใฝ่ฝัน ปฏิรูป



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์