ช้างพังพรทิพย์ให้กำเนิดสมาชิกตัวใหม่แก่สวนสัตว์ทารองกาของออสเตรเลีย สร้างความแปลกใจแก่ทั้งทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล ที่เมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ประกาศว่าลูกช้างตายแล้วตั้งแต่อยู่ในท้อง
แม้ทางสวนสัตว์จะลงความเห็นว่าลูกช้างจะไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลก แต่ในที่สุดปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อแม่ช้างพรทิพย์ตกลูกช้างเพศผู้ออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อช่วงเช้าตรู่วันพุธ หลังมันเจ็บท้องอยู่นานถึง 9 วัน จากนั้นช่วงบ่ายลูกช้างน้ำหนัก 100 กิโลกรัมเริ่มพยายามดูดนมจากอกแม่และลุกขึ้นหัดเดินไปรอบๆ เป็นครั้งแรก
เมื่อวันจันทร์ โทมัส ฮิลเดอบรันด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายพันธุ์ช้างจากเยอรมนี ระบุว่า จากผลอัลตราซาวด์และผลตรวจสัญญาณชีพจรชี้ว่าลูกช้างน่าจะตายแล้ว "หากลูกช้างมีชีวิตรอด คงต้องเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์" เขากล่าว
สวนสัตว์ทารองกาบอกว่า ช่วง 24 ชั่วโมงหลังออกมาดูโลก เป็นช่วงที่ลูกช้างจะต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ ขณะที่พังพรทิพย์ก็ทำหน้าที่ของแม่ที่ดี พยายามช่วยเหลือลูกเวลาดูดนม "แม่พังพรทิพย์แข็งแรงดี มันกำลังทำความคุ้นเคยกับลูก มันใช้งวงสัมผัสลูกช้างอย่างนุ่มนวล" ดร.ลาร์รี โวเกลเนสต์ สัตวแพทย์อาวุโสของสวนสัตว์ เปิดเผย
ก่อนหน้านี้ ลูกชาย คือลูกช้างไทยตัวแรกที่เกิดในออสเตรเลียเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ส่วนลูกช้างตัวล่าสุดนี้ ถือเป็นลูกช้างตัวที่สองที่เกิดจากการผสมเทียมในออสเตรเลีย ถัดจากช้างพังมะลิที่ลืมตาขึ้นมาดูโลกในสวนสัตว์เมลเบิร์นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
สวนสัตว์ทารองกาคาดว่าลูกช้างตัวใหม่น่าจะได้รับความสนใจจากผู้คนมากเป็นพิเศษ หลังก่อนหน้านี้ข่าวการตายของมันทำให้ผู้คนหลั่งไหลส่งการ์ดและจดหมายมาให้กำลังใจกันอย่างท่วมท้น.








