Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ความเป็นไปได้เป้าส่งออก 20% สุทธิชัย พุทธิศาวงศ์


   กระทรวงพาณิชย์ประกาศปรับเป้าหมายการส่งออกใหม่อย่างเป็นทางการว่าจะขยายตัวไม่น้อยกว่า 20% มูลค่ากว่า 1.89 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เดิมเคยประเมินไว้ว่าทั้งปีจะขยายตัว 14% มูลค่า 1.73 แสนล้านเหรียญสหรัฐ     โดยอ้างว่า การปรับเป้าส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากทิศทางการส่งออกในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ จะยังคงขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยตลาดสำคัญๆ ของการส่งออกไทยจะมีการขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มีแผนจะเพิ่มกิจกรรมด้านการตลาดเพื่อส่งเสริมการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง 2553 อีกประมาณ 20-22 กิจกรรม
     กลยุทธ์การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง จะเจาะจงตลาดให้มากขึ้น ในตลาดที่มีศักยภาพ ก็จะเพิ่มกิจกรรมด้านการตลาดเข้าไปเสริมให้มากขึ้น เพื่อผลักดันการส่งออกของไทย รวมทั้งได้ขอให้หัวหน้ากลุ่มสินค้า (Chiefs of Product) ที่รับผิดชอบเป็นรายสินค้าไปหารือร่วมกับหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อคิดค้นกิจกรรมด้านการตลาดให้เหมาะสมกับตลาดนั้นๆ ด้วย
     ทั้งนี้ โดยได้แบ่งกลุ่มตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ตลาดที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจขั้นสูง กลุ่มที่ 2 เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง และกลุ่มที่ 3 เป็นตลาดที่มีศักยภาพและอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับรองลงมา
     ด้านปัจจัยลบที่คาดว่าจะกระทบกับการส่งออก นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ระบุว่า น่าจะเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ที่จะทำให้การขยายตัวของภาคการผลิตเพื่อส่งออกมีปัญหาตามไปด้วย และยังมีปัญหาในเรื่องของต้นทุนค่าขนส่ง โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่สูงขึ้นตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ
     ส่วนปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย เพราะขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค หลังจากที่ค่าเงินมีการแข็งค่าในทิศทางเดียวกัน และผู้ส่งออกเองก็ไม่มีความกังวล หากเป็นการแข็งค่าที่มีเสถียรภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากยังอยู่ในระดับเฉลี่ย 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็ไม่น่ามีผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกมากนัก
     แล้วภาคเอกชนล่ะ เขามองอย่างไรกับเป้าหมายการส่งออกที่ภาครัฐตั้งไว้ 20% ในครั้งนี้ รวมถึงปัจจัยลบ ปัยจัยบวกที่ภาครัฐประเมิน
     โดยนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย มองว่า การส่งออกน่าจะเป็นไปได้ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวแล้ว  ดูจากมูลค่าการส่งออกที่เฉลี่ยเดือนละ  1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เชื่อได้ว่าการส่งออกขยายตัวได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่อัตราขยายตัวที่สูงจากฐานการส่งออกปีที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับต่ำเท่านั้น
     แต่ได้เตือนไว้ว่า ไม่อยากให้ภาครัฐประมาท เพราะเศรษฐกิจทั้งสหรัฐและยุโรปยังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยแนวโน้มการส่งออกครึ่งปีหลัง อาจไม่ขยายตัวสูงเหมือนครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ค่า ซึ่งโดยรวมนายพรศิลป์สรุปว่า เป็นธรรมดาที่กระทรวงพาณิชย์จะกำหนดตัวเลขส่งออกที่ดูดี แต่ส่วนตัวแล้วเป้าหมายที่ 15-16% ก็ถือว่าโอเค เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่น่าไว้ใจอยู่!
     ด้านนายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ก็ออกมาระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยมีต้นทุนค่าเงินเพิ่มขึ้น 3-5% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เพราะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศ และเมื่อส่งออกได้รับเงินเป็นดอลลาร์ แลกเป็นเงินบาทก็ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก โดยผู้ส่งออกจะมีต้นทุนด้านอัตราแลกเปลี่ยนถึง 2 ต่อ คิดเป็นเงินประมาณ 1,250 เหรียญสหรัฐต่อตู้คอนเทนเนอร์ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี จากการส่งออกสินค้า 4 ล้านคอนเทนเนอร์ต่อปี
     ถึงตรงนี้แล้ว หากดูจากเป้าหมายจากผู้ประสานงานอย่างภาครัฐ แล้วฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ผู้ปฏิบัติงาน เป้าหมายการส่งออกที่ 20% ก็ยังพอมีความเป็นไปได้ เพียงแต่ความเป็นไปได้มันไม่ได้มีโอกาสถึง 100% เต็ม..
     เป้า "ชัวร์" หรือ "มั่วนิ่ม" สร้างกระแส ต้องรอลุ้นกัน.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์