Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ภูมิใจไทย "ไม่ถอน-ไม่งอน-ไม่โหวต"


  ผลการประชุม ครม.เมื่อวาน (๑๐ ส.ค.๕๓) ปรากฏว่า "ภูมิใจไทย" เท่าทุนครับ เพราะได้ ๑  คือ ได้ "นายมงคล สุระสัจจะ" อธิบดีกรมการปกครอง ๓ เดือน ขยับขึ้นนั่งเก้าอี้ "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" ได้สำเร็จ ส่วนเสีย ๑ คือ เสียรถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน มูลค่า ๖ หมื่นกว่าล้าน โชเฟอร์โสภณ ซารัมย์ อุตส่าห์ตะบึงเต็มที่ แต่ "ฝ่าไฟแดง" ไม่สำเร็จ!
 ได้ยินเจ้าตัวพูดแบบถอดใจว่า "หมดแรงแล้ว" จะไม่ผลักดันโครงการนี้เข้า ครม.อีกต่อไป ในเมื่อถูกที่ประชุม ครม.ตีกลับ ให้ไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมมาใหม่ในอีก ๓-๔ ประเด็น ก็ไม่รู้จะไปศึกษาอะไรอีก เพราะศึกษามาจนพรุนยิ่งกว่ารังผึ้ง
 ผมก็เห็นด้วยครับ บอกพวกที่กะรวยกันเต็มที่ ด้วยการเตรียมนำรถเมล์จีนมาย้อมแมวขายให้กลับไป "บ้านใคร-บ้านมัน" ได้แล้วละ เสนอเข้าไปอีก ก็หน้าแหกอีก เสียความรู้สึกทั้งเขา-ทั้งเราไปเปล่าๆ
 โบราณบอกว่า "โบ้ยสิ่วโคย อุ่งหลันก่อโซย" จะไปโทษใครเขาไม่ได้หรอกในรายการนี้ แต่ทั้งคุณโสภณ และทั้งคณะพรรคภูมิใจไทยก็น่าจะเข้าใจมิใช่หรือว่า เป้าหมายการเมืองข้างหน้าที่ "เนวิน" ลูกพี่ใหญ่ตั้งไว้ คืออะไร?
 "เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ทำ" ไงล่ะ!
 เรื่องรถเมล์มูลค่าเฉียดแสนล้านน่ะ ช่างหัวมันเถอะ อดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่า เพราะใครๆ เขาก็รู้กันทั้งบ้าน-ทั้งเมืองแล้วว่า ช่วงนี้เป็นช่วง "ฟักตัวเป็นใหญ่" ของตั่วเฮียเค้า ค่อยๆ สะสมเบี้ยใต้ถุนร้าน  อดทนให้ถึงสิ้นพฤษภาคม ๒๕๕๕ เมื่อหลุดจากบ้านเลขที่ ๑๑๑ แล้วละก็ ต่อจากนั้น.....
 ตาข้าบ้างแหละ!
 "ฟ้าเป็นของนก เก้าอี้นายกฯ เป็นของเนวิน" ไง ...โสภณก้อ อย่าเห็นเก้าอี้ "คนขับรถเมล์" ดีกว่าเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ของลูกพี่เนวินเป็นอันขาดเชียว!
 อย่าไปให้ความสำคัญกับประเด็นที่นายกฯ อภิสิทธิ์เบรกเรื่องรถเมล์ แล้วภูมิใจไทยจะแผลงฤทธิ์ ฟาดงวง-ฟาดงา ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือดัดหลังโหวตคว่ำงบประมาณที่จะเข้าสภาวาระ ๒ ในวัน-สองวันนี้ ขืนทำอย่างนั้น ประชาธิปัตย์เขาไม่แคร์หรอก เพราะตอนนี้เขาเป็น "สายการบินต้นทุนต่ำ"
 มันอยู่ตัวแล้ว มีแต่ภูมิใจไทยนี่แหละ ขืนทำยโสโอหัง นึกว่าตอนนี้ขนปีก-ขนหางขึ้นเต็มที่แล้ว ขืนบินเดี่ยวไปหาเล้าใหม่ มันจะถูกทั้งประชาธิปัตย์และทั้งเพื่อไทยสอยไปลงหม้อแกงซะก่อนน่ะไม่ว่า แล้วการณ์ใหญ่ที่คิดไว้ก็จะสลาย ได้เป็นแค่นายกฯ สโมสรฟุตบอล FC บุรีรัมย์แค่นั้น
 ภูมิใจไทยยังไม่ถึงชั้นที่จะ "บินเดี่ยว" ได้ จะต้องร่วมหุ้น-ร่วมทุนทางการเมืองไปอีกนาน และคนอย่างเนวินไม่โง่ที่จะ "หัก" ประชาธิปัตย์ในเวลานี้ เพราะในตลาดตอนนี้ไม่มีพรรคใหญ่ที่เป็นได้ทั้งเทพ-ทั้งมารตามสถานการณ์อำนวยอย่างประชาธิปัตย์ให้ยืนหยัดร่วมอยู่ ถึงทำไปประชาธิปัตย์ก็แค่เดาะ แต่พรรคตัวเอง
 ถึงตาย!
 ถ้าเนวินโง่ เนวินไม่ทรยศทักษิณแล้วมาสวมกอดกับอภิสิทธิ์หรอก จริงมั้ย?
 ฉะนั้น ประเด็น "ถอนตัว" หรือจะพยศ เลิกคิดกันไปได้ แค่อดโครงการรถเมล์ไม่ตายหรอก ขอให้ยังอยู่ในอำนาจ เรื่องที่จะปอก จะลอกจากโครงการต่างๆ มันยังมีให้อีกมากมาย อยู่ไป สะสมบารมีไป  สะสมทุนไป สะสมอำนาจเพื่อ "การณ์ใหญ่" ไป ดีกว่าออกไปยืนตากแดดเป็นไหนๆ
 หรือใครว่าไม่จริง?
 พูดถึงส่วนที่ภูมิใจไทยเสียแค่ "ความรู้สึก" ไปแล้ว ก็มาดูในส่วนที่ได้บ้าง จากที่ประชุม ครม.วานนี้  ทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่า ครม.ให้ความเห็นชอบ "นายมงคล สุระสัจจะ" อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นเป็น "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" แทนนายมานิต วัฒนเสน ที่จะเกษียณตุลานี้ ตามที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยเสนอ
 นี่ซิ "เจ๋งกว่า" ได้โครงการรถเมล์เป็นร้อยเท่า อย่างที่นายโสภณเคยพูดนั่นแหละว่า โครงการรถเมล์ทำเพื่อคนกรุงเทพฯ เมื่อรัฐบาลไม่เอา เขาก็ไม่เดือดร้อน เพราะพื้นที่ฐานเสียงของเขาไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ
 แต่การได้อธิบดีกรมการปกครองคนนี้มาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย มันใช่เลย คือใช่...พื้นที่ฐานเสียงของภูมิใจไทย โดยเฉพาะในอีสาน!
 คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่า ท่านว่าที่ปลัด มท. "มงคล สุระสัจจะ" เป็นทั้งคู่บุญ และเป็นทั้งอุ้มบุญกับคุณเนวิน ขนาดตอนคุณเนวินขึ้นศาลคดีกล้ายาง ท่านยังมาให้กำลังใจถึงที่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนรักกัน จะห่วงหาอาทรซึ่งกันและกัน จะว่ากันไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคุณมงคลกับตระกูลชิดชอบก็ขนาด "อาบน้ำร่วมท่า-นุ่งผ้าร่วมผืน" นั่นเชียว
 เป็นทั้งรองฯ เป็นทั้งผู้ว่าฯ วนเวียนอยู่บุรีรัมย์ เป็นไม่ถึงปี ภูมิใจไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน กระโดดขึ้นเป็น "อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน" เมื่อตุลา ๕๒ นี่เอง เป็นอยู่ซัก ๖-๗ เดือน ทีนี้ไม่กระโดด แต่กระโจนขึ้นนั่งเก้าอี้ "อธิบดีกรมการปกครอง" คุมนายอำเภอทั่วประเทศ เมื่อเมษา ๕๓ แหม็บๆ นี่เอง
 แล้วแค่ ๓ เดือนกว่าๆ ไม่กระโจน แต่พรวดเดียวจากเมษา มาเมื่อวาน ๑๐ สิงหา เหาะขึ้นนั่งเบอร์     ๑ ของข้าราชการมหาดไทย ในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวง"
 อย่างนี้เรียกว่า ไต่บันได ๓ ขั้นเป็นแชมป์โลก เหมือนแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ คือจาก ๒๕๕๐ เป็นผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ๒๕๕๑ ย้ายมาบุรีรัมย์ ๒๕๕๒ ขึ้นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ๒๕๕๓ ปีนี้ ๒ เด้งเลย  เป็นทั้งอธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย
  ไม่เรียกว่า "เนวินอุ้มสม" แล้วจะเรียกว่าอะไร?
 แต่อย่าไปมองว่าคุณมงคลท่านไต่แข็ง-ไต่ขานักการเมืองขึ้นเป็นใหญ่นะ ผมดูประวัติการทำงานท่านแล้ว ต้องพูดกันแฟร์ๆ ว่า ๑.ท่านมีบุญวาสนา ๒.ท่านมีประสบการณ์ในงาน ๓.ท่านมีฝีมือคู่ควรตำแหน่ง ฉะนั้น ที่ท่านได้ขึ้นเป็นปลัดครั้งนี้ ท่านมีคุณสมบัติที่จะเป็นครบถ้วน
 เขาว่าท่านเป็น "สิงห์ทอง" คนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทย หลังจากที่สิงห์แดง-สิงห์ดำเขาผลัดกันนั่งมาตลอดเวลาอันยาวนาน สิงห์ทองไม่ใช่ยี่ห้อเหล้านะครับ แต่เป็นสัญลักษณ์ผู้เรียนจบรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งท่านจบเมื่อปี ๒๕๒๑ ดูอายุ-อานามแล้ว ปีนี้ก็ ๕๘ เข้าไปแล้ว
 เหลืออีก ๒ ปีก็จะเกษียณ ก็คงพอดีกัน เกษียณปี ๒๕๕๕ เป็นปีที่นายเนวินถูกปล่อยจากมัดตราสังทางการเมือง ๕ ปี ท่านปลัดมงคลเกษียณ ก็ลงเวทีการเมืองพร้อมกับคุณเนวินได้เลย!
 ดูตามประวัติ ท่านลูกหม้อมหาดไทยขนานแท้ ไต่เต้าขึ้นมาจากตำแหน่งปลัดอำเภอเลยทีเดียว  พื้นเพเป็นคนสระบุรี แต่ไปเริ่มงานแรกที่อำเภอศรีเชียงใหม่ หนองคายโน่น แล้วท่านก็วนเวียนอยู่อีสานตลอด มาเป็นนายอำเภอภาคกลางแถวๆ นครนายก ปทุมธานี ๓-๔ ปี ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เมื่อปี ๒๕๔๗
 พอมาอยู่บุรีรัมย์คลุกคลีกับ "เจ้าเมือง" ตัวจริงคือตระกูลชิดชอบเท่านั้นแหละ จากนั้น ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตทางราชการของคุณมงคลก็เปลี่ยนชนิดยั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่
 ๕ ปี จากรองผู้ว่าฯ ขึ้นเป็นปลัดฯ ต้องบอกว่า...ปาฏิหาริย์มีจริง!
 ปลัดฮิ "พิศาล มูลศาสตรสาทร" สมัยรัฐบาลพลเอกเปรมว่าเจ๋ง ปลัดมงคลนี่ ท่านจะฮิตาชิ "สั่งปุ๊บ-ได้ปั๊บ" เทียบชั้นได้หรือไม่ เลือกตั้งรอบใหม่นี้ ปลัดฯ ที่ได้ชื่อว่า "นักพัฒนา" คนนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยฝีมือท่าน จะมัดใจทั้งผู้ว่าฯ ทั้งนายอำเภอทั่วประเทศ ขมีขมันปฏิบัติหน้าที่สนองนโยบาย "ถูกใจนาย" ได้ขนาดไหน?
 เอาล่ะ ไหนๆ ก็คุยเรื่องแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการกันแล้ว ก็คุยเสียให้จบ แต่ทบทวนเพื่อกันลืม  ก่อน ผบ.ทบ.คนใหม่คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ตร. คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดมหาดไทยคือ นายมงคล สุระสัจจะ ยังมีอีกตำแหน่งที่ควรจะทราบไว้คือ ตำแหน่งเลขาฯ สศช.
 บอกว่า สศช.คนมักจะงง ไม่รู้ว่าอะไร แต่ถ้าบอกว่า "เลขาฯ สภาพัฒน์" ร้องอ๋อไปตามๆ กัน ก็โปรดทราบนะครับ สภาพัฒน์กับ สศช. คืออันเดียวกัน แต่เขามาเปลี่ยนชื่อจากสภาไปเป็นสำนักงานนานแล้ว ตอนนี้ชื่อว่า "สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ" ใช้ชื่อย่อว่า สศช.
 เข้าใจแล้วนะครับ เมื่อวานนี้ ครม.ก็แต่งตั้งให้ "นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ" จากรองเลขาฯ สศช. ขึ้นเป็น "เลขาธิการ สศช." แทนนายอำพน กิตติอำพล ที่ครบวาระแล้ว และแต่งตั้งให้ "นายนนทิกร กาญจนะจิตรา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ขึ้นเป็น เลขาฯ ก.พ. แทนนางเบญจวรรณ สร่างนิทร ที่เกษียณ
 ครับ...ดูๆ แล้วการแต่งตั้ง-โยกย้ายปีนี้ นิ่มเหมือนนั่งพรมวิเศษผิดคาด เมื่อตั้งหัวตำรวจ หัวทหาร หัวมหาดไทยได้ลงตัวรัฐบาล รวมถึงบ้านเมืองก็น่าจะเห็นแสงสว่าง-ทางสงบขึ้นมาหน่อย อ้าว...พูดถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ ท่านอาจารย์ "กรหริศ บัวสรวง" ได้ส่งบทพิเคราะห์ทางดาราศาสตร์มาให้ ถ้ายังไงล่ะก็...คอยตามอ่านนะครับ.
 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์