สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สมาชิก "เจริญ ช.ดำรง" ยกมือขออภิปรายเตือนสติทุกคนที่กำลังเดินหน้าไปหาความตาย
เรียน ท่านประธานท้วมที่นับถือ
ฟ้าว่างเปล่า...ดินว่างเปล่า...ชีวิตว่างเปล่า
พระอาทิตย์...พระจันทร์...ขึ้นแล้วก็ตก
ชีวิตเป็นเช่นนี้ไม่มีอะไร
สมบัติพัสถานในโลก...ได้มาแล้วก็ผลัดกันชมไป
ผลัดกันเป็นเจ้าของ...ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้
ลูก...ผัว...เมียรัก...อยู่แล้วก็จำพราก
กลางวันแล้วกลางคืน...ชีวิตคนเหมือนอย่างผึ้ง
สาละวนหาน้ำหวานมาใส่รวงรัง
เมื่อเต็ม...คนก็มายึด เผาผึ้งจนมอดไหม้
เฉกเช่นมนุษย์ยามมีชีวิตอยู่
ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน
สะสมทรัพย์สินเงินทองของรัก
เมื่อคราวตายลงก็ทิ้งสิ้น...ไม่ได้อะไรไป...
เห็นโศลกหน้า 20 จากหนังสือที่ผมซื้อจากตลาดนัดราคา 5 บาท เช่นเดียวกับหนังสือชื่อ "ความเมืองเรื่องเขาพระวิหาร" ที่ผมเคยนำสาระนำลงใน "ไทยโพสต์" มาแล้ว
เหมือนกับได้เพชรจากกองขยะ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "ตำนานแห่งการบำเพ็ญธรรม 7 สัตบุรุษ" เรียบเรียงโดย "รัศมีธรรม" จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยมูลนิธิรัศมีธรรม พิมพ์จำนวน 5,000 เล่ม เมื่อวันที่ 2 ก.ค.41
ผมมิได้เจาะจงให้เป็นอนุสติแก่ท่านผู้ใดดอกครับ แต่สาระของโศลกชวนให้คิดถึงใครคนหนึ่ง และนักการเมืองหลายๆ คนในประเทศไทย
นึกถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ไทย ขณะนี้พระนามของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกนำมากล่าวอ้าง เรารู้เจตนาแท้จริงของเขา ใช่จักเทอดทูนพระคุณพระกฤษดาภินิหารโดยสุจริตไม่
เขานำพระนามของพระองค์มาเป็นเครื่องมือหาประโยชน์ทางการเมือง เพราะการเมืองก็คือการเมือง มันมีอัตลักษณ์ของตัวมันเองว่า ผลประโยชน์ของมหาชนเป็นสิ่งที่ผู้ปกครอง ผู้บริหารบ้านเมืองจะต้องเป็นผู้ปกป้อง และเก็บเกี่ยวประโยชน์โพดผลไว้เป็นของตน พวกตน มากที่สุด ให้นานที่สุด...
อัตลักษณ์นี้ก็ยังเป็นลักษณะของการทำงาน ของการเมืองของนักการเมืองไทย แทบทุกคน แทบทุกพรรค ทุกกลุ่มมิใช่หรือ...
กรุณาใคร่ครวญ อย่าตกเป็นเหยื่อของพวกมัน
อันธรรมชาติของการเมือง นับแต่สมัยบุรพกาลมาจนสมัยปัจจุบัน ของคนทุกชาติ ทุกภาษา ก็เป็นเช่นที่กล่าวมา จนต้องถือว่ามันเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติของงานการเมือง ซึ่งก็ย่อมผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้ปกครองอำนาจ ตามความเหมาะแห่งสถานการณ์และกาลเวลา... แต่ในยุคปัจจุบัน ประชากรของทุกชาติมีความรู้ ความสามารถเท่าเทียมกัน ความสำนึกถึงความเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันจึงเกิดขึ้น เราจะไม่ยอมเป็นทาสของผู้ปกครองบ้านเมืองที่ชั่วช้า ไม่ซื่อสัตย์ ฯลฯ อีกต่อไปแล้ว
เรายอมรับความรู้ ความสามารถ ความเก่งของบุคคลบางคน แต่เราไม่ยอมรับความกะล่อน ความเห็นแก่ตัวของเขาและพวกเขา
เราจึงต้องมีหน้าที่ที่จะออกมาแสวงหา "ทางเลือกใหม่" ที่จะได้บุคคลทางการเมือง ที่มีความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ เสียสละ ฯลฯ มาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองของเราในสมัยต่อไป
สหายเอ๋ย...
ฟ้าว่างเปล่า...แผ่นดินว่างเปล่า...ชีวิตก็ว่างเปล่า...
ทรัพย์สิน เงินทอง ของรัก สมบัติพัสถาน...
ถึงคราวตายลงก็ทิ้งสิ้น
จะเหลือแต่คุณงามความดีไว้เชิดชูสกุล
และลูกหลานอย่าให้เป็นเสนียด
เหมือนผู้พิพากษาบางคนสมัยทักษิณซุกหุ้นภาค 1 เลย...
มันคุ้มกันมั้ย.
....................
วันที่ 12-13-14 มีนาคมนี้ จะมีใครตายบ้างก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าคนปลิ้นปล้อนหลอกลวงกับลูกเมียอยู่ในที่ปลอดภัยที่ต่างประเทศโน่น.








