เปลว สีเงิน

Friday, 12 April, 2013 - 00:00

สงกรานต์กับ "อนาคตที่ผ่านกรรม"

    ประเทศไทยกำลังจะ "มีอะไรดีๆ" ในทางเริ่มต้นใหม่ๆ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้..เดี๋ยวนี้ ทนอัดอั้นตันใจไปอีกซัก ๒ เดือน ตกปลายพฤษภา-ต้นมิถุนาเรื่อยไป แล้วจะค่อยๆ เห็น "ปรากฏการณ์ใหม่" ที่เป็นไปตามครรลองกฎ-กติกาบ้านเมือง เมื่อดาวคันชั่ง กับดาวเครื่องแบบ เดินหน้าเต็มตัวตามหน้าที่ ฉะนั้นระยะนี้ก็ขอให้ท่านทั้งหลายเที่ยว-เล่นสงกรานต์ให้บานอุราเถิด
    ประเพณีสงกรานต์นั้น เข้าบ้าน เข้าบ่อน เข้าร้านเหล้า เข้าผับ เข้าบาร์ เฮฮา-สนุกสนาน-เมามายกันขนาดไหน อีกสถานที่หนึ่งที่คนไทยจะขาดมิได้ คือ ต้องเข้าวัด-เข้าวา ทำบุญทำทานแล้ว พระท่านก็จะอนุโมทนา ยะถา-สัพพี พวกเราก็จะกรวดน้ำ อุทิศบุญทานให้ผู้ล่วงลับ
    เราจะกรวดน้ำตอนไหน...นี่ควรทำความเข้าใจกันไว้สักนิด เพื่อมิให้เสียเชิง "สำมะโนครัวพุทธ" พอพระท่านขึ้นบทอนุโมทนารัมภกถา คือบทอนุโมทนาที่เริ่มด้วยคำคุ้นหูว่า...ยะถา วาริวะหา...นั่นแหละ ช่วงนี้เราตั้งใจอุทิศบุญพร้อมหลั่งน้ำไม่ขาดสายได้เลย
    ยะถา วาริวหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง = ห้วงน้ำที่เต็มด้วยน้ำ ย่อมไหลไปสู่สมุทรสาครให้เต็มฉันใด
    เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานังอุปะกัปปะติ = ทานที่ให้แล้วแต่ในโลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วฉันนั้น
    อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะสะมิชฌะตุ = ขอสิ่งที่ท่านมุ่งมาดปรารถนาตั้งไว้ จงสำเร็จโดยพลันทันที
    สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปาจันโท ปัญณะระโสยะถา มะณี โชติระโส ยะถา = ความดำริทั้งปวงของท่าน จงเต็มบริบูรณ์เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ และเหมือนแก้วมณีโชติ อันให้สำเร็จประโยชน์ทั้งปวง ฉันนั้น
    พอจบตรงนี้ คือพอได้ยินคำว่า...มะณี โชติระโสยะถา เราก็เทน้ำที่กรวดลงภาชนะที่รองรับให้หมด หมายความว่าจบขั้นตอนอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับแล้ว ต่อจากนั้นพระท่านก็จะให้พรกับเรา ก็จงพนมมือขึ้น แล้วตั้งใจรับพรจากที่พระจะสวดด้วยบทคุ้นหู แต่เราไม่เคยเข้าใจมาก่อนอีกนั่นแหละ
    สัพพีติโย วิวัชฌันตุ = ขอความเสนียดจัญไรทั้งหลาย จงผ่านพ้นไป
    สัพพะโรโค วินัสสะตุ = ขอโรคทั้งปวงของท่าน จงพินาศหายไป
    มา เต ภะวัตวันตะราโย = ขออันตรายอย่าได้มีแก่ท่าน
    สุขี ทีฆายุโก ภะวะ = ขอท่านจงมีความสุขยืนนาน
    อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง = พรทั้ง 4 ประการ คือ อายุวรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ และเคารพต่อผู้ใหญ่เป็นนิจ
    ซ้าาาาาาธุ...ก็เป็นอันว่าทะลุปรุโปร่งบทสวด ยะถา...สัพพี กันแล้วนะครับ สงกรานต์นี้ บุญทานอันท่านทำดีแล้ว อุทิศดีแล้ว ขอผู้ล่วงลับทั้งหลาย-ทั้งปวง ไม่จำกัดหมู่เหล่า จงได้รับ และขอผู้กระทำบุญทานนี้ ก็จงได้รับพรทั้ง ๔ ประการนั้น ถ้วนทั่วทุกตัวคน เทอญ
    ก็ขออานิสงส์จงมีแก่ผู้นำบทยะถา-สัพพีมาโพสต์ไว้ให้ผมก๊อบปี้มาใส่ตรงนี้สบายๆ ด้วยเช่นกัน!
    ต่อจากนี้เข้าโซน "ใครทำกรรมอย่างใดไว้ ก็ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น" เรียกว่าถึงเวลา "กรรมสนอง" แล้ว เราลองพิจารณากรรมแต่ละคนอันเป็น "ตัวละคร" ในฉากที่จะ "เริ่มต้นใหม่" ดูบ้าง ในหลักการ "กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา" ฉะนั้น บทลงท้ายของใครจะเป็นแบบไหน ก็ลองจับ "เจตนา" ผ่านการพูด-การทำของคนนั้นๆ เขียนใส่ข้างฝาไว้ตรวจหวย
    คืนวันที่ ๑๐ เม.ย.๕๖ กลางวง นปช.ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ทักษิณ ชินวัตร ที่ช่วงนี้คล้าย "ธาตุไฟแตก" ร้อนรนกระสนกระเสือกผ่านการพูด-การทำ-การคิด "จนล้น" ผิดปกติ สไกป์ถึงสาวกด้วยถ้อยคำเผยให้เห็น "จิ้งจอก" ที่ซ่อนอยู่ใน "หัวใจ" จนน่าห่วงวาระสุดท้ายที่จะมาเยือน
     ".........ในสมัยก่อนศาลสูงจะเป็นที่เคารพมาก เพราะคำพิพากษาจะใช้ในการปฏิบัติของศาลล่าง แต่วันนี้ศาลสูงบางคนไปละเมิดหลักการของกฎหมาย ไปพิพากษาจนศาลชั้นต้นหัวเราะเยาะ บางคนทำให้วิชาทางนิติศาสตร์สอนในมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะความเอนเอียงทางการเมืองเท่านั้น
    เงื่อนไขแรกคือ เราจะต้องลดความเกลียดชัง อคติ การที่กระบวนการยุติธรรมในช่วงนั้นยัดเยียดข้อหาก่อการร้ายให้แกนนำ นปช. ก็เพื่อปกป้องฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชน...ฯลฯ......
    ขอให้พี่น้องฟังให้ดี ถ้าความเป็นธรรมในประเทศไทยไม่สามารถเสาะแสวงได้ ซึ่งผมยังมั่นใจว่า ผู้พิพากษาส่วนใหญ่เป็นคนดี มีเพียงบางคนเท่านั้นที่คอยรับคำสั่ง สร้างความบอบช้ำ และทำลายระบบกระบวนการยุติธรรม ตราบใดที่ไม่มีความยุติธรรมในแผ่นดินไทย ผมจะไปเสาะแสวงหาความยุติธรรมในนอกประเทศ เพื่อให้รู้ไปว่าในโลกนี้ความยุติธรรมต้องมี    
    ผมเป็นชาวพุทธ เรื่องของจิตใจเมตตาและเป็นธรรมเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต เมื่อไรถูกรังแก ความเป็นธรรมไม่เกิด คำว่ายอมแพ้...สะกดไม่เป็น แต่เมื่อไรความเป็นธรรมเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่คุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าไม่เกิด จะเสาะแสวงหาจนกว่าชีวิตจะหาไม่..."
    นี่คือ "กรรมทักษิณ" เป็นกรรมส่งผลดี หรือไม่ดี จะเห็นในอีก ๒ เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป และเมื่อวาน (๑๑ เม.ย.) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต นำ ผบ. ๓ เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. รดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.อ.สุกำพลนำกล่าวต่อพลเอกเปรมว่า
    "เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีที่งดงามของเมืองไทย ที่พวกผมจะมีโอกาสแสดงออกถึงความเคารพรักต่อท่านในคุณงามความดี ท่านเป็นผู้นำที่ตั้งมั่นในการปฏิบัติงานและดำรงตนอย่างมีเกียรติ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ พัฒนาเสริมสร้างประเทศชาติให้มีความก้าวหน้าและถือว่าเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นต่อไป
    พวกผม..ในฐานะผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและความผาสุกของประชาชน พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต และสร้างความผาสุกให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่ง และจะดูแลประชาชนให้มีความสุข ให้สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะประพฤติปฏิบัติตนปกครองผู้บังคับบัญชาด้วยความเมตตา และตอบแทนคุณแผ่นดิน และจะจงรักภักดีต่อชาติ พระมหากษัตริย์ โดยขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ให้ท่านมีความสุขในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ และมาขอรับพรกับท่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล"
    นี่คือกรรม "รมว.กลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร." จะเป็นกรรมส่งผลดี หรือไม่ดี จะเห็นอีกใน ๒ เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป ซึ่งพลเอกเปรมได้กล่าวตอบว่า
    "ผมเกษียณอายุราชการมา ๒๐ กว่าปีแล้ว หลังจากนั้นบรรดาพี่น้องก็ยังดูแลผมด้วยดีมาตลอด เพราะฉะนั้นการที่ขออนุญาตมา ถ้าไม่อนุญาตก็คือจะเป็นคนไม่ดี การรู้สึกถึงความเอื้อเฟื้อเมตตา และความเป็นมิตรทางสายเลือดของพวกเรา ผมระลึกเสมอว่า ที่ผมมีความสบายและความสะดวกก็เพราะ พล.อ.อ.สุกำพลและตำรวจ เป็นเพื่อนที่ดีของผมมาโดยตลอด ผมไม่มีวันลืมไปได้
    และวันนี้ เป็นวันสงกรานต์แบบไทยๆ ของเรา ก็กรุณาให้พรกันและกัน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมปลื้มใจมากว่า พวกเราก็ยังเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นผู้ที่ดูแลชาติบ้านเมืองด้วยความเสียสละ ยอมทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง และสถาบัน ประชาชน ให้มีความสะดวกและปลอดภัย
    อย่างที่เคยพูดว่า ถ้าสามารถทำอะไรที่ช่วยเหลือได้ ผมก็ยินดี เพราะเราเลือดเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่นไกล ผมอยากให้ผู้ฟัง ประชาชนทั้งหลายในบ้านเมือง ขอให้มีน้ำใจ ให้กำลังใจ พล.อ.อ.สุกำพล กองทัพ และตำรวจ ซึ่งเหนื่อยยากมากๆ
    สิ่งที่พวกเราต้องการก็คือ ต้องการน้ำใจ และกำลังใจจากคนไทยด้วยกัน ผมได้วิงวอนสิ่งนี้มาหลายครั้ง ครั้งนี้ก็อยากจะบอกว่า ประชาชนชาวไทยช่วยมอบน้ำใจและกำลังใจแก่ทหารและตำรวจที่ช่วยสละชีพเพื่อบ้านเพื่อเมืองของเรา
    ในโอกาสนี้ ที่ให้กำลังใจ ผมก็ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระสยามเทวาธิราช และพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี นำความสำเร็จมาให้กองทัพ นำความปลอดภัยมาให้แก่กองทัพ และสุขสมบูรณ์แก่ครอบครัว นำความศรัทธาของกองทัพไปสู่ประชาชนชาวไทย"
    นี่คือกรรม "พลเอกเปรม" จะเป็นกรรมส่งผลดี หรือไม่ดี ก็จะเห็นอีกใน ๒ เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป สุดท้าย...เป็นกรรมของ ผบ.ทบ. "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" กำลังพลและนักข่าวสายทหารรดน้ำขอพรท่านที่ บก.ทบ. วานนี้ (๑๑ เม.ย.) ท่านกล่าวว่า
    "อยากให้ความปรารถนาดีต่อกำลังพล สื่อมวลชน และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเดินทางปลอดภัย ใครที่ทำกิจการอันใดขอให้ประสบความสำเร็จกว่าปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นทหารของประชาชน ก็จะดูแลประชาชน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
    สิ่งใดที่ผมและกองทัพบกได้ทำให้หลายคนไม่พอใจ...ขออโหสิกรรมด้วย เพราะถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และบางครั้งอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง ธรรมดา...ต้องขออภัยไว้ด้วย
    ปีหน้าฟ้าใหม่ ทุกอย่างคงจะดีขึ้น
    ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข ร่มเย็น มีรอยยิ้ม หลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นดินแดนภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความงดงามของคนไทย ที่ทุกชาติในโลกให้ความสนใจ"
    นี่คือ "กรรมพลเอกประยุทธ์" จะเป็นกรรมส่งผลดี หรือไม่ดี ก็จะเห็นอีกใน ๒ เดือนข้างหน้าเป็นต้นไปเช่นเดียวกัน กรรม คือการกระทำ ครั้งนี้เป็น "วจีกรรม" คือ กระทำโดยคำพูดที่กลั่นออกมาจากใจ คือ "มโนกรรม" ของแต่ละท่าน
    ก็เหลือ "กายกรรม" คือกรรมที่จะปรากฏให้เห็นผ่านการลงมือทำ "ตามที่พูด-ตามที่คิด"
    ทนอีก ๒ เดือนน่ะ...ก็จะเห็นกัน!?.