Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ทหารอาชีพแยกแยะได้


 นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่า  ทำไมนักข่าวจึงให้ความสนใจในประเด็นการปลด  พลตำรวจเอกพัชรวาท  วงษ์สุวรรณ  ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และการเรียกประชุมคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งใหม่เสียที  จำได้ว่าในครั้งนั้นมีคำพูดทำนองว่า  สงสัยโลกจะหมุนรอบตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรืออย่างไร  ที่ดูผิวเผินอาจตีความว่ามีเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้น  แต่อีกนัยหนึ่งก็พบว่าเป็นปมที่เหนือกว่าการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ด้วยอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยลำพัง

     แค่ผ่านเดือนกันยายนมาเพียงสิบวัน  ความลื่นไหลในสถานการณ์เกี่ยวกับ  พลตำรวจเอกพัชรวาท  กับการคัดเลือกบุคคลใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน  มีความคืบหน้ากว่าเมื่อปลายเดือนก่อน  ผลออกมาคือ  พลตำรวจเอกพัชรวาท  ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติลงมติให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรง  จากนั้นนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาให้ช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี  จน  พลตำรวจเอกพัชรวาท  ต้องลาออกจากราชการ  แต่อาจถูกระงับเพื่อให้มีการลงโทษก่อน  จนเขาดิ้นเฮือกสุดท้ายในการฟ้องต่อศาล

     แต่ในปัจจุบัน  ประเด็นดังกล่าวไม่ได้หมุนรอบตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น  ทว่าเลยไปกระทบต่ออำนาจในภาพรวม  โดยมีการเชื่อมโยงของเกมให้เกิดแรงกระแทกและขัดแย้งระหว่างกองทัพและรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่  พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ที่มีฐานะเป็นพี่ชายพลตำรวจเอกพัชรวาท  และเป็นพี่ใหญ่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพ  โดยเฉพาะเป็นพี่ใหญ่ของพลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผู้บัญชาการทหารบก  พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ว่าที่รองผู้บัญชาการทหารบก  ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกันตั้งแต่สมัยรับราชการอยู่ที่กองพลทหารราบที่  2  รักษาพระองค์

     และนั่นเป็นที่มาของบูรพาพยัคย์  กลุ่มอำนาจที่ถูกท้าทาย  และฉุดดึงจากขั้วการเมืองเพื่อใช้เป็นแรงต่อรองในเกมอื่น  เหตุเพราะพี่ใหญ่อย่างพลเอกประวิตรถูกกาหัวว่าเป็นข้อต่อเชื่อมอำนาจการเมืองของสีน้ำเงินจากพรรคภูมิใจไทย  ของนายเนวิน  ชิดชอบ  กับกองทัพเข้าด้วยกัน  โดยกระแสเหล่านี้ถูกยกขึ้นมาชูธงเป็นเกราะคุ้มกันจากนักการเมืองให้พรรคภูมิใจไทย  โดยการออกแบบข่าวสารให้เกิดแรงกดดัน  ต่อรอง  ระแวงกันเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น  จุดประสงค์ก็เพื่อให้เกิดภาพความแตกแยกระหว่างกองทัพกับรัฐบาล

     แน่นอนว่า  พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  ย่อมมีความรู้สึกต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องชายตัวเอง  ทั้งที่ผ่านมาได้นำกองทัพในการช่วยเหลือรัฐบาลในหลายกรณี  ทั้งการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน  ที่ภูเก็ต  การให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินสายสร้างความเชื่อมั่นให้กับมิตรประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการตอบรับการประชุมอาเซียนซัมมิทที่หัวหิน  ซึ่งถือเป็นงานสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลจะเรียกความมั่นใจจากประเทศต่างๆ  ให้วางใจในการประชุมระดับนานาชาติได้

     ในฐานะพี่ชายย่อมสงสารน้อง  แต่ในฐานะของผู้นำทางทหารที่ต้องดูแลเหล่าทัพ  พลเอกประวิตร   ก็ต้องกุมสภาพให้ได้ว่าตนเองสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัว   และเรื่องส่วนรวมได้   ไม่เช่นนั้นการฉวยจังหวะทางการเมืองเพื่อหวังผลในการแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ของกลุ่มการเมือง  จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  ในขณะเดียวกัน  รัฐบาลก็ต้องให้ความมั่นใจต่อการสั่งใช้กำลังหรือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและทหารตามกฎหมาย  เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์สลายม็อบเมื่อวันที่  7  ตุลาคมที่ผ่านมา

     เราเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในวันที่  19  กันยายนนี้  พลเอกประวิตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ที่เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก  ปลัดกระทรวงกลาโหม  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ผู้บัญชาการเหล่าทัพ  ล้วนเป็นทหารอาชีพ  และเป็นทหารมืออาชีพ  จะยังสนับสนุนภารกิจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยได้อย่างเต็มที่    ไม่เป็นไปตามการเดินเกมเสี้ยมแบบอ่านใจทหาร   เพื่อให้เกิดหลุมอากาศในสถานการณ์ตามมา  จนทำให้ผลเสียหายเกิดแก่ประเทศชาติโดยรวม.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์