ข่าวหน้า 1

Wednesday, 12 September, 2012 - 00:00

ยิ่งลักษณ์เมินศาล เซ็นโผย้ายทหาร!

 "ยิ่งลักษณ์" ไม่รอคำสั่งศาลปกครอง ลงนามเห็นชอบบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารแล้ว ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป “ประยุทธ์” บอกไม่มีปัญหา และยังมีเวลา     ระบุหากศาลสั่งคุ้มครองก็กลับมาพิจารณาโผกันใหม่ ขณะที่ครม.แต่งตั้ง “ครูทักษิณ” เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชญาวิทยา ส่วน "วิเชียร" ส่อชวดปลัดคมนาคม หลังข่าวสะพัด  เจ๊ "ด."  ไม่ปลื้ม ด้านภรรยาร่มเกล้าเรียกร้องฝ่ายการเมืองเคลียร์แต่งตั้งข้ามหัว 
แม้ศาลปกครองยังไม่มีคำพิพากษาในคดีที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ยื่นขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองโดยสั่งระงับคำสั่งของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สั่งย้ายนายทหารทั้งสองไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
ทั้งนี้ หากศาลปกครองมีคำสั่งตามคำร้องขอของนายทหารทั้งสอง อาจส่งผลกระทบต่อการนำบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2556 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันอังคาร น.ส.ยิ่งลักษณ์เผยว่า “ได้ลงนามบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2556 เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี”
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงข้อสังเกตที่ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลอาจจะล่าช้าและมีปัญหาเนื่องจากต้องรอคำวินิจฉัยของศาลปกครองว่า เป็นเรื่องของศาลปกครองที่ต้องว่าไป จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ศาลต้องพิจารณากันไป แต่การประชุมพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพลของคณะกรรมการฯ ได้ผ่านไปแล้ว
“แต่ถ้าศาลปกครองบอกว่าประชุมไม่ได้ ก็ประชุมใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคนยังอยู่ที่เก่า ทุกคนก็อยู่หมด ถ้าบอกว่าเข้าประชุมกันไม่ได้หรือไม่ได้เข้าประชุม ก็เชิญมาประชุมใหม่ ถ้าบอกเข้าได้ก็เข้ามา ก็แค่นั้น ยังมีเวลา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่มีการแต่งตั้ง พล.ท.อุดมเดช  สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า แม่ทัพภาคที่ 1 อาจจะต้องโตเข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. แต่ถ้ายังไม่มี ก็ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไปก่อนเพื่อรอเวลา แต่ถ้ามีตำแหน่งว่างก็ได้เป็น ขณะนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับหรือโยกย้ายกันได้หรือไม่ หรือตำแหน่งพอหรือไม่ ที่จะนำที่คนเกษียณขึ้นไปดำรงตำแหน่งจอมพลหรือไปเป็นพลเอก 
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของ 5 เสือ ทบ. จะโตมาใน 2 ส่วน คือ จากกองทัพในตำแหน่งพลโท ที่จะเข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ 1-2 คน ส่วนที่เหลืออีก 1-2 คนจะต้องมาจากกรมฝ่ายเสนาธิการ เพื่อที่จะโตขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะต้องมาช่วยกันทำงาน การที่สื่อใช้คำว่าแม่ทัพภาคที่ 1 ผงาดขึ้นมาเป็นเสนาธิการทหารบกนั้น  อยากถามว่าผงาดอย่างไร เพราะเสนาธิการจะผงาดได้หรือไม่ ถ้าผงาดขึ้นมา ผบ.ทบ.ก็จะเอาตาย จะผงาดได้หรือ
“ทั้ง 5 คนจะต้องร่วมกันทำงาน ไม่มีการแบ่งแยก เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น เพราะโตมาด้วยกัน อย่ามาบอกว่ามีทายาท ผมไม่มีอะไรปะข้างหลังถึงจะต้องมีทายาท ทายาทของผมคือลูกสาว แต่ทายาททางทหารไม่มี ซึ่งทหารจะต้องโตเพื่อปกครองกองทัพ” ผบ.ทบ.กล่าว
ด้านนายธนพนธ์ ชูชยานนท์ ทนายความของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงนามเห็นชอบรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2556 ว่า จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เนื่องจาก พล.อ.เสถียรไม่ได้เข้าร่วมประชุมพิจารณารายชื่อด้วย และไม่ได้มีหนังสือเชิญให้เข้าร่วมประชุมบอร์ดกระทรวงกลาโหมได้
         “จากการติดตามกระบวนพิจารณาคดีของศาลปกครอง ได้รับแจ้งจากนิติกรเจ้าของคดี ได้รับข้อมูลว่าในคำร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับใช้คำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจได้รับความชัดเจนในวันพุธนี้” นายธนพนธ์กล่าว
    ช่วงเย็นวันเดียวกัน  มีรายงานว่าตุลาการศาลปกครองได้มีคำสั่งในคดีดังกล่าวแล้ว จากนั้นศาลจะจัดส่งคำสั่งไปให้คู่กรณีทั้งสองทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม พล.อ.อ.สุกำพล ซึ่งได้รับการปฏิเสธว่า “ยังไม่ได้รับหนังสือจากศาลปกครอง” เช่นเดียวกับทนายความของ พล.อ.เสถียร ก็ปฏิเสธเช่นกันว่า “ยังไม่ได้รับเช่นกัน” แต่มีรายงานว่า ในวันที่ 12 กันยายน ศาลปกครองจะแถลงคำสั่งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
สำหรับงานเลี้ยงรุ่นเตรียมทหารรุ่น 11 (ตท.11) ประจำเดือนกันยายน ภายในสโมสรกรมแพทย์ทหารอากาศ โดยทาง “ทหารอากาศ” รับเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ รวมทั้งจัดงานเลี้ยงอำลาให้ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานรุ่น ตท.11, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และนายทหาร ตท.11 ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนนี้ด้วย
แต่บรรยากาศภายในงานเลี้ยงไม่ครึกครื้นเท่าที่ควร จากเหตุที่ พล.อ.เสถียรมีเรื่องขัดแย้งกับ พล.อ.อ.สุกำพล ทำให้พล.อ.เสถียรไม่เดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้ พล.อ.วิทวัสก็ติดภารกิจต่างจังหวัด ส่วน พล.อ.อ.อิทธพรติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ได้แจ้งต่อเพื่อนๆ ว่าไม่มาเพราะติดภารกิจเช่นกัน
    วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ จำนวน 3 คน ดังนี้  1.นายเจียม เสาวภา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 2.นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานยุติธรรม 3.พล.ต.อ.ดรุณ โสตถิพันธุ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชญาวิทยา โดยให้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2555 เป็นต้นไป
     ที่น่าสนใจคือ พล.ต.อ.ดรุณ เมื่อครั้งยังเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งครองยศ พล.ต.ท. ได้ทำเรื่องขอโอนย้ายมาอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเอายศ พล.ต.อ. ก่อนเกษียณอายุราชการ แต่เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นการโยกมาเพื่อเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ได้มาเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ในขณะนั้น
    นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดรุณ ถือว่าสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างมาก เพราะเคยเป็นครูสอนนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ครั้งหนึ่ง พล.ต.อ.ดรุณ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “การที่ผมรู้จักกับท่านนายกฯ ทักษิณมันผิดตรงไหน ผมภูมิใจที่เคยสอนหนังสือให้ท่านนายกฯ ทักษิณร่ำรวยขนาดนี้ แต่ลงมาทำงานเพื่อชาติทุ่มเทเสียสละทำงาน คนแบบนี้หายาก”
    ส่วนกรณีของนายเรวัต ฉ่ำเฉลิม เคยเป็นประธานบอร์ด อสมท สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ
สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ คาดว่านายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 11 กันยายน แต่ปรากฏว่าไม่มีการเสนอรายชื่อแต่อย่างใด
มีรายงานข่าวอ้างว่า เจ๊ “ด.”  ได้มีการประสานมายังนายจารุพงศ์ให้ระงับการเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิเชียร และสอดรับกับความต้องการของนายจารุพงศ์  ที่ต้องการลูกหม้อในกระทรวงขึ้นดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมดูแลงบประมาณเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานข่าวว่าต้องการให้นาย นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.วันเดียวกันนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.วิเชียร ว่า “ไปยัง”  โดย พล.ต.อ.วิเชียร ตอบกลับว่า  “ผมยังไม่เห็นคำสั่งโยกย้าย น่าจะเป็นอาทิตย์หน้า”
ทางด้านนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองเลื่อนขั้นตำแหน่งข้าราชการประจำปี ในส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขึ้นสู่ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายประจำระดับ 10 จำนวน 3 ราย เป็นไปในลักษณะข้ามอาวุโส ว่าความจริงแล้วไม่อยากแสดงความเห็นในเรื่องนี้  เพราะเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อตัวเราคนเดียว แม้จะแสดงถึงบรรทัดฐานการแต่งตั้งก็ตาม แต่หลังจากมีข่าวดังกล่าว ก็ได้รับการสอบถามอย่างมาก 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีนี้ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมกับตัวเองอย่างเดียว หรือต้องการให้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต แล้วจะยื่นเรื่องไปยังศาลปกครองหรือไม่ นางนิชา กล่าวว่า ยังไม่ได้แสดงความไม่พอใจ และก็ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นเรื่องร้องทุกข์ตามสิทธิด้วย ยังคงรอฟังคำอธิบายที่มีเหตุผลจากฝ่ายการเมือง เพราะเป็นพื้นฐานของการสร้างบรรยากาศปรองดองที่จริงใจ โดยหลักคุณธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการนั้น ประกอบด้วยการพิจารณาความรู้ความสามารถ ประกอบกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าอาวุโส ซึ่งหมายถึงอาวุโสในการครองตำแหน่ง และไม่เคยมีการกล่าวถึงอาวุโสของอายุปรากฏในหลักเกณฑ์ ก.พ.ด้วย
     “อยากฟังคำอธิบายจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายการเมือง ที่มีอำนาจแต่งตั้งว่าในกรณีนี้ว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร เพราะถ้าไม่ใช้หลักอาวุโสแล้วประเมินศักยภาพความรู้ความสามารถอย่างไร เพราะตัวเองก็มั่นใจว่ามีความรู้ความสามารถ ไม่เป็นรองเพื่อนร่วมงานที่มีคุณสมบัติในครั้งนี้เลย แต่หากคำอธิบายนั้นกระทบต่อเราในด้านความรู้ความสามารถ ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพิสูจน์เพื่อรักษาศักดิ์ศรีเหมือนกัน” นางนิชากล่าว.