เปลว สีเงิน

Thursday, 12 September, 2013 - 00:00

'อั้ม เนโกะ' ผู้ปฏิเสธเครื่องแบบ มธ.

   ผมก็ฟัง-อ่าน-ดู มาเป็นสัปดาห์แล้วมัง เรื่องนักศึกษาหญิงธรรมศาสตร์คนหนึ่งที่ใช้ชื่อ "อั้ม เนโกะ" ต่อต้านการใส่เครื่องแบบนักศึกษาถึงขึ้น ทำโปสเตอร์รณรงค์ให้ยกเลิกการใส่เครื่องแบบด้วยการ "ใส่เครื่องแบบ" แสดงท่า Kamasutra ดังที่ทราบกันอยู่
    ถึงวันนี้กระแสชัง-กระแสเชียร์ก็ยังไม่จาง สำหรับผม แน่นอนอยู่แล้ว...ไม่เห็นด้วยกับแนวคิด และวิธีการที่ใช้กามสูตรนักศึกษาเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านอยู่แล้ว
    แต่หลังจากเปิดคลิปเสียง "อั้ม เนโกะ" ฟัง เธอตั้งเป็นโจทย์ขึ้นว่า "อะไรคืออัตลักษณ์ของ มธ.?" จากนั้น เธอก็อธิบายพร้อมเหตุผลทางประวัติศาสตร์ ทั้งกำเนิดธรรมศาสตร์ ประกอบเรื่องราวความเป็นมาทางการเมือง การปกครอง การทหารในอดีต
    แล้วเธอก็สรุปด้วยเหตุผลนั้นสู่การปฏิบัติตามแนวคิด คือการแอนตี้การใส่เครื่องแบบนักศึกษา โดยสรุปว่า
    "เครื่องแบบคือรากเหง้าเผด็จการ"!
    ท่านใดสนใจ และอยากศึกษาถึงแรงโน้มน้าวสู่แนวคิด สู่แนวทำของเธอ หาคลิปเปิดฟังที่เธออธิบายไว้ได้ไม่ยาก มีเกลื่อนตามเว็บ
    ผมนั้น แรกเห็นโปสเตอร์และอ่านข่าว มีกลิ่นคาวจากเธอเป็นความเข้าใจ แต่เมื่อฟังคลิปแล้ว เกิด "ทัศนคติใหม่" เข้าไปจัดระเบียบ "ความเข้าใจ" ในตัวเธอไปอีกด้าน ก็อยากให้ไปหาฟังกัน เพื่อการมองเห็นมิติ "หนุ่ม-สาว" พ.ศ.นี้
    เธอเป็นคนรุ่นใหม่ที่ "สังคมคิด" มีรากจากสาระตรงข้ามกับภาพในโปสเตอร์และการแต่งกายโชว์เนื้อหนัง อาจพูดได้ว่า เธอเป็นคนมีความเชื่อตามแนวคิด และมีความเป็นตัวของตัวเอง "คาบโลก-คาบเส้น" น่าศึกษา พูดจาด้วยแนวคิดพรั่งพรู
    ฟังจากที่เธอพูด ก็สมแล้วที่เป็นนักศึกษาศิลปศาสตร์  ธรรมศาสตร์!
    เธอหยิบสาระมาพูด ส่วนตกผลึกถึงแก่นสาระนั้นด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในคลิป เธออธิบายจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง พูดถึงคณะราษฎร พูดถึงรัฐประหาร พูดถึงท่านปรีดี พนมยงค์ พูดถึงกำเนิดธรรมศาสตร์ พูดถึงสังคมปกครองต่อยุคกันมา และพูดถึงอำนาจทหาร
    แล้วเธอก็สรุปโจทย์ที่ว่า "อะไรคืออัตลักษณ์ มธ.?" ด้วยคำตอบเธอเองว่า เพราะฉะนั้น...เครื่องแบบ (อย่างทหาร) คือรากเหง้าเผด็จการ!
    ผมฟังแบบจับความนะครับ เธอพูดติดต่อรวดเดียว จึงหยิบรายละเอียดมาไม่ครบ แต่เพียงแค่นี้ ก็เพียงพอให้ผมมีความเข้าใจในตัวอั้ม เนโกะ ได้ชัดเจนกว่าตอนฟังจากเสียงวิจารณ์ และภาพโปสเตอร์
    นับเป็นเคสน่าสนใจมากทีเดียว อย่าด่วนสรุปตัวเธอจากแค่พฤติกรรมภายนอก แล้วส่งเข้าแผนกจิตเวช หรือผลักไสไปจากสถาบันศึกษา
    ถ้าจะว่าอั้ม เนโกะ เป็นนักศึกษา มธ.เพี้ยน
    ผมว่าใน มธ.มีอาจารย์เพี้ยน "อาการน่าบำบัด" กว่าอั้ม  เนโกะ มากกว่าเยอะเลย!
    ผมไม่ทราบประวัติพื้นฐานครอบครัว และวงชีวิตแห่งการเติบโตของเธอ เพียงพิเคราะห์จากความเป็นเด็กมีข้อมูล สะท้อนความซึมซับจากข้อมูลนั้นมาเป็นปฏิกิริยาสนองตอบ จากที่เธอพูด มันสะท้อนชัดเจน
    เธอไม่ใช่คนรุ่นใหม่ตกคลั่กในกระแส ฝากเบอร์โทร. คันหู แน่นอก ทำผม ทำนม ทำหน้า กรีดตา ยกดั้ง ปากกระจับ  ตัดกราม เรียนมันไปอย่างนั้น มุ่งมั่นเป็นดารา ควานหาแต่เวทีประกวด หรือโตขึ้นมาหน่อย นิยมสติปัญญาระดับสมาร์ทเลดี้ หนูไม่รู้ บูรณาการ อะไรประเภทนั้น
    จากที่เธอพูด ธรรมศาสตร์เหมาะกับเธอแล้ว เพราะมันแสดงถึงว่าเธอสนใจในการอ่าน การศึกษา-ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ชาติและการปกครองแต่ละยุคสมัย
    ในแต่ละรอยหยักสมองเธอ ขณะนี้บรรจุด้วยข้อมูลประวัติศาสตร์แต่ละยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง เธอรู้จักคณะราษฎร รู้จักท่านอาจารย์ปรีดี รู้จักเผด็จการซ้อนยุคประชาธิปไตยแรกรุ่น รู้จักแนวกำเนิดธรรมศาสตร์และการเมือง
    และรู้จักนำบทบาทเผด็จการทหารในยุคนั้นๆ สร้างเป็นรูปธรรมปิศาจผ่านเครื่องแบบ แล้วใช้อิสรเสรีภาพแห่งมวลชนคนประชาธิปไตยตามเธอศึกษา สะท้อนเป็นปฏิกิริยาต้านและปฏิเสธระบบเผด็จการ
    ผ่าน "เครื่องแบบทหาร"!
    เธอสรุปความไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งมวลไปไว้ที่ "เครื่องแบบทหาร" และอะไรที่ต้องอยู่ในเครื่องแบบทั้งหมดว่านั่นคือ "รากเหง้าแห่งเผด็จการ"
    นี่คือความคิดดิบที่เป็นตัวตนของ "อั้ม เนโกะ" เด็ก มธ.ยุคใหม่ ผู้ปฏิเสธเครื่องแบบนักศึกษา!
    ถ้าถามกันว่า "ปฏิกิริยาอั้ม เนโกะ" บอกอะไรเราบ้าง?
    ในความเห็นผม เห็นว่า อั้ม เนโกะ เป็นทรัพยากรบุคคล "เพื่อการศึกษา" ของธรรมศาสตร์ ที่ต้องโอบอุ้มพิสูจน์การสอน มากกว่าคิดปฏิเสธผลักไสด้วยรังเกียจ
    เพราะในตัวเธอ มีวัตถุดิบเพื่อการเจียระไนบรรจุอยู่ในหัวสมองพร้อมเป็นพิเศษ รอแต่ผู้มีสายตาและฝีมือจะเข้ามาเจียระไน "เพชรสังคม" ประชาธิปไตยเม็ดนี้ให้เกิดประโยชน์สมคุณค่าในตัวมันเท่านั้น!
    ลำพัง "อั้ม เนโกะ" ผมมีความเห็นว่า เธอบรรจุ "ข้อมูลดิบ" ไว้ในคลังสมองจนอัดแน่น เหมือนคนจ่ายตลาด ซื้อตามที่ชอบจนเต็มกระจาด
    แต่ทั้งไม่รู้ ทั้งไม่สามารถ นำสิ่งที่ซื้อนั้นมาต้มยำทำแกงให้รวมรส ด้วยรู้วิธีที่เรียกว่าส่วนผสม-เครื่องปรุง นำมาใช้ผสมผสานให้เกิดเป็นอาหารอร่อยที่เกิดประโยชน์ได้!
    พูดง่ายๆ คือ อยู่ระหว่าง "ร้อนวิชา" จากที่ศึกษา-ค้นคว้ามา เหมือนนักศึกษาเรียนรัฐศาสตร์ปีแรก อยากปฏิวัติโลกวันนี้-วันพรุ่งแทบทุกคน
    และสิ่งปรากฏจากตัวนักศึกษาผู้มีความคิดว่า "เครื่องแบบเป็นรากเหง้าเผด็จการ" คนนี้ ผมมีมุมมองย้อนทางเป็นคำถามกลับไปยังอาจารย์ด้วยความสงสัยว่า....
    "ทุกวันนี้-ยุคนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ธรรมศาสตร์ สอนนักศึกษากันด้วย 'จุดมุ่งหมาย' ใด"?
    สอนนักศึกษาเป็นกระดาษซับหมึก เพื่อออกไปเป็นสินค้าเลิกใช้?
    หรือสอนคนให้เป็นคน เพื่อออกไปเป็นทรัพยากรบุคคลสร้างชาติ?
    นักศึกษาทุกคน ก็แค่ "เหยื่อ" ระบบ ทุกสิ่งที่เป็นปฏิกิริยาจากตัวนักศึกษา ล้วนสะท้อนมาจากผู้บ่มเพาะ อย่างอั้ม เนโกะ มีแนวคิด-แนวปฏิบัติอย่างนี้ ก็ต้องมองย้อนขึ้นไปว่า
    ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ควรที่จะ "ฝึกคนให้เป็นคนสมบูรณ์" มากกว่าสอนคนให้รู้ตำราแลกปริญญามิใช่หรือ?
    สอนคนให้รู้ตำรา สังคมบัณทิตไทยจะเต็มไปด้วยปัญญาชนสไตล์อั้ม เนโกะ คือ เรียนรู้สูตร ท่องจำสูตรได้หมด เพื่อแลกปริญญา
    แต่ครูบาอาจารย์ไม่ได้บ่มเพาะเคล็ดลับวิชา ว่าด้วยการนำแต่ละสูตรที่รู้มาแบบดิบๆ ไปผสมผสานในการใช้ด้วยอัตราส่วนที่ลงตัว เกิดประสิทธิภาพทางสร้างสรรค์ทั้งกับตัวเองและสังคม
    ไม่ใช่ปล่อยให้ "มิจฉาทิฐิ" คือความเห็นผิดเกิดการควบแน่น จนระเบิดใส่ตัวเองและผู้อื่น อย่างอั้ม เนโกะ ที่รู้สูตรประวัติศาสตร์สังคม แต่ไม่สามารถนำความรู้นั้นเรียบเรียงให้เป็นกระบวนการ เพื่อสังเคราะห์ให้ตกผลึกทางปฏิบัติที่เป็นจริง!
    ยุคธรรมศาสตร์การเมือง อย่างที่อั้ม เนโกะ พูดในคลิป ยุคนั้น ครูบาอาจารย์มุ่งสอนนักศึกษาให้เป็นคนสมบูรณ์ออกไปรับใช้สังคม กระทั่งยุคต่อมาจนถึง พศ.๒๕๑๙ มธ.ก็ยังเคี่ยวคลั่งให้คน มธ.เป็นคนเพื่อสังคมชาติ
    สามารถยืนยันได้ นักศึกษาจาก ๒๕๐๐-๒๕๑๙ ด้วยอาจารย์บ่มเพาะคนให้เป็นคนสมบูรณ์ ประวัติศาสตร์ชาติประชาธิปไตยไทยจึงเปลี่ยนได้ด้วย "พลังนักศึกษา" ๑๔ ตุลา ๑๖ และ ๖ ตุลา ๑๙
    นับแต่นั้นมา ถึงยุค "สอนหนังสือแลกเงินเดือน" นักศึกษาจึงมีความหมายเป็น "ลูกค้า" ที่พ่อค้าต้องเอาอก-เอาใจ สอนเพื่อขายใบปริญญา ไม่ได้บ่มเพาะจิตวิญญาณความเป็น "คนเพื่อสังคมชาติ" ให้อยู่ในสายเลือดนักศึกษาด้วย
    อดีต ประชาชนฝากผี-ฝากไข้ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ "สู่อนาคตใหม่" ที่ดีกว่าแต่ละยุค ไว้ที่การนำของนักศึกษา
    แต่ปัจจุบัน ประชาธิปไตยนำชาติของนักศึกษา สะท้อนออกมาด้วยภาพเสพสังวาสต้านการใส่เครื่องแบบ ด้วยความคิด มธ.บ่มเพาะว่า "เครื่องแบบคือรากเหง้าเผด็จการ"!?
    ดูเหมือนมีสาระ แต่ขยะในบ่อเพชรจริงๆ!
    ครับ..ผมถือว่ากรณี "อั้ม เนโกะ" เป็นเคสทดสอบแนวบริหาร แนวการสอนของธรรมศาสตร์วันนี้ อยากจะดูว่า ครูบาอาจารย์ตั้งแต่ตัวอธิการบดีลงมา จะมีศิลปะการเจียระไนจากข้อมูลในตัวอั้ม ที่ส่งประกายซ่านออกมาเป็นการคิด-การทำภายนอกอย่างไร ว่า...
    "รากเหง้าเผด็จการ" ไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ
    มันอยู่ที่ "ตัวคนใส่"
    และตัวคนบันดาล "ตำแหน่งนี้..พี่ให้" ตะหาก!