เปลว สีเงิน

Thursday, 12 December, 2013 - 00:00

วันนี้จบ?

   วานนี้ (๑๑/๑๒/๑๓) เปิดทีวีดูแต่เช้า รู้สึกรัก โฆษกตำรวจหัวใส พลตำรวจตรีปิยะ อุทักษิณาโย ขึ้นมาในบัดดล  ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลาครับ แต่เพราะแถลงว่า ตำรวจยังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายทุกประการ
    ถูกครับนาย ใช่ครับท่าน ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จะให้ปฏิบัติตามคำสั่ง "กำนันบ้านนอก" อย่าง "กำนันเทพ" ได้อย่างไรกัน
    ตำรวจกอดกฎหมายแบบนี้ชาวประชาอุ่นใจจริงๆ ครับ
    แต่ถามนิดเถอะเมื่อคราวที่ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินกุมเป้าเข้าหานักโทษหนีคุก ทักษิณ ชินวัตร ไปรับนโยบายจัดแถวมาเฟียพัทยา  ภูเก็ต นั้น ใช้กฎหมายข้อไหนครับ
    เรื่องนี้ ผบ.ตร.เคยออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง  แต่ผมเชื่อนักโทษมากกว่า เพราะได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ช่วงดึกวันที่ ๑ ตุลาคมชัดเจนว่า
     "วันก่อนได้คุยกับท่าน ผบ.ตร. ผมก็บอกว่าผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ขายของทั้งหลายในเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต ว่ามีหน่วยงานทั้งหลายในตำรวจและหน่วยงานภายนอกเดินเก็บส่วยกันมากจนเป็น cost ของผู้ประกอบการ และแน่นอนก็จะผ่านไปยังผู้บริโภค ทั้งๆ  ที่รัฐบาลได้จัดการปัญหาเรียกรับเงินในการแต่งตั้งโยกย้ายออกไปอย่างสิ้นเชิง ก็ยังไม่ง่าย เพราะนิสัยที่ชอบเก็บส่วยได้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ขอให้ช่วยกันจัดการด่วน! ท่านก็บอกว่าท่านนายกฯ ได้สั่งการมาแล้วครับ ผมเลยหวังว่าทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นครับ"
    หรือกรณี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หิ้วยศหอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปให้นักโทษหนีคุกคดีคอร์รัปชันติดในต่างประเทศ แล้วกลับมาคุยโม้โอ้อวดว่า "มีวันนี้เพราะพี่ให้" 
    พี่ให้มาตามมาตราไหนครับ?
    ไหว้วานโฆษกตำรวจหัวใส ช่วยหน่อยเถอะครับ ช่วยทำตารางให้ดูหน่อยว่าวันไหนตำรวจรักษากฎหมาย หรือวันไหนตำรวจฉีกกฎหมาย ผมจะได้ทำตัวถูก
    เอาหละครับวันนี้ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ จะจบตามที่กำนันเทพขีดเส้นตายไว้หรือไม่?
    ไล่เรียงข่าวตั้งแต่เช้ายันค่ำ ก็สรุปได้ว่า จบครับ!
    แล้วจะจบแบบไหน?
    ถ้าเป็นหนังขายยา ดูตัวอย่างจบก่อนเข้าเรื่องต้องโฆษณายาถ่ายพยาธิพ่วงถ่านไฟฉายตรากบก่อน
    ครับ..ก่อนไปถึงคำตอบนั้น มีคำเฉลยตามรายทางตั้งแต่ ข่าวลือ ข่าวลวง ลวงให้จริง ลือให้เชื่อ นั่นคือ "กำนันเทพ" ไปนั่งกินกาแฟยามบ่ายกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่กรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ (ร.๑ รอ.) เมื่อวันอังคาร
    คุยเรื่องอะไรคงไม่ต้องสาธยาย เอาแค่มีการไถ่ถามเรื่องคั่วกลิ้งครัวสุเทพอร่อยสู้ครัวอาคม เอ่งฉ้วน ไม่ได้ เป็นอันรู้กัน
    วันพุธ "กำนันเทพ" หอบมติ กปปส.แถลงข่าว ติดต่อขอพบกับหน่วยงานความมั่นคง ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายในเวลา ๒๐.๐๐ น. วันนี้
    เสร็จแล้วจะแถลงให้ทราบ    
    ข่าวสารแค่นี้ก้ำกึ่งครับ คนที่จบอาจเป็นกำนันสุเทพหรือเปล่า? เพราะออกแถลงการณ์เรียก ข้าราชการ แม่ทัพนายกองมารายงานตัวแล้ว ปรากฏว่าไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของประชาชน ๕ ล้านคน
    สุดท้ายต้องเป็นฝ่ายขอพบเอง!
    หากวานนี้ไม่มีการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของทุกกระทรวง ทบวง กรม ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี กำนันสุเทพจบจริงๆ ครับ
    วันก่อนอาจารย์อักขราทร จุฬารัตน อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด พูดไว้ว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่พระสยามเทวาธิราชองค์เดียวที่จะช่วยคุ้มครองบ้านเมือง ต้องถึง 2 องค์ถึงช่วยคุ้มครองบ้านเมืองไหว
    แล้วท่านก็มาสององค์จริงๆ เพราะมันเกิดปรากฏการณ์เกินความคาดหมาย ที่ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า มี ๓ แกนนำหลัก ประกอบด้วย
    นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
    นายอําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
    นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
    ๓ คนนี้ว่ากันตรงๆ คือคนของรัฐบาล ที่ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดที่สุด แต่เกิดความผันแปรที่น่าสนใจคือ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ด้วยความกังวลห่วงใย ดังต่อไปนี้
    ๑.ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบอบการปกครองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย
    ๒.ท่ามกลางความขัดแย้ง ข้าราชการทุกคนซึ่งล้วนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งใจมั่นที่จะทำหน้าที่ในความรับผิดชอบจนเต็มกำลัง เช่นเดียวกับที่ได้ยึดถือปฏิบัติเสมอมา โดยน้อมนำพระบรมราโชวาทในการเป็นข้าราชการที่ดีมาเป็นแนวทาง ยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดิน และความถูกต้องเป็นธรรม ด้วยความสุจริตเที่ยงตรง
    ๓.อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาความขัดแย้งเวลานี้ ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการเลือกตั้งแต่เพียงลำพัง ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการหารือร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายในความขัดแย้ง บนพื้นฐานของสันติวิธีก่อนการเลือกตั้ง เพื่อแสวงหาสัญญาประชาคมว่า ในอนาคตจะมีแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยที่เป็นรูปธรรมอย่างไร เพื่อการแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืน
    คนที่เขียนบทสรุป ๓ ข้อนี้คือ นายธงทอง จันทรางศุ
    หมายความว่าอย่างไรครับ ประเด็นในข้อ ๓ คือสิ่งที่จะทำให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ น้ำตาไหลพรากๆ อีกรอบ เพราะรัฐบาลต้องถอยไปอีก
    ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์บอกว่าถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้วนั้น ข้าราชการระดับสูงทั้งมวลเห็นตรงกันว่า รัฐบาลยังถอยไม่พอ จะต้องถอยไปอีก
    น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ข้าราชการเหล่านี้ออกมาแสดงท่าทีเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
    ก็น่าจะชัดเจนครับว่าการพบกันระหว่าง "กำนันเทพ"  กับผู้บัญชาการเหล่าทัพที่เกิดขึ้น ผลออกมาไม่น่าจะแตกต่างไปจากที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า
    ความสำเร็จนี้มาจาก "ทฤษฎีส้นตีนแห่งชาติ"  ของ "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" อย่างนั้นหรือ?
     พลังของประชาชน ๕ ล้านคนที่ออกมาเดินบนถนน เปลี่ยนแปลงความคิดของข้าราชการชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน?
    ปรากฏการณ์นี้ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
    ถ้าเรามองว่าระบอบทักษิณได้สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย เป็นรัฐบาลพรรคเดียว โตวันโตคืนด้วยนโยบายประชานิยม 
    ก็ต้องยอมรับความจริงว่า นโยบายประชานิยมของระบอบทักษิณ กับการซื้อขายเสียงนั้น ใกล้กันจนแยกไม่ออก เพราะมันคือการให้ การแจก และการแลกเปลี่ยนเหมือนๆ กัน 
    เปลี่ยนนิสัยของสังคมไทยให้แย่ลงได้เหมือนๆ กัน
    ดังนั้นอย่าได้แปลกใจที่ ปฏิบัติการส้นตีนแห่งชาติ ของคน ๕ ล้านคน ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เหนือกว่าด้วยการล้มระบอบทักษิณ เพราะทนเห็นความชั่วร้ายไม่ได้อีกต่อไป
    ที่เหลือจากนี้ก็เป็นการบ้านสำหรับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ครับว่า จะอยู่ จะออก หรือจะแสวงหาสัญญาประชาคมว่า ในอนาคตจะมีแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยที่เป็นรูปธรรมด้วยวิธีไหน อย่างไร ใครควรเป็นเจ้าภาพ 
    ตกในบ่อโคลนดูด ดิ้นรนไปมีแต่จะจมลงไปเรื่อยๆ อยู่นิ่งๆ แล้วเกาะกิ่งไม้ที่มีผู้หยิบยื่นให้ให้แน่น ยังมีโอกาสได้หายใจต่อ
    หากรัฐบาลคิดจะเดินแบบเดิม หยิ่งยโสว่าตนเองเป็นเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ก็ให้ดูคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี "กำนันเทพ" นำมวลชนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและขับไล่ระบอบทักษิณ เข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองและกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่งหรือไม่
    ครับ...ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของกำนันเทพ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แลเป็นการกระทำในนามประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ ส่วนการยึดสถานที่ราชการก็ไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว และสถานการณ์ตามคำร้องได้พัฒนาไปสู่การยุบสภาผู้แทนราษฎรและเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว จึงไม่มีมูลกรณีเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง
    มวลมหาประชาชนไม่มีใครเป็นกบฏครับ
    แต่เอาเถอะ จบหรือไม่? ถ้าให้ชัวร์รอคำแถลง "กำนันเทพ" ช่วงค่ำๆ ครับ แต่ถ้าไม่จบ รุ่งขึ้น "ศุกร์ ๑๓" ตัวใครตัวมัน.
                                    ผักกาดหอม