อ่านเอาเรื่อง

Monday, 13 January, 2014 - 00:00

ความผิดฐานเป็นกบฏ

เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ                       

ตามที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่า การที่ กปปส.ประกาศปิดแยกและถนนสายต่างๆ ในวันที่ 13 ม.ค.  ถือว่าการเข้าร่วมกระทำความผิดต่างๆ เข้าข่ายเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ (ไทยโพสต์  7 ม.ค.57) นั้น ปัญหามี 2 ประเด็น คือ                        ประเด็นที่ 1 ผู้ชุมนุมในวันดังกล่าว กระทำความผิดฐานเป็นตัวการตามมาตรา 83 ป.อ.หรือไม่ มาตรา 83 บัญญัติว่า  ในกรณีความผิดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคล ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้น เป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น        หลักเกณฑ์ 1.การกระทำความผิดที่เป็นตัวการจะมีขึ้นได้ต่อเมื่อ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิด ถ้าบุคคลกระทำความผิดแต่ลำพังคนเดียว บุคคลนั้นกระทำความผิดอย่างใดก็ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้นอยู่แล้ว การมีบุคคลหลายคนต่างกระทำความผิดคนละอัน แม้จะเป็นความผิดอย่างเดียวกันในวาระและสถานที่เดียวกันก็ไม่ใช่เป็นตัวการ        2.การที่จะพิจารณาว่าได้ร่วมกระทำผิดนั้น ต้องพิจารณาว่าแต่ละคนได้กระทำการอันเป็นส่วนสำคัญของความผิดนั้นหรือไม่ ถ้าทุกคนได้ลงมือกระทำการอันเป็นส่วนสำคัญหรือสาระสำคัญของความผิดฐานนั้น จึงถือได้ว่ามีการร่วมกระทำความผิด ถ้าได้ร่วมกระทำการใดตั้งแต่ก่อนการกระทำความผิด หรือภายหลังการกระทำความผิด ไม่เป็นการร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตามมาตรา 83                    3.ต้องได้มีเจตนาที่จะร่วมกระทำความผิดด้วยกันในการกระทำทั้งหมด หากมีเจตนาร่วมกันด้วยแต่เพียงบางส่วนเท่านั้นไม่พอ การกระทำโดยเจตนาร่วมกันต้องมีอยู่ตลอดไปจนกว่าการกระทำจะเกิดเป็นความสำเร็จ หากเจตนาร่วมกันนั้นสิ้นสุดลงก่อนถึงขั้นนั้น การร่วมกระทำความผิดก็มีได้เพียงนั้น เช่น ผู้กระทำบางคนอาจยุติการกระทำร่วมกันตั้งแต่ในขั้นพยายาม หรืออาจยุติการกระทำร่วมกันตั้งแต่การกระทำเป็นความผิดบางส่วน ก็ไม่มีเหตุฉกรรจ์ให้โทษหนักขึ้น                ประเด็นที่ 2 การชุมนุมในวันดังกล่าว กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ป.อ. หรือไม่ มาตรา 86 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น                        หลักเกณฑ์ การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกจะต้องกระทำ "ก่อน" หรือ "ขณะ" กระทำความผิด
    ก.ก่อนกระทำความผิด เช่น ช่วยเหลือในการตระเตรียมกระทำความผิดของตัวการโดยหาอาวุธหรือเครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำความผิดให้                                 ข.ขณะกระทำความผิด เช่น ช่วยดูต้นทางให้ผู้ร้ายที่กำลังลักทรัพย์   
    ส่วนภายหลังกระทำความผิด ผู้กระทำก็ไม่เป็นผู้สนับสนุน เช่น ตู่ลักทรัพย์จากย่านราชประสงค์สำเร็จแล้ว พบเต้นขับรถยนต์ผ่านมา ตู่ขอให้เต้นขับรถนำทรัพย์ที่ลักมาไปบ้านของเต้น แม้เต้นจะรู้ว่าตนช่วยขนทรัพย์ที่ลักมาก็ไม่ใช่ผู้สนับสนุน เต้นไม่มีความผิด                                การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก ต้องกระทำโดยเจตนา แต่ผู้สนับสนุนไม่รู้ว่าเขากระทำความผิด แม้ตนจะได้กระทำการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การที่เขากระทำความผิดในเรื่องนั้นๆ ก็หามีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนไม่ เพราะไม่มีเจตนา เช่น ให้เพื่อนยืมปืนโดยไม่ทราบว่าจะเอาไปยิงผู้อื่น  เพื่อนเอาปืนนั้นไปยิงผู้อื่น ดังนี้ ผู้ให้ปืนไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน หรือเข้าร่วมชุมนุมเพื่อให้ยิ่งลักษณ์ลาออก ไม่ทราบว่าพ่อไอ้ปื๊ดไปวางเพลิงเผาบ้านยิ่งลักษณ์ ผู้ชุมนุมไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน แต่ถ้าไปมุงดูแล้วไชโยโห่ร้อง เขย่ามือตบปัวะๆ แถมเยี่ยวรดซะด้วย                    ครับ...ติดคุกหมดทั้ง 5 ล้าน ยกเว้นคนเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ.                                                        ด้วยความนับถือ                                                 เฒ่า 72
    ต่อไปการชุมนุมประท้วงบนถนนคงเป็นกบฏกันหมดหละครับ ผมถึงไม่แปลกใจว่าทำไมสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ทำงานเก่าของนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม  ถึงได้ตกต่ำในสายตาประชาชน เพราะกลายเป็นแขนขาของระบอบทักษิณ ผมไม่รู้ว่าเผาบ้านเผาเมืองเป็นกบฏแผ่นดินหรือไม่  แต่คนที่บอกกับมวลชนแดงว่า "เผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง" อยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกับคนที่ออกมาขู่ประชาชนว่า หากไปร่วมปิดถนนวันที่ ๑๓ มกราคม ชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกบฏแผ่นดิน.

                    ส.ส.ใหม่-ส.ส.เก่า
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ
    อยากขอปรึกษากับคุณอัตถ์ เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามกำหนดการของรัฐบาลรักษาการ (รัฐบาลเถื่อน!) ว่าคงจะมีปัญหาพอควรในด้านการประกาศผล โดยไม่นับถึงเวลาและรายจ่ายที่จะเสียไปอย่างมากมาย เนื่องจากผมคิดว่า ส.ส.ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าทำผิด ซึ่งมีผลทำให้ไม่สามารถลงเลือกตั้งได้อีก แต่อย่างไรก็ตาม เกือบทั้งหมดของคนเหล่านี้คงลงสมัครอีก และถ้าเกิดได้รับเลือกเข้ามาแล้ว หลังจากนั้น ป.ป.ช.เกิดเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ สภาพของ ส.ส.ใหม่จะเป็นอย่างไร จะเป็น ส.ส.ได้ไหม เพราะสภาวะตอนนี้เป็น "ส.ส.ใหม่" แล้วไม่ได้เป็น "ส.ส.เก่า" ที่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ได้ตัดสินให้หมดสภาพไปแล้ว คงวุ่นวายกันน่าดู ปัญหาน่าจะไม่มีถ้า ป.ป.ช.รีบพิจารณาโดยเร็วว่าเห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ส.ส.เหล่านี้กระทำความผิด ความจริงศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ได้บอกแล้วว่าคำตัดสินผูกพันทุกองค์กร 
    ผมจึงไม่เข้าใจว่า ป.ป.ช.รออะไรอยู่อีก เพราะโอกาสที่จะเกิดผลเสียหายมีมากมาย นอกจากว่า ป.ป.ช.จะเห็นตรงข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะกลายเป็นฝาแฝดกับรัฐบาลซึ่งไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ประเทศคงวุ่นวายน่าดูถ้าเกิดภาวะเช่นนี้ขึ้น ผลการเลือกตั้งก็อาจไม่มีการยอมรับเช่นกัน  รัฐบาลบอกให้ทุกคนเคารพกฎหมาย แต่ตนเองกลับแหกกฎหมายเสียเอง โดยท่องแต่ว่าต้องเลือกตั้งๆๆ เพราะเลือกตั้งเท่านั้นจึงเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็ทราบดีว่าประเทศที่ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ก็มีการเลือกตั้งเช่นกัน ประเทศเหล่านี้เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า เพราะมีแค่พรรคเดียวให้เลือก
    เพื่อป้องกันความวุ่นวายและรายจ่ายที่อาจเสียไปโดยไม่จำเป็น ผมจึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.รีบพิจารณาสถานะของอดีต ส.ส.เหล่านี้โดยเร็วที่สุด ว่ายังมีโอกาสที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไปอีกได้หรือไม่?
                            โดยความนับถือ
                                   ศวอ.
    เก่า-ใหม่ ถ้าผิดก็หลุดหมดครับ ยกเว้นพวกที่สอบตก  ประเด็นในขณะนี้คือหากมีการเลือกตั้งวันที่ ๒ ก.พ. ก็จะยังไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ ได้ เพราะจำนวน ส.ส.ไม่ครบ ๙๕%   จะต้องมีการเลือกตั้งอีกรอบ ในเขตที่ผู้สมัครไม่สามารถสมัครได้ และบางเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว และผลการเลือกตั้งได้ไม่ถึง ๒๐%  ผมคำนวณดูแล้วทั้งหมดที่ว่ามาน่าจะประมาณ ๓๐ เขต นี่ยังไม่นับรวมผลจากการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ที่จะมี ส.ส.หลุดจากตำแหน่งร่วม ๓๐๐ คน
    แต่เลือกตั้งรอบที่ ๒ อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่าจะมีความพยายามจากประชาชนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ให้มีการสมัครรับเลือกตั้งได้สำเร็จ  ครบ ๑๘๐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๓ วรรคท้าย ก็อาจไม่มีสภาฯ ครับ ยกเว้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลุแก่อำนาจนำไปสู่การนองเลือดเสียก่อน.

        คดีพิเศษของ องค์พระสยามเทวาฯ
    ๑  "ไอ้ใจชุดดำ" หน้ากล้อ        คอขาดหาย
    หัวหลุดเหลือเปลือยกาย        ล่อนจ้อน
    พล่านเปะปะกระวนกระวาย    อาละวาด
    หัวขาดร้องลั่นสะท้อน        ยอกย้อนที่มันเป็น
    ๒ มันนั่นแหละเป็นกบฏร้าย    ต่อแผ่นดิน
    ยอมรับใช้โจรกังฉิน            เหลี่ยมบ้า
    ถือกฎบัติ กฎสัตว์ทมิฬ        ใช้กดขี่
    เข่นสุจริตชนผู้กล้า            กอบกู้แผ่นดิน
    ๓ การแรกที่ไอ้หน้ากล้อ        สนองโจร
    นั่นแหละดาบแรกเฉียบโชน    แห่งชาติแก้ว
    ฟาดคมประหารทโมน        คอขาด
    ณ บัดนั้นมันสิ้นแล้ว            จากชีพแพร้วยุติธรรม
    ๔ ณ บัดนั้นมันย่อมได้        ฉายา "กบฏ" เอย
    เป็นประกาศสัจวาจา        ศักดิ์สิทธิ์ซึ้ง
    จากทวยเทพผู้รักษา            ประเทศชาติ
    ที่สาปแช่งซ้ำศพทึ้ง            ร่างเหน้าหัวหาย
    ๕ บาปย้ำกรรมหนักท้น        ทวีคูณ
    ที่หน้ากล้อทรยศปูน            บาปป้าย
    ใส่ความผู้วิสุทธิ์พูน            ความอสัตย์
    ใช้กฎเมืองกลายกลับร้าย        ฆ่าผู้รักษาเมือง
    ๖ ร้อนถึงองค์พระเจ้า        สยามเทวาฯ
    ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์รักษา        ประเทศแก้ว
    เห็นไอ้ศพหัวขาดหนา        บาปหนัก มิหยุดกรรม
    ท่านย่อมย้ำทัณฑ์แน่แน่ว        ฆ่าซ้ำอธรรมผยอง.

                            วรฤทธิ์  ฤทธาคนี