ภาคเอกชนไม่อยากเห็น "มาร์ค" ยุบสภา หวั่นเกิดสุญญากาศ ฉุดเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นทรุดต่ำอีก วอนทนอีก 1 ปีค่อยเลือกตั้งใหม่ "กรณ์" แจงนักลงทุนญี่ปุ่นอย่าตกใจการเมืองไทย ขย่มซ้ำต้นเหตุมาจาก "ทักษิณ-คนเสื้อแดง" ด้านคุณชายอุ๋ยจี้รัฐเดินหน้ามาบตาพุด ดันจีดีพีพุ่ง 5% ได้
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะประกาศยุบสภา เพราะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น และนักลงทุนต่างชาติเริ่มมั่นใจและเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น
ดังนั้น จึงอยากให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปีก็จะครบวาระ เมื่อถึงเวลานั้นค่อยเลือกตั้งกันใหม่
นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์อยู่ด้วยความไม่สบายใจ เพราะเศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว ทั้งด้านการส่งออกและการท่องเที่ยว หากมีการกดดันจนถึงขั้นยุบสภาจะทำให้เกิดช่องว่างทางการเมืองขึ้น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งงบไทยเข้มแข็งและการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมทั้งมาตรการต่างๆ สะดุดหมด ทำให้ไทยเสียโอกาสการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
"อยากเห็นการเมืองต่อเนื่อง ขอให้รัฐบาลทำงานต่ออีกพัก ให้เคลียร์ปัญหาทุกเรื่องที่ยังค้างอยู่ให้จบก่อน เพราะไม่อยากให้เกิดภาวะสุญญากาศ เพราะหากคราวนี้เกิดสะดุดอีก เท่ากับว่าเป็นคนป่วยที่กำลังฟื้นแล้วขาดออกซิเจน ซึ่งไม่ควรเอาเศรษฐกิจของประเทศมาเป็นตัวประกัน" นายธนิตกล่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวผ่านระบบประชุมทางไกลเสมือนจริง (TelePresence) ระหว่างการนำทีมไทยแลนด์โรดโชว์ต่อนักลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่น ว่าได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ที่มาของความขัดแย้งและการชุมนุม ส่วนหนึ่งมาจากคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ที่ศาลตัดสินด้วยความยุติธรรม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณและคนรักทักษิณไม่ยอมรับ
"ผมได้บอกว่า ไม่ต้องตกใจ ถ้าใน 1-2 วันนี้ ถ้าเห็นภาพผ่านโทรทัศน์ว่ามีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งหลังจากชี้แจง ระดับความเชื่อมั่นของเขาก็มีมากขึ้น แต่ถ้าเรายังทำร้ายตัวเองอยู่อย่างนี้ ต่อไปประเทศอื่นคงเลิกคบเรา เพราะเขามีทางเลือกไปลงทุนที่ประเทศอื่นๆ ไม่ว่าใครจะไปโรดโชว์สักกี่ครั้ง ก็คงไม่สามารถโน้มน้าวนักลงทุนต่างประเทศให้มาประเทศเราได้" นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะถอนการลงทุนจากไทย และเชื่อว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังจะเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า หากรัฐบาลแก้ปัญหาโครงการลงทุนในมาบตาพุดเพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องได้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 400,000-500,000 ล้านบาท ไม่รวมผลทางอ้อมจากการจ้างงานและการอุปโภคบริโภคที่จะตามมา ตอนนี้มีกว่า 60 โครงการพร้อมที่จะลงทุน รอแค่รัฐบาลกดปุ่มเท่านั้น.








