สัญญาณความวุ่นวายปะทุ เสื้อแดงปทุมฯ คลั่งใช้โทรโข่งทุบผู้ใช้รถเลือดอาบหลังโต้เถียงเหตุทำให้รถติด แท็กซี่เสื้อแดงสมุทรปราการถูกปาก้อนหินกระจกหน้าแตก ที่ลำปางหวิดวางมวย เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเสื้อเหลืองไม่ขายให้ ส.ส.เพื่อแม้วไม่ทำงานในสภาแต่เกณฑ์สาวกไปช่วย น.ช.ทักษิณ กร่าง ขู่ตำรวจห้ามตรวจค้น ได้ผลกลุ่มสตรีพิจิตรประกาศห้ามสามี-ลูกร่วมม็อบ ฝ่าฝืนห้ามเข้ามุ้ง-ไม่หุงข้าวให้กิน "เทือก" ตรวจด่านวังน้อย ให้อำนาจ ผวจ.อยุธยาออกหนังสือรับรองรถเข้า กทม. ส่วนรถกระบะเสื้อแดงห้ามเข้า วอนเสื้อแดงให้อดทน
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง จากต่างจังหวัดทั่วประเทศได้ทยอยเดินทางด้วยรถยนต์กระบะ รถบัส รถอีแต๋น พร้อมเสบียงเข้ากรุงเทพมหานครกันอย่างคึกคัก และได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันกับประชาชนหลายจุด
โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลรักษาความสงบอยู่ มีกลุ่มเสื้อแดงขับรถกระจายเสียงและมีคนขึ้นไฮด์ปาร์กเชิญชวนชาวบ้านออกมาร่วมชุมนุม ระหว่างนั้นมีนายธานินทร์ บุญเกษม อายุ 50 ปี อาชีพรับตกแต่งภายใน ได้ขับรถอีซูซุ สีดำ เลขทะเบียน ชล 9769 กทม. ขับผ่านมา ซึ่งระหว่างนั้นการจราจรติดขัด ทำให้นายธานินทร์มีปากเสียงกับนายสันต์ชัย เพชรประเสริฐ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่บ้านปทุมวิลเลจ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งกำลังไฮด์ปาร์กอยู่บนรถที่จอดอยู่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
จากนั้นนายสันต์ชัยจึงลงจากรถแล้ววิ่งปรี่เข้าไปชกต่อย พร้อมทั้งใช้โทรโข่งที่ใช้พูดฟาดเข้าใส่ร่างนายธานินทร์ ก่อนเกิดการปลุกปล้ำชกต่อยกันอยู่ราว 3 นาที จึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามปรามและแยกคู่กรณีออกจากกัน
นายธานินทร์กล่าวว่า ตนขับรถมาจากจังหวัดนนทบุรีเพื่อไปทำธุระ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ซึ่งการจราจรติดขัดอย่างมากเพราะมีคนเสื้อแดงจอดรถไฮด์ปาร์กอยู่ริมถนน ตนจึงบอกให้ขยับรถออกไปหน่อยเพราะรถติดมาก จนคนเสื้อแดงไม่พอใจ ตะโกนด่าตนและตรงเข้าทำร้ายร่างกายของตนจนได้รับบาดเจ็บ หน้าผากแตก เลือดไหลอาบ
"ผมคงไม่ยอมความเพราะเป็นการทำร้ายประชาชน อีกทั้งตำรวจที่มีอยู่เป็นจำนวนมากหลายร้อยคนกลับไม่มีตำรวจคนใดเข้ามาช่วยเหลือผมแต่อย่างใด" นายธานินทร์กล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.บัญชา มีเลิศ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและนำตัวคู่กรณีไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่ จ.ฉะเชิงเทรา แกนนำกลุ่มเสื้อแดงฉะเชิงเทรากว่า 50 คน ได้ไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อพระพุทธโสธร จากนั้นได้มารวมตัวกันที่สวนสมเด็จฯ หน้าศาลากลาง ทำบุญเลี้ยงพระ ก่อนที่จะนัดรวมตัวกันในวันที่ 13 มี.ค.เพื่อเดินทางเข้า กทม.พร้อมกับคนกลุ่มเสื้อแดงจาก จ.ปราจีนบุรี นครนายก และสระแก้ว
ปาแท็กซี่แดงกระจกแตก
ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงสมุทรปราการกว่า 1,000 คน ได้เคลื่อนขบวนเข้าไปในศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการบวงสรวงพระบรมรูป ร.5 ที่ตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด หลังจากนั้นแกนนำได้สลับกันขึ้นเวทีเคลื่อนที่ทำการปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล
ทั้งนี้ มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อแท็กซี่หมายเลขทะเบียน 1548 กรุงเทพมหานคร ของนายเขมชาติ ความดี อายุ 41 ปี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุม ถูกชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน วิ่งสวนมา ตะโกนด่าทอนายเขมชาติว่า "ไอ้พวกป่วนชาติ" พร้อมกับปาก้อนหินใส่กระจกหน้ารถของนายเขมชาติจนแตกเสียหายก่อนขี่หลบหนี
ที่ลานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมืองฯ จ.จันทบุรี พล.ต.ต.พยุง ตรงสวัสดิ์ และนายประวัตร อุดตะโมด แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจันทบุรี นำกลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายอำเภอกว่า 300 คน มาจัดพิธีบวงสรวงขอพรองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้ได้มีชัยชนะกลับมา พร้อมกันนี้ได้มีการทุบหม้อ-ทุบไหเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และจุดธูปก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ที่ภาคเหนือ กลุ่มเสื้อแดงเดินทางลงมาอย่างคึกคัก โดยเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ และลำพูน รวมตัวกันที่บริเวณแยกดอยติ จ.ลำพูน เพื่อจัดรูปขบวนเดินทาง โดยก่อนหน้านี้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์สิริกุล ได้นำสมาชิกที่ไปรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์ พาเลซ ลั่นฆ้องชัยบริเวณประตูช้างเผือก ขณะที่กลุ่มนกเสรีได้ไปทำพิธีที่วัดดอนจั่น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจอาวุธ ยาเสพติด ของผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าวตลอดสองข้างทาง มีชาวบ้านออกมาโบกธงแดงให้รถที่ขับผ่านด้วย
กลุ่มเสื้อแดงพะเยา ทีม ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย นำโดยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ, น.ส.อรุณี ชำนาญยา และนายไพโรจน์ ตันบรรจง นำกลุ่มเสื้อแดงไปที่ด่านตรวจยานพาหนะแม่ต๋ำ ต.แม่กา อ.เมืองฯ เพื่อเดินทางไปสมทบกับกลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงราย รวมแล้วประมาณ 2,000 คน ก่อนออกเดินทาง
ระหว่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหลายพันคนเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณลานจอดรถวัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ปรากฏว่าได้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวภายในลานจอดรถ ซึ่งได้ประกาศออกมาว่าตนเป็นกลุ่มคนเสื้อเหลืองและจะไม่ขายก๋วยเตี๋ยวให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเข้าไปซื้อก๋วยเตี๋ยวรับประทาน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเกิดความไม่พอใจ
โดยแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ต่อว่าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวท่ามกลางกำลังตำรวจที่ยืนตรึงกำลังอยู่บริเวณดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าระงับเหตุ พร้อมขอร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงอย่าก่อเหตุหรือสร้างความชุลมุนวุ่นวาย จึงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
ที่สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทยอยรวมพลกันตั้งแต่เช้า โดย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร แกนนำ นปช.ภาคเหนือ 17 จังหวัด นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีรัฐบาลและกลุ่มอำมาตยาธิปไตยอย่างรุนแรง โดย พ.ต.ท.ไวพจน์กล่าวว่า หากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและไม่เอาอำมาตย์ไม่เป็นผล จะปลุกระดมกำลังกลุ่มเสื้อแดงไปปิดล้อมเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ และเขื่อนภูมิพล จ.ตาก รวมทั้งโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง
มีรายงานข่าวจากจังหวัดน่าน ว่าขณะกลุ่มเสื้อแดงออกเดินทาง มีสมาชิกบางส่วนนำหน้ากากปิดจมูกพร้อมแว่นตาและที่อุดหูมามอบให้เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาและเสียงรบกวนสมอง ซึ่งก่อนออกเดินทาง นายวัลลภ สุปริยศิลป์ และนางสิรินทร รามสูต ส.ส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจ
ขณะที่นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำหลักของกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งดูแล 15 จังหวัดในภาคกลาง จะคุมขบวนเสื้อแดงทั้งทางบกและทางน้ำ โดยได้วางจุดนัดพบของกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณที่ตั้งองค์พระพรหม ริมถนนสายเอเชีย ก่อนมุ่งสู่กรุงเทพฯ
สตรีพิจิตรห้ามสามี-ลูกร่วม
มีความเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มเสื้อแดงที่น่าสนใจ โดยที่ จ.พิจิตร นางเตือนใจ บุรพรัตน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพิจิตร ได้นำพาสตรีจากหลากหลายอาชีพกว่า 2,000 คน ร่วมชุมนุมกันที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลเขาทราย อ.ทับคล้อ เนื่องในวันสตรีสากล โดยมีนายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผวจ.พิจิตร เป็นประธานในงาน โดยบรรดากลุ่มสตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ของสตรีชาวพิจิตร ที่ประกาศต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับสตรีทุกรูปแบบทั้งในครอบครัวและในสังคม
นอกจากนี้ ได้ประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง อีกทั้งจะใช้อำนาจผู้บัญชาการแม่บ้านสูงสุด สั่งห้ามสามีและลูกๆ รวมถึงญาติพี่น้องในครอบครัวว่าห้ามไปเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนอย่างเด็ดขาด ถ้าพ่อบ้านหรือลูกๆ ฝ่าฝืนก็จะมีมาตรการไม่หุงข้าวให้กิน และห้ามนอนร่วมมุ้งเดียวกันเด็ดขาด
สำหรับการเคลื่อนพลของกลุ่มคนเสื้อแดงพิจิตรที่ก่อนหน้านี้มีแกนนำไปชักชวนเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างคึกคัก แต่พอเจอมาตรการขั้นเด็ดขาดของกลุ่มแม่บ้านปรากฏว่าจะมีเข้าร่วมในคราวนี้ไม่เกิน 300 คน
ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน จ.พิษณุโลก จำนวนกว่า 500 คน นำโดย ร.อ.อุทัย พุทธรักษ์ นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดพิษณุโลก รวมพลังแถลงการณ์ต่อต้านความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง พร้อมกับมอบหนังสือให้นายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.พิษณุโลก ส่วนความเคลื่อนไหวเสื้อแดงภาคอีสานก็ได้เดินทางอย่างคึกคักเช่นกัน ที่หน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวกันกว่า 100 คน พร้อมรถยนต์เก๋ง รถปิกอัพ 30 คัน ติดธงสีแดง พร้อมรถเสบียง 2 คัน จากนั้นได้ร่วมกันถวายเครื่องสักการะ พร้อมดาบจำนวน 2 เล่ม เพื่อขอพรคุณย่าโมให้ได้รับชัยชนะ ก่อนขึ้นรถออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังบริเวณเอาต์เลต เส้นทางบายพาส อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นจุดนัดรวมพลจาก 17 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะเคลื่อนทัพใหญ่เข้ากรุงเทพฯ
จ.อุบลราชธานี มีรายงานว่า เวลา 10.00 น.มีรถกระบะจำนวนกว่า 50 คัน ได้ทยอยเข้าเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันของ ส.ส.ธเนศ เครือรัตน์ และเป็นที่ทำการของพรรคเพื่อไทย ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 ได้รับการเปิดเผยจากเสื้อแดงคนหนึ่งบอกว่าตนได้รับจ้างมาเป็นเงิน 4,000 บาทเป็นค่านำรถมาให้พรรคพวกนั่งไปกรุงเทพฯ โดยจะเติมน้ำมันให้ฟรีตลอดการเดินทางไปและกลับ
ที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ภายหลังทำพิธีบวงสรวงบริเวณทุ่งศรีเมือง กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 1,500 คนได้รวมตัวกันขึ้นรถพร้อมทั้งจัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง รวมทั้งสัมภาระต่างๆ โดยมีนายขวัญชัย สาราคำ, นายวิเชียร ขาวขำ และ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำเดินทาง
ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถกลุ่มคนเสื้อแดงมาถึงด่านตรวจตำบลข้าวสารซึ่งเป็นด่านตรวจด่านแรก ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น โดย พ.ต.ท.สุรทินได้เข้ามาห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นรถทุกคัน โดยได้กล่าวห้ามเจ้าหน้าที่ว่า "ห้ามถาม ห้ามตรวจ หากเจ้าหน้าที่คนไหนตรวจมีเรื่องแน่ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน การกระทำนี้ผมทำตามหน้าที่ประชาชนคนหนึ่งที่รักประชาธิปไตย" ทำให้รถยนต์ทุกคันได้ขับผ่านด่านตรวจไปได้อย่างง่ายดาย
ทางด้านตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับทหารกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังกว่า 200 นาย ตั้งจุดตรวจเข้ม 5 จุด ป้องกันการลักลอบขนอาวุธเข้าไปก่อเหตุรุนแรง กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น.รถของกลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ ร่วม 2,000 คัน ได้เดินทางผ่านมายังจุดตรวจบริเวณถนนโชคชัยเดชอุดม หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลหนองกี่ อ.หนองกี่
ขณะเดียวกัน ชมรมข้าราชการและกลุ่มพลังมวลชนผู้รักความสงบและสันติในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์กว่า 1,000 คน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีขาวเดินทางมารวมตัวกันที่หน้าสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพื่อแสดงพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรง
ส่วนทางด้านภาคใต้ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำเสื้อแดงจังหวัดพัทลุง ได้ติดต่อประสานงานกับแกนนำของแต่ละจังหวัดใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยทยอยกันเดินทางออกแต่ละจังหวัดไปตามรถไฟ รถปิกอัพ และรถส่วนตัว โดยเหล่าผู้ไปชุมนุมจะใส่เสื้อสีธรรมดาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงด่านของเจ้าหน้าที่ เมื่อถึงกรุงเทพฯ แล้วจึงจะนำเสื้อแดงมาใส่และกระจายตามจุดทันที
ทั้งนี้ นายวิภูแถลงได้ประสานงานกับผู้ที่ยังไม่ได้เดินทาง โดยจัดรถบัส 18 คันรับคนเสื้อแดงตามจุดไปรวมตัวกันที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้นก็จะเปิดเวทีปราศรัยและแยกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต่อไป
โดยกลุ่มเสื้อแดงภาคใต้ที่ร่วมเดินทางเข้าไปชุมนุมครั้งนี้มาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ตรัง จ.สงขลา จ.พัทลุง เป็นต้น
"เทือก"ห้ามกระบะเข้ากรุง
วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เลขาธิการทหารบก, พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางออกจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ไปตรวจความเรียบร้อยที่ด่านวังน้อย และด่านสถานีตรวจสอบน้ำหนักบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
จากนั้นนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และ ผบก.ภ.1 โดยพบว่าการจราจรไหลลื่นดีไม่เป็นอุปสรรค ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้ตามปกติ ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะสกัดกั้นการชุมนุม การตั้งด่านตรวจเป็นไปเพื่อคัดกรองไม่ให้ผู้ชุมนุมนำอาวุธเข้ามาเท่านั้น โดยเฉพาะที่ด่านวังน้อย จะมีเพียงแพทย์และพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนเท่านั้น ต้องขออภัยประชาชนที่ทำให้ต้องเสียเวลา
นายสุเทพกล่าวถึงรถกระบะที่มีป้ายทะเบียนต่างจังหวัดหรือมีทะเบียนรถอยู่ในเขตภาคอีสานว่า ตนได้ให้อำนาจ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะอยู่ประจำที่ด่านตลอดมีอำนาจตัดสินใจทันที โดยหากไม่มีความผิดปกติ ผู้ว่าฯ สามารถออกหนังสือรับรองได้ทันที แต่หากเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องจอดรถกระบะ โดยทางผู้ว่าฯ จะประสานเรียกรถประจำทางมารับกลุ่มผู้ชุมนุม
"ด่านวังน้อยถือเป็นปราการสุดท้ายที่จะคอยตรวจสอบความผิดปกติก่อนที่จะถึงกรุงเทพมหานคร" ส่วนการตรวจความปลอดภัยเรื่องระเบิดนั้น นายสุเทพกล่าวว่า นี่คือสาเหตุที่รัฐบาลต้องตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงทำร้ายประชาชนที่ จ.ปทุมธานี นายสุเทพกล่าวว่า ประการแรกกลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องอดทนเป็นพิเศษ เพราะหากมีการทำร้ายกันเกิดขึ้นจะทำให้ประชาชนไม่พอใจและจะไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ที่ด่านตนยืนยันว่าไม่มีการพกพาอาวุธ ดังนั้นประชาชนต้องอดทน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันต้องไม่ทำร้ายกัน ความคิดเห็นทางการเมืองต่างกันได้ไม่เป็นไร และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายไม่ใช่ศัตรูแต่มาดูแลประชาชนเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสุเทพและคณะเดินทางตรวจความเรียบร้อยที่ด่านวังน้อย มีกลุ่มอยุธยา 49 วังน้อย กว่า 50 คน ยืนถือถุงปลาร้าชุมนุมขับไล่อยู่บริเวณด้านข้างด่านตรวจ และมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 5 คนพยายามเข้ามาประชิดตัว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดกั้นไว้ได้ทัน โดยนายสุเทพมีสีหน้าตกใจเพียงเล็กน้อย
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า แกนนำ นปช.จะมีการหารือเพื่อปรับยุทธวิธีที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง จะมารวมตัวกันที่จุดนี้ช่วงใกล้สว่างของวันที่ 14 มี.ค.แต่รัฐบาลได้เตรียมกำลังไว้บล็อกถึง 8 กองพัน ซึ่งเสี่ยงต่อการปะทะและใช้ความรุนแรง แกนนำจากส่วนกลางอาจจะประสานไปยังทัพจะที่จะเดินทางมาให้มาถึงก่อนกำหนด คือในช่วงเที่ยงวันที่ 13 มี.ค.
"โดยอาจจะต้องจัดทัพคนเสื้อแดงจากส่วนกลางในกรุงเทพฯ ไปตีขนาบกองกำลังของฝ่ายรัฐบาลเพื่อช่วยเปิดทางให้คนเสื้อแดงที่เดินทัพมาได้เคลื่อนพลเข้าสู่กรุงเทพฯ เพราะล่าสุดเราตรวจสอบพบว่ามีการซ่อนอาวุธไว้ในรถของเจ้าหน้าที่ที่ไปรักษาการณ์บริเวณวังน้อย และแม้เจ้าหน้าที่อาจจะใช้กระสุนยาง แต่ถ้าใช้งานจริงในระยะ 10 เมตรซึ่งถือว่าเป็นระยะการปะทะนั้นสังกะสีและไม้อัดยังทะลุได้" นายจตุพรกล่าว.








