Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

แดงโหมโรงจืด 5จุดมา6พันถูกด่าขรม'แม้ว'กุสมุนปลอมล้อมศิริราช


ประกาศศักดาวันแรกหน้าแหกแบบชิลๆ ม็อบเสื้อแดงมาตามนัดน้อยกว่าที่คิด 5 จุด มหาดไทยให้แค่ 6 พัน แดดเผาเปลี่ยนแผน มาเร็วไปเร็ว แต่ไม่วายทำรถติด คนกรุงเซ็ง ข้างทางด่าขรมพวกก่อความไม่สงบ แถมยังหวิดปะทะขาใหญ่ "อุเทนถวาย" นัดใหม่วันเสาร์บุกราชดำเนิน ชิงโยนผิดแดงปลอมตั้งแต่ไก่โห่ "ทักษิณ" วิกลจริตทวิตเท็จ อ้างรัฐบาลขนแดงเทียมใส่รถบรรทุก 6 คันยึดสนามบิน "ตู่" ขี้ตามนาย แต่งเรื่องมีแดงเทียม 50 รถบัสล้อมสวนจิตรฯ ศิริราช สุวรรณภูมิ "มาร์ค" ไม่ยุบ ฟัง "แดงสภาโจ๊ก" คนเดียวไม่ได้ ลั่นไม่ยอมให้ข่มขู่ มือถือสัญญาณดี "กอร์ปศักดิ์" คุย "เหวง" ชัดแจ๋ว

การชุมนุมวันแรกในกรุงเทพฯ ของคนเสื้อแดงเมื่อวันศุกร์ บรรยากาศไม่ตึงเครียดนัก เพราะมีผู้ร่วมชุมนุมใน 5 จุดที่กำหนดไว้น้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ อีกทั้งการเคลื่อนม็อบที่เริ่มตั้งแต่เที่ยงวันก็เลิกเร็วกว่าที่คาดไว้เช่นกัน

มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลต่อการเคลื่อนขบวนของม็อบเสื้อแดง ซึ่งพบว่ามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีความก้าวหน้าไปในบางเรื่อง เช่น นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ได้มีการพูดคุยกับ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อที่จะได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจว่าเวลามีกรณีที่จะติดต่อประสานงานกันจะติดต่อกันอย่างไร อย่างน้อยช่องทางนี้ก็ได้มีการเปิดแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า ได้เสนอความคิดไปว่ามาตรการบางมาตรการของทางการ เช่น การตรวจอาวุธ อยากจะให้พูดคุยกันว่าจะมีความร่วมมือกันอย่างไรที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย อย่างเช่นเมื่อมีการชุมนุม มีคนมาจำนวนมากและมีพื้นที่ชุมนุมอยู่ อยากจะเสนอให้นายกอร์ปศักดิ์ไปคุยกับผู้ชุมนุมว่าการตรวจอาวุธจะทำร่วมกันหรือไม่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับการ์ดของผู้ชุมนุม ก็พยายามทำทุกวิถีทางในการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลประโยชน์ทุกฝ่าย ส่วนสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้รับรายงานเข้ามาบ้าง แต่ช่วงนี้ยังไม่มีอะไร

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่าการคุยกับ นพ.เหวงคนเดียวยังไม่เพียงพอ และจะต้องพยายามดู และจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อมีการชุมนุมกันไปสักระยะ เพราะอาจจะต้องดูว่าแต่ละพื้นที่มีใครดูแลอยู่ ทางรัฐเองก็จะต้องติดตาม แต่การประสานก็จะต้องประสานเข้าไปพื้นที่ตรงนั้นอยู่แล้ว หรือการมีผู้นำอยู่ในพื้นที่อื่นก็จำเป็นต้องคุยกับพื้นที่ด้วย

กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมากล่าวว่าถ้านายกฯ ไม่ตัดสินใจยุบสภาระหว่างวันที่ 14-15 มีนาคม จะนำพลคนนับล้านมาปิด กทม. ถือว่าเป็นการขู่รัฐบาลหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า รัฐบาลคงไม่อยู่ภายใต้ภาวะที่จะให้ใครมาข่มขู่ การเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญคือการมาชุมนุมแสดงออกเพื่อให้ความคิดเห็นในทางการเมือง จะสะท้อนข้อเรียกร้องอะไรก็สามารถทำได้ รัฐบาลพร้อมรับฟังและพิจารณา แต่หากจะใช้วิธีข่มขู่คงไม่ถูกต้อง และไม่เป็นไปตามความหมายของการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

"การไปฟังคุณณัฐวุฒิคนเดียวคงไม่ได้ มีหลายคนต่างคนต่างพูดไปคนละเรื่อง ข้อเสนอที่คุณณัฐวุฒิเสนอก็ไม่ตรงกับข้อเสนอของแดงสยาม ส่วนเส้นตายที่เขาขีดมานั้นคงไม่มีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองของผม และผมก็จะดูว่าข้อเสนอเหตุและผลคืออะไร"

"การที่จะบอกว่าคนคนหนึ่งพูดว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ ในขณะที่คนกลุ่มเดียวกันเองมาบอกว่าไม่ใช่เป้าหมาย มันก็ต้องพิจารณา และการที่เขาออกมาบอกว่ายุบสภาแล้วเหตุการณ์จะสงบ แดงสยามก็ไม่เห็นบอกแบบนี้"

"โทษนะครับ เมื่อวานคุณณัฐวุฒิก็เป็นคนพูดเองว่ายุบสภาเป็นแค่หลักกิโลแรก ไม่ได้บอกว่าหลักกิโลสุดท้าย"

แดงลองเชิง"มาร์ค"

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ทางด่วนยมราช มุ่งหน้าสู่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) และเป็นเซฟเฮาส์ที่ทางฝ่ายความมั่นคงจัดเตรียมไว้รับรองความปลอดภัย ซึ่งคาดว่านายกฯ จะค้างที่นั่น โดยระหว่างทางมีการอารักขาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีขบวนรถนำตามปกติพร้อมด้วยขบวนรถผู้สื่อข่าว

ทันทีที่ขบวนรถนายกฯ เข้าสู่ ร.11 รอ. ปรากฏว่ามีชายสวมเสื้อแดงขี่รถจักรยานยนต์มาสังเกตการณ์ โดยมีธงสีแดงของกลุ่มคนเสื้อแดงติดหน้ารถ และได้ปาดหน้าขบวนรถของผู้สื่อข่าวไปโดยไม่มีใครได้รับอันตราย

ด้านนายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า เป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปแจ้งให้ นพ.เหวง ในฐานะที่ตัวแทนการเจรจาของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเบอร์โทรศัพท์ของตนคือหมายเลขอะไร และ นพ.เหวงใช้เบอร์โทรศัพท์อะไร เป็นการคุยกันนิดเดียว ซึ่งเรามีเป้าหมายเหมือนกันคือไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อน โดยในเบื้องต้นเป็นการติดต่อเพื่อสื่อสารกัน ซึ่งถือเป็นหลักทั่วไป มีอะไรจะได้พูดคุยกันได้

ถามว่า หากแกนนำ 3 เกลอไม่ยอมพูดคุยด้วย จะเป็นปัญหาเรื่องการประสานงานกันหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ตอบว่า อย่าเพิ่งพูดถึงปัญหา ยังไม่ได้เริ่มเลย เพราะยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก ยังไม่มีอะไร ขอให้ใจเย็นๆ ก่อน ทุกคนก็เป็นห่วงด้วยกันหมด

อย่างไรก็ตาม ทีมประสานงานของตนจะมีการหารือกันเพื่อดูว่าแนวทางในคณะกรรมการฯ จะทำงานกันแบบไหน แต่ต้องเร็วด้วย ที่ต้องประสานงานกันเพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ถ้าเกิดเหตุการณ์รุนแรงจะแก้ปัญหาอย่างไร

ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก, พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอ.รส.นัดแรกที่ ร.11 รอ.

นายสุเทพแถลงว่า วันหนึ่งจะประชุม 3 เวลา คือ ตอน 09.00 น., 15.00 น. และ 20.00 น. ซึ่งการประชุมในเช้าวันนี้ เพื่อทบทวนตรวจสอบสิ่งที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าฝ่ายต่างๆ ได้ไปปฏิบัติตามแผนงานและโครงการที่ได้กำหนดเอาไว้

รองนายกฯ บอกว่า ผู้บริหาร ศอ.รส.ไปตรวจเยี่ยมหน่วยปฏิบัติตามจุดต่างๆ จุดแรกในวันนี้คือจุดตรวจที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจุดที่ต้องรับภาระหนักที่สุด เพราะจะมีขบวนผู้ชุมนุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเข้ามาในจุดนี้ เราหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ที่ชุมนุมที่ขนคนโดยรถกระบะมาไว้ที่ อ.วังน้อย เพราะเราได้เตรียมสถานที่เอาไว้เรียบร้อย และจัดเตรียมรถบัสเอาไว้รองรับเพื่อนำไปส่งในพื้นที่ที่มีการชุมนุม ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว รถบัสจำนวนหนึ่งจะไปจอดที่ อ.วังน้อย

ส่วนเรื่องที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการถวายอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ขอให้สบายใจได้ว่า ศอ.รส.เข้าใจความรู้สึกของประชาชนคนไทยดี และได้จัดระบบการดูแลถวายการอารักขาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

"เราทำรัดกุม 100 เปอร์เซ็นต์ เรียบร้อย ผบ.ทร.เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่โรงพยาบาลศิริราช มีกำลังทหารมาจากกองพล 1 กองพล 9 ช่วยดูแลรอบนอก ส่วนทางเรือบริเวณคลองบางกอกน้อย ทางกองทัพเรือเป็นผู้ดูแลทั้งหมด จะพยายามขอร้องผู้มาชุมนุมอย่าได้ทำอะไรที่คนไทยรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ทำอะไรแล้วขัดต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งแผ่นดิน ท่านก็จะเสียหายไปเอง"

ห้ามปิดทำเนียบฯ

นายสุเทพกล่าวว่า อนุญาตให้คนเสื้อแดงชุมนุมได้ตั้งแต่สนามหลวง ถนนราชดำเนิน ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ถนนด้านหน้าทำเนียบฯ คือ ถนนนครปฐมกับถนนลูกหลวง เป็นพื้นที่ที่ห้ามไม่ให้มาชุมนุมหรือปิดล้อม หรือบุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ และถ้าปิดการจราจรทำให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ เดือดร้อนก็ผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี

"ข้อเรียกร้องเป็นเรื่องธรรมดา ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าถามผมส่วนตัวจะเห็นว่าวิธีการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงตามระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่การใช้กำลังเข้ามาข่มขู่"

ถามว่า จุด อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นจุดแรกที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้อย่างไร นายสุเทพยืนยันว่า รัฐบาลไม่ปะทะ เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับคำสั่งให้ไปปะทะกับประชาชน

ซักว่า ประชุม ครม.ยังใช้ที่ทำเนียบฯ ตามเดิมหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ประชุมที่ทำเนียบฯ เพราะทำเนียบฯ จะไม่ให้ปิดล้อม ส่วนวันจันทร์จะทำงานได้หรือไม่นั้นก็ให้รอดูวันอาทิตย์อีกทีก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคง ทั้งสำนักข่าวกรองฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ทหาร ตำรวจ ได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งการแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย

ข่าวกรองระบุว่า น่าจะเป็นการชุมนุมให้แตกหักภายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ยืดเยื้อ หวังผลจะกดดันให้รัฐบาลต้องยุบสภา หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายใน 7-8 วัน คาดว่าสถานการณ์จะตึงเครียดที่สุดในช่วงระหว่าง 14-17 มี.ค. ลักษณะการชุมนุมแม้จะรุกเพื่อกดดันรัฐบาลพร้อมกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่กลุ่มที่จะมีผลต่อการแพ้-ชนะน่าจะเป็นมวลชนในเขต กทม. ปริมณฑล และภาคกลาง

หน่วยงานด้านความมั่นคงยังระบุว่า ช่วงที่มีความเปราะบางน่าจะเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 13-14 มี.ค. เป็นต้นไป เนื่องจากจะมีมวลชนรวมตัวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การควบคุมมวลชนจะมีปัญหามากที่สุด และหากมีการปลุกเร้ามวลชนมากขึ้นจนขาดสติ มีความเสี่ยงสูงที่มวลชนจะกลายสภาพเป็นม็อบที่ขาดการควบคุม จนอาจมีการเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการและเอกชนได้

นอกจากนี้ กลุ่มมือที่สามก็อาจจะเลือกใช้เวลานี้สร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การก่อเหตุจลาจลได้

สำหรับจำนวนมวลชนและยานพาหนะ ประเมินจนถึงช่วงวันที่ 14 มี.ค. คาดว่าจะมีมวลชนเข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 70,000 คน (สูงสุดประมาณ 100,000 คน) ยานพาหนะทุกประเภทประมาณ 5,000 คัน

จำนวนมวลชนที่จะเดินทางเข้าร่วมการชุมนุม แยกตามภาคมีดังนี้ ภาคเหนือ ประมาณ 5,800 คน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 20,000 คน, ภาคกลางและภาคตะวันตก ประมาณ 2,500 คน, ภาคตะวันออก ประมาณ 10,000 คน, ภาคใต้ประมาณ 500 คน และ กทม.และปริมณฑล 30,000 คน อย่างไรก็ตามการประเมินจำนวนรถทำได้ยาก เพราะ นปช.ในพื้นที่ภาคกลาง กทม. และปริมณฑล อาจนำรถเข้าไปเองโดยไม่ลงทะเบียน

ส่วนกลุ่มที่อาจสร้างสถานการณ์ น่าจะมี 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายของนายทหารและอดีตนายทหารที่นิยมแนวทางรุนแรงและไม่พอใจรัฐบาลหรือประธานองคมนตรีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ได้แก่ กลุ่ม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง ), พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี กลุ่มนายทหารรุ่น 10 ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงกลุ่มมาเฟีย นายทหารในสังกัด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และกลุ่มของนักการเมืองที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ และมีประวัติชอบใช้ความรุนแรง

ซุ่มยิงเอ็ม 79

สำหรับจุดมุ่งหมาย วิธีการ และเป้าหมายของกลุ่มสร้างสถานการณ์ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้การก่อเหตุเพื่อกระตุ้น/ยั่วยุ ให้สถานการณ์การชุมนุมทวีความร้อนแรง ทั้งการวางเพลิง ลอบวางระเบิด/ขว้างระเบิด หรือซุ่มยิง M-79 เข้าใส่สถานที่ราชการหรือแม้กระทั่งในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยอ้างว่าฝ่ายรัฐบางเป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์เองเพื่อที่จะปราบปรามประชาชน

นอกจากนี้ จากที่กลุ่ม นปช.เป็นที่เกลียดชังของกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม เช่น บุคคลในย่านชุมชนใกล้ทำเนียบรัฐบาลที่เคยถูกกลุ่ม นปช.ทำร้าย จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะตอบโต้ล้างแค้นได้เช่นกัน

รายงานข่าวจากวอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันศุกร์แจ้งว่า ได้วิเคราะห์สถานการณ์การชุมนุมของบุคคลเสื้อแดง ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าจะเกิดความรุนแรงอย่างแน่นอน โดยจะต้องดูจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งถ้ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากก็จะทำให้การชุมนุมครั้งนี้ยืดเยื้อ และอาจจะส่งผลต่อการใช้เงินในการจัดการการชุมนุมจำนวนมากขึ้นด้วย จึงเป็นไปได้ที่แกนนำบางกลุ่มจะพยายามรีบปิดเกม โดยการก่อให้เกิดความรุนแรงเพื่อลดต้นทุน

ถ้าผู้เข้าร่วมการชุมนุมมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้ ก็เป็นไปได้ที่แกนนำคนเสื้อแดงจะปรับยุทธวิธีในการเคลื่อนไหว และอาจจะเร่งสร้างความรุนแรงโดยการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเข้ามาสร้างสถานการณ์ในการชุมนุมจนนำไปสู่ความรุนแรงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการล้มรัฐบาลโดยเร็ว

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พบว่ามีการเสนองบประมาณที่ใช้ในการเคลื่อนไหวไปยังนายใหญ่ จำนวน 500 ล้านบาทตลอดการชุมนุม หรือวันละ 100 ล้านบาท ตลอด 5 วันในการชุมนุม ซึ่งคำนวณจากจำนวนรถปิกอัพ 1 แสนคัน คันละ 5,000 บาท แต่ถูกนายใหญ่ขอลดวงเงินเหลือวันละ 50 ล้านบาท จึงมีการต่อรองกลับไปอีกว่าขอเพิ่มเป็นวันละ 70 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ม็อบเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นทำให้แกนนำต้องปรับการบริหารจัดการโดยต้องลดจำนวนรถปิกอัพลงมาครึ่งหนึ่ง และลดจำนวนวันที่ใช้ในการชุมนุมให้น้อยกว่า 5 วัน แต่ถ้าลดจำนวนรถลงได้ก็จะสามารถยืนได้ถึง 5 วัน ซึ่งสอดคล้องกับการที่แกนนำประกาศไว้ว่า ในวันที่ 14-15 มี.ค. จะทำให้รัฐบาลยุบสภา ถ้าไม่ยุบจะดาวกระจายไปทั่ว กทม.

เขาบอกว่า มีข้อมูลว่าวันที่ 15 มี.ค. เวลา 18.00 น. เสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ในพื้นที่ กทม.ชั้นใน และสถานที่สำคัญ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กองบัญชาการกองทัพบก กรมทหารราบที่ 11 รอ. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายและการจราจรใน กทม.เป็นอัมพาต

นายเทพไทกล่าวว่า ได้คุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วน อ้างว่าถูกตัดท่อน้ำเลี้ยง จึงต้องปล่อยให้การชุมนุมเป็นไปตามยถากรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อมูลจากการข่าวฝ่ายความมั่นคงที่นายเทพไทอ้างถึงนั้น มีการระบุถึงรายละเอียดความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมรายชื่อแกนนำในแต่ละจุด โดยการตั้งเวทีปราศรัยจะเข้มข้นในวันที่ 14 มี.ค. ที่นายวีระ มุสิกพงศ์ จะขึ้นเวทีประกาศชุมนุมใหญ่อย่างเป็นทางการ และเสนอข้อเรียกร้องกับรัฐบาล จากนั้นจะมีการปราศรัยติดต่อกันตลอดทั้งคืน ส่วนวันที่ 15 มี.ค. มีแนวโน้มจะเคลื่อนขบวนมวลชนคนเสื้อแดงทั้งหมดไปยังสถานที่ราชการและจุดสำคัญเพื่อเร่งกดดันต่อรองกับรัฐบาล

แจ้งเหตุด่วน!

สำหรับการเตรียมรับมือและแจ้งเหตุการชุมนุมนั้น พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลว่า ได้เตรียมอุปกรณ์ แพทย์ พยาบาลไว้แล้ว ทั้งนี้จะเข้าพื้นที่ชุมนุมได้ก็ต่อเมื่อผู้ชุมนุมร้องขอ โดยถ้าผู้ชุมนุมมีเหตุที่จำเป็นต้องรับการพยาบาล เช่น พบผู้เป็นลม สามารถแจ้งได้ที่หน่วยพยาบาลหรือที่ศูนย์เอราวัณ หมายเลข 1669

นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ศิริราชงดให้บริการผู้ป่วยคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการในวันที่ 13-15 มีนาคม เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์จากการชุมนุม แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบคนไข้ในเวลาปกติที่แพทย์นัดไว้ รวมทั้งยังเปิดรับคนไข้ฉุกเฉินตลอด 24 ชม.เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยรายใดต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ที่เบอร์ 0-2419-7009, 0-2419-7193, 0-2419-8339 และ 0-2419-9148

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเพิ่มเติมบริเวณโรงพยาบาลศิริราช แม่ค้ารถเข็นขายน้ำรายหนึ่งกล่าวว่า ไม่ได้มีความวิตกกังวลกับเหตุการณ์การชุมนุมแต่อย่างใด และได้มีการโทรติดต่อให้ญาตินำของมาขายที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลเพิ่มเติม เนื่องจากคิดว่าน่าจะขายดี เพราะมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือมาประจำการที่โรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ขณะที่บุคลากรภายในโรงพยาบาล รวมทั้งนักศึกษาแพทย์ต่างก็ทยอยเดินทางกลับบ้านเร็วขึ้น ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. เนื่องจากเกรงว่าจะมีการปิดการจราจร โดยเฉพาะบริเวณรอบโรงพยาบาล

ส่วนที่ท่าเรือโรงพยาบาลศิริราช ท่าวังหลัง ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าราชนาวีสโมสร ท่าราชนาวิกสภา ท่านิเวศน์วรดิษฐ์ และท่าราชวรดิษฐ์ เป็นท่าเรือที่ถูกประกาศห้ามไม่ให้เรืออื่นใดที่ไม่ใช่เรือโดยสารประจำท่าจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือขนถ่ายสิ่งใดๆ ยกเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเรือที่จะสัญจรผ่านพื้นที่เขตวัดอรุณราชวรารามถึงบางกอกน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษต้องใช้เส้นทางชิดฝั่งพระนคร

พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 กล่าวว่า หากประชาชนผู้ใดมีเบาะแสหรือพบการกระทำความผิดที่เป็นอันตรายต่อสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองกำกับการสืบสวนปราบปราม หมายเลขโทรศัพท์ 0-2134-0300 หรือเบอร์ตรง ผกก.สืบสวนปราบปราม 08-1842-3535 ได้ทันที

สำหรับความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ได้ปลุกระดมผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอตคอมตั้งแต่ช่วงเที่ยง โดยมีแฟนคลับโพสต์ข้อความถามกรณีคนเสื้อแดงจะไปปิดล้อมโรงพยาบาลศิริราช พ.ต.ท.ทักษิณตอบกลับว่า "ไม่จริงครับ เสื้อแดงก็คนไทยที่มีความจงรักภักดีเช่นกัน ไม่ทำแน่นอน แต่ผมได้ข่าวว่ามารซีกรัฐบาลจะเอาคนปลอมเป็นเสื้อแดงมาล้อมให้เข้าใจผิด"

ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งถามว่า จริงๆ คุณต้องการให้เกิดความรุนแรงใช่หรือเปล่า พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า "ประชาชนมือเปล่า รัฐใช้ทหารปืนจริงกระสุนจริงตั้งด่านตรวจค้นทั่วประเทศ ความรุนแรงไม่เกิดจากประชาชนแน่ คราว เม.ย.รัฐก็ส่งคนป่วนมาแล้ว"

อีกรายหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยกับระบบกฎหมายในขณะนี้ที่ต่อเนื่องมาจากการรัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณจึงโพสต์ตอบว่า "ถ้าระบบถูกต้องไม่มีการแทรกแซงโดยมือที่มองไม่เห็นหรือผู้ที่สั่งศาลได้ ผมพร้อมพิสูจน์ตัวเองเสมอ แต่นี่มันเป็นระบบปิดประตูตีแมวครับ"

"แม้ว"ทวิตส่งเดช

และ "มีคนรายงานว่ามีรถบรรทุก 6 คัน ขนแดงปลอมจะไปสร้างสถานการณ์ล้อมสนามบิน ขอเรียนว่าแดงจริงไม่ทำชั่วๆ แบบนี้แน่นอน ถึงเหลืองทำไม่ติดคุก แดงก็ไม่ทำตาม", "แดงจริงๆ เขามีวินัย เขาตกลงกันแล้วว่าจะสู้อย่างสันติ ไม่มีการยึดสนามบิน ไม่ไปวุ่นวายแถวศิริราช ไม่ทำสิ่งไม่บังควร", "ตอบชัดๆ ว่าคนพวกฝั่งรัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อทำให้คนเข้าใจผิดว่าเสื้อแดงเป็นคนทำ และเพื่อยั่วยุและหาเหตุในการใช้กำลังเข้าปราบปราม"

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 12 มีนาคมว่า ตนจะเป็นผู้ประสานงานการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ โดยใช้สถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลเป็นหลัก โดยในจุดต่างๆ ในต่างจังหวัดจะเคลื่อนมาจนถึงจุดนัดหมายแล้วพักค้างคืนจนแล้วจะเริ่มเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 13 มีนาคม

ในส่วนของ กทม.นั้น จะเคลื่อนพลและสลายตัวในทันที แต่จะรวมตัวกันอีกครั้งช่วงบ่ายวันที่ 13 มีนาคม ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งเราประเมินว่าจะมีการเริ่มการสกัดกั้นอย่างผิดปกติในวันที่ 13 มีนาคมตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้คนเสื้อแดงสามารถเดินทางเข้ามายังถนนราชดำเนินได้ ซึ่งการจะมีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นปะทะหรือไม่นั้น ก็ต้องถามรัฐบาล เพราะคนเสื้อแดงแสดงเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการเดินทางมาโดยสงบเพื่อเข้ามาชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน

โฆษก นปช.ขู่ว่า หากรัฐบาลไม่รับเงื่อนไขการยุบสภา การชุมนุมก็จะเข้มข้นขึ้น โดยวันที่ 15 มี.ค. ประชาชนจะเดินตามท้องถนนในกรุงเทพฯ ทั่วไปหมด หากไม่รับอีกเราก็จะมีวิธีการเคลื่อนไหวอื่นๆ จนรัฐบาลต้องยอมรับในที่สุด และเราจะไม่ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนาน

สำหรับความเคลื่อนไหวใน 5 จุดนั้น พบว่ามีผู้ร่วมชุมนุมไม่มากนัก มีการเคลื่อนออกจากที่ตั้งในช่วงเที่ยงพร้อมๆ กัน บริเวณสวนลุมพินี กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 500 คน มีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนางดารุณี กฤตบุญญาลัย เป็นแกนนำ ทั้งนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงมาพร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์และคาดผ้าข้อความโค่นอำมาตย์ เรียกร้องให้มีการยุบสภา

ช่วงเที่ยง ได้เดินจากสวนลุมพินี ไปยังสยามพารากอน เพื่อชักชวนปราศรัยให้ประชาชนเข้าร่วมกับคนเสื้อแดง โดยมีการโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งยังมีการบีบแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านตามจุดต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงจะเดินทางกลับสวนลุมพินี เมื่อผ่านเทคโนโลยีราชมงคลอุเทนถวายซึ่งอยู่ระหว่างการสอบ ทำให้นักศึกษาไม่พอใจออกมาจับรั้วตะโกนต่อว่าเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มเสื้อแดงตะโกนด่ากลับ จนเกือบจะมีการชกต่อย แต่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ล่าถอยไปก่อน

ที่บริเวณสี่แยกบางนา มีมวลชนประมาณ 300 คน กระจายตัวกันโดยรอบ แกนนำได้มีการทำพิธีไหว้ฟ้าดินเพื่อขอให้ประสบชัยชนะ พร้อมกับเชิดสิงโต ปลุกระดมมวลชนให้ต่อสู้ มีนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นแกนนำ โดยกลุ่มนี้ได้แห่รถเข้าเส้นถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไปทาวถนนเพชรบุรี ถึงแยกคลองตัน เพื่อเข้าสู่ถนนพัฒนาการ ออกถนนศรีนครินทร์ มาถนนอุดมสุข เพื่อกลับมาที่แยกบางนาเช่นเดิม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเส้นทาง หลังจากที่จะไปสนามกีฬาบางพลี จ.สมุทรปราการ ทำให้การจราจรติดขัดเป็นแถวยาว

ทั้งนี้ เมื่อขบวนคนเสื้อแดงผ่านบริเวณซอยสุขุมวิท 16 มีประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อออกมาตะโกนด่ากลุ่มเสื้อแดงว่า "พวกก่อความไม่สงบ" ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจจอดรถลงไปตอบโต้กลับ จนกระทั่งมีปากเสียงกัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถห้ามปรามไว้ได้ แต่ก็มีประชาชนบางส่วนให้กำลังใจ

อีกจุดคือบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือวงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นจุดนัดรวมพลของคนเสื้อแดงในฝั่งธนบุรี กลุ่มนี้รวมตัวกันได้ประมาณ 700 คน มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เป็นคนคุมพื้นที่

หน้าแหกชิลๆ

หลังปราศรัยมีการทำพิธีสวดโองการแช่งน้ำ สาปแช่งระบอบอำมาตย์ และร่วมกันสวดมนต์เพื่อขอให้การออกมาเคลื่อนไหวของเสื้อแดงครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมน้อยกว่าที่คิด จึงสลายตัวไปในเวลาอันรวดเร็วภายในเวลา 13.30 น.

สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงบริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดน แยกถนนมิตรไมตรี มีมวลชนเข้าร่วมมากสุดคือ 3,000 คน นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำคนเสื้อแดง ได้ทำพิธีบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมให้ผู้ชุมนุมถือธูปคนละดอกเพื่อทำพิธีสาปแช่งรัฐบาล แล้วเคลื่อนขบวนซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถแท็กซี่ รถตุ๊กๆ

โดยเคลื่อนผ่านแยกสามเหลี่ยมดินแดง ตัดเข้าถนนราชวิถี ก่อนมุ่งหน้าเดินวนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ในเวลา 13.00 น. ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเป็นระยะ พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ออกมาให้ความสนใจพร้อมกับนำตีนตบขึ้นมาทักทาย ขณะที่พนักงานเอกชนที่ทำงานบริษัทต่างๆ บางส่วนได้เบือนหน้าหนีการชุมนุม

ส่วนที่บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรือแยกหลักสี่ มีเสื้อแดงชุมนุมประมาณกว่าพันคน จุดนี้มีนายวีระ มุสิกพงศ์ และ นพ.เหวง โตจิราการ เป็นแกนนำ มีการเผาโลงศพอำมาตย์ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศอ.รส. ทำให้การจราจรบนถนนพหลโยธินติดขัดอย่างหนัก

โดยในช่วงเวลาดังกล่าวนี้มีสภาพอากาศร้อนและแดดแรงมาก ประกอบกับการปราศรัยบนเวทียังไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก ผู้ชุมนุมบางส่วนจึงเริ่มทยอยกลับ ทำให้ผู้ชุมนุมเริ่มบางตาอย่างเห็นได้ชัด นพ.เหวงเห็นท่าไม่ดีจึงชิงประกาศชัยชนะและสั่งยุติการชุมนุมทันที

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การชุมนุมทั้ง 5 จุดของกลุ่มคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ วงเวียนหลักสี่ มีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน, วงเวียนใหญ่ 2,000 คน, สามเหลี่ยมดินแดง 600 คน, สวนลุมพินี 1,000 คน, แยกบางนา 400 คน รวมผู้ชุมนุมทั้ง 5 จุดประมาณ 6,000 คน

นพ.เหวงให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่นายกอร์ปศักดิ์โทร.มาหา แต่เสียใจเมื่อนายกอร์ปศักดิ์บอกว่าไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติปัญหาได้ แค่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เดิมก็ไม่คิดว่าจะเจรจากับรัฐบาลนี้ได้ แต่เมื่อนายวีระ มุสิกพงศ์ ได้รับปากนายโคทม อารียา เอาไว้ ก็เห็นว่าจะมีการเจรจาได้โดย นปช.พร้อมจะเจรจาทุกเวที ทุกสถานที่จะออกโทรทัศน์ก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่คนที่เป็นตัวแทนรัฐบาลต้องเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งตนจะเป็นตัวแทน นปช.ไปถามว่าทำไมถึงไม่ยุบสภาทั้งที่เป็นกลไกประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมในวันที่ 13 มี.ค.จะเริ่มต้นในช่วงบ่าย โดยแกนนำได้นัดคนเสื้อแดงไปรวมตัวกันที่ถนนราชดำเนิน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง แถลงสรุปผลการทำพิธีประกาศเคลื่อนพลคนเสื้อแดงเป็นแบบขบวนรณรงค์เล็กๆ ชิลๆ แบบมินิ แล้วก็สลายตัวเพื่อเก็บแรงไว้สู้ศึกใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม เพราะไม่จำเป็นจะต้องไปตากแดด 2 วันให้เปลืองแรง

เขายังอ้างว่า มีกลุ่มแดงเทียมได้ขึ้นรถบัส 50 คันไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลศิริราช และพระราชวังสวนจิตรลดา จึงอยากบอกไปยังนายอภิสิทธิ์ให้ดำเนินการกับคนกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการก็จะเข้าข่ายสมคบคิดกับคนกลุ่มนี้.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์