Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ สมัชชาเพื่อการปฏิรูป ได้เวลาลงมือปฏิบัติ


ม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่า  วันนี้..เวทีปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสุขภาวะของคนไทย โดยเครือข่ายสถาบันทางปัญญา  ซึ่งทำงานกันอย่างเงียบๆ  ค่อยเป็นค่อยไป เพราะมุ่งเน้นความยั่งยืนของเป้าหมาย  และดำเนินการในรูปแบบ ขอแรง  หรือ  เป็น จิตอาสา ที่เป็นอิสระไม่มีใครเป็นหัวหน้า  ไม่มีใครเป็นลูกน้อง  แต่ใช้การระดมสมอง ประมวลความคิดเห็นของทุกคนที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้าน  และมีความเป็นห่วงต่ออนาคตของประเทศไทยนั้น...  มาถึงกาลปัจจุบัน กลับกลายเป็นเวทีที่ฮอตฮิตอินเทรนด์ไปเสียแล้ว   

          มิใช่เพียงจำนวนผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้งเท่านั้น  ที่สะท้อนถึงความสำคัญของเวทีนี้          ประเด็นของการประชุมอันเกิดจากวิสัยทัศน์ของเวทีนี้นี่แหละ   ที่ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้  ว่า  สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งประกาศแผนการปรองดองแห่งชาติไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง

จะเป็นความบังเอิญ  หรือเป็นการลอกการบ้านหรือเปล่าก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ   เพราะหัวใจของเรื่องคือ ประเทศไทยได้เวลาต้องเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะไม่มีโอกาส

จุดเริ่มต้นของเวทีปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสุขภาวะคนไทยนี้ คือ แนวคิดให้ทุกฝ่ายลงมือปฏิรูปจากจุดเล็กๆในครอบครัว  ในชุมชน ในองค์กร ในหมู่บ้าน ในตำบล ขยายสู่ระดับจังหวัด ภูมิภาค  และจะเป็นจิ๊กซอว์ต่อรูปต่อร่างเป็นระดับชาติในที่สุด คิดและทำคนละไม้คนละมือ ทำในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมที่ตัวเองอาศัยอยู่ โดยไม่ต้องคาดหวัง  หรือรอคอยให้อำนาจรัฐ  หรือใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ             

                วิสัยทัศน์หรือการมองข้ามช็อตจากวิกฤตประเทศไทยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนที่เป็นห่วงอนาคตของชาติ ตระหนักรู้และเข้าใจตรงกันว่า  ปฏิรูปการเมือง เพียงอย่างเดียวไม่อาจนำพาประเทศไทยสู่ทางรอด ตราบเท่าที่องคาพยพด้านอื่นๆ อย่าง  การศึกษา  เศรษฐกิจ  สังคม  คุณภาพชีวิต  สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรมนุษย์ ไม่ได้ขับเคลื่อนปฏิรูปพร้อมกันไปด้วย

                ปฏิรูปการเมืองจากบนสู่ล่าง  หรือจากส่วนกลางลงไปในระดับท้องถิ่น กระทำได้แค่เป็นแผ่นกระดาษ ทำให้เกิดภาพทะเลาะกันไม่รู้จบ เพราะนักการเมืองยังคงเห็นแก่ตัวและไม่มีจิตสำนึก

                การแสดงเจตนาของรัฐบาลในปัจจุบันที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยภายใต้แผนการปรองดองแห่งชาติจึงเป็นเรื่องดี  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสมัชชา  คณะกรรมการหรือองค์กรใดๆก็ตาม เพราะสำคัญที่การปฏิบัติและความต่อเนื่อง

                ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการปฏิรูป หากรัฐบาลจริงใจ อย่างน้อย โรดแม็ป          จากวิสัยทัศน์ในเวทีปฏิรูปประเทศไทยฯ ก็เดินหน้าเป็นระบบให้รัฐยื่นมือเข้ามาสานต่อและผลักดันได้โดยทันที เพราะเวทีนี้ตั้งเข็มทิศไว้ว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด และคนไทยมีสุขภาวะ  

ความสุขที่พึงปรารถนานั้นก็มีการกำหนดลักษณะไว้  5 ประการ คือ  1) ประเทศแห่งความพอเพียง  โดยการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ โดยสัมมาชีพนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุข 2) ประเทศแห่งความดี  เช่น มีน้ำใจ มีความปลอดภัย มีความยุติธรรม  มีสันติภาพ  และมีธรรมาภิบาล เป็นต้น 3) ประเทศแห่งความงาม  ศิลปะ  วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม 4) ประเทศแห่งปัญญา  สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤติ เนื่องจากเป็นสังคมแห่งอำนาจนิยม  เป็นสังคมการเรียนรู้น้อย  ดังนั้นสังคมไทยจำเป็นต้องปรับจากสังคมแห่งอำนาจนิยมไปสู่สังคมแห่งปัญญานิยม ซึ่งปัญญานิยมนี้ควรเป็นวิสัยทัศน์ใหญ่ของประเทศไทย และ5) ประเทศแห่งสุขภาวะ  ทั้งทางกาย  จิต  สังคม และปัญญา 

ทั้งหมดนี้ เป็นเบญจคุณ  ได้แก่ พอเพียง ดีงาม ปัญญา และความสุข

                ไม่แตกต่างกันในหลักการเลยใช่ไหมครับ สำหรับสมัชชาเพื่อการปฏิรูปที่รัฐบาลกำลังฟอร์มทีม หรือรวบรวมคนเข้าไปทำการขับเคลื่อนการปฏิรูปตามแผนการปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อของนายกฯอภิสิทธิ์ให้เป็นจริง ส่วนรายละเอียดจะเดินตามยุทธศาสตร์ 10 หัวข้อที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส  ได้ตั้งตุ๊กตาไว้หรือไม่อย่างไรนั้น  คงไม่มีใครห้าม ขอเพียงแต่ต้องมีจิตสำนึกบนเนื้อแท้แห่งความจริงใจว่า

                ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง!

                เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี  ใครจะมาเป็นผู้ปกครอง เป็นประเด็นที่ต้องไม่เอามาเป็นเงื่อนไข  เหมือนอย่างเวทีปฏิรูปประเทศไทยฯซึ่งประชุมมาเป็นเวลาปีเศษแล้ว ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เป็นเจ้าภาพก็ไม่เคยเอามาอวดอ้างว่าเป็นผลงานขององค์กรตนเอง หรืออาจารย์หมอประเวศ ก็ไม่คิดที่จะรวบรัดตัดตอนว่า ฝีมือของผมครับ

                หากทุกฝ่ายสามารถละ วาง ความคิด หรือการคำนวณเป็นตัวเลขผลประโยชน์ว่า  ปฏิรูปแล้วฉันได้อะไรบ้าง ฉันจะเสียอะไรหรือเปล่า   ปัญหาที่เราพบทุกวันนี้หรือเห็นนักการเมืองตีกันแล้วใช้ประชาชนเป็นเหยื่อคงไม่เกิดแน่นอน

                ผมค่อนข้างแน่ใจว่า ด้วยประสบการณ์ของผู้ที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนสมัชชาการปฏิรูปประเทศไทย  คงรู้อยู่แล้วว่า  การปฏิรูปจะให้เป็นจริงต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปฏิรูปแต่ปาก      

                ถ้าไม่รู้จริงๆข้อเสนอแนะของอาจารย์บุญเลิศ มาแสง นักวิชาการด้านการศึกษาในเวทีปฏิรูปประเทศไทยฯ น่าสนใจนำไปศึกษาคิดต่อนะครับ เพราะท่านบอกว่า การปฏิรูปนั้นไม่ควรลืมองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นคือ ประการแรก ต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมโลก ประการที่สองต้องใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศและประการสำคัญ ต้องมีประชาชนที่มีความรู้ในการขับเคลื่อนกลไกทั้ง 2 ประการข้างต้น

                นั่นก็คือ การศึกษาของคนในประเทศต้องตอบโจทย์การปฏิรูปให้ได้

                ผมว่า  การปฏิรูปการศึกษาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยการเรียนฟรี 12 ปี  ด้วยการเปิดช่องติวเตอร์ชาแนลให้เด็กๆเอาไปแข่งขันสอบเอาชนะกันและกันนั้น  คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องของการปฏิรูปแน่นอน  หากเราอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง

                ฉะนั้น  สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย  ได้เวลาลงมือเมื่อไหร่  ผมคนหนึ่งล่ะจะตามไปดู ทั้งด้วยความหวัง การให้กำลังใจ และตรวจสอบตามหน้าที่...ขอรับกระผม

 

                                                                                                นายใฝ่ฝัน   ปฏิรูป



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์