Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

โวยทำไม ก็...ชอบประชาธิปไตยนี่?


  อืมมมม...ท่านไปเที่ยวกันที่ไหนบ้างก็ไม่รู้นะ น่าอิจฉาจังเลย ปล่อยให้ผมตาปริบๆ "เฝ้าโยง" กรุงเทพฯ แห้งเหี่ยวหัวโต จะเจอกันพร้อมหน้าอีกที ก็..โน่น..จันทร์ที่ ๑๖ สิงหา "หวยออก" พอดี หวยออกน่ะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ระหว่างวันที่ ๑๘-๑๙-๒๐ สิงหานี่ซี ต้องจับตาดูกันหน่อย  อาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะวันนั้นจะมีการประชุมสภาในวาระว่าด้วย "งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๔"
 รัฐบาลเสียงดี-เสียงครบ ก็อยู่ต่อได้ แต่ถ้าเสียงไม่ดีอย่างเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหา ส.ส.ทั้งสภามี ๔๗๔  คน มาประชุมกันแค่ ๒๑๖ คน ท่านประธานชัยเลยขมีขมันสั่ง "ปิดประชุม" เพราะมาสุมหัวกันไม่ครบ ถ้าเสียงรัฐบาลยังเป็นแบบนี้ก็...จบบริบูรณ์!
 จบบริบูรณ์หมายความว่าอย่างไร?
 ก็หมายความว่ารัฐบาลมี ๒ ทางเลือกที่ "ต้องทำ" เท่านั้น คือ ยุบสภา หรือลาออก ถ้ารัฐบาลลาออก ก็ให้สภาหาตัวนายกฯ มาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ถ้ายุบสภา ก็ไม่ยาก...แค่เลือกตั้งใหม่ กระจายสภาพคล่องสู่ท้องถิ่นเท่านั้นเอง
 อย่าทำเป็นเล่นนะครับ โบราณท่านว่า "เรือล่มเมื่อจอด-ตาบอดเมื่อแก่" อาการอย่างนี้อาจเกิดกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้อย่างไม่คิด-ไม่ฝัน ผมพูดอย่างนี้ เกือบทุกคนคงจ้องเขม็งไปที่ "พรรคภูมิใจไทย" ว่าเป็นตัวแปรสำคัญ จะอยู่ หรือจะไป ก็ขึ้นกับ "จำนวนมือ" พี่ท่าน ที่จะยกหรือไม่ยก
 เข้าใจกันว่า เคืองเรื่องรถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน เมื่อกูไม่ได้อ้ำ ใครก็อย่าได้อ้ำกันเลย ว่าแล้วก็  "คว่ำ" กระถางน้ำข้าวมันซะ!
 ขอให้ผมแก้ตัวแทนภูมิใจไทยหน่อยเถอะ อย่าไปเพ่งเล็งเขาหมดทุกเรื่องเลยครับ ป่านนี้เนวินคงบ่นพึมทำนองว่า "อะไรๆ ก็มาลงที่กู" เพราะถ้าดูตามอัตราส่วนของเสียงที่ขาดประชุมเมื่อวันพุธแต่ละพรรคร่วม เราจะเห็นว่า ภูมิใจไทยเขามี ส.ส. ๓๒ คน มาประชุม ๒๒ ขาดไปแค่ ๙ เท่านั้นเอง
 ตัวเลขที่น่าสนใจ ดูที่พรรคชาติไทยพัฒนา มี ส.ส. ๒๕ คน มาประชุมแค่ ๑๓ หายไปตั้ง ๑๒ เรียกว่า ๕๐ : ๕๐ เลยทีเดียว!
 และโดยเฉพาะพรรค "เพื่อแผ่นดิน" พรรคนี้แหละ อร่อยยิ่งกว่าจับฉ่ายไหหลำซะอีก อย่าว่าแต่คนนอกเลยครับ ต่อให้คนในพรรคเองก็ยังไม่รู้ว่าใครพวกมึง-พวกกู, พวกเอ็ง-พวกข้า เรียกว่าประมาณการเอาแน่นอนในจำนวนเสียง "โหวตให้-ไม่โหวตให้" ไม่ได้
 จะรู้ว่าใคร-เป็นใคร ก็ต่อเมื่อเสียบบัตรแล้ว ประธานอ่านจำนวนแล้วนั่นแหละ!
 เมื่อวันพุธ จากจำนวนเต็ม ส.ส.เพื่อแผ่นดิน ๓๒ คน มากันแค่ ๑๐ คน หลบไปเจริญมรณานุสติกันอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบตั้ง ๒๒ คน แล้วประชาธิปัตย์ "พรรคแกนนำ" อันเสมือน "แม่ปู" เอง มี ส.ส.ทั้งหมดตั้ง ๑๗๑ คน แต่ยุรยาตรมากันแค่ ๑๕๖ คน ถูกคาบไปกินตั้ง ๑๕ คน แล้วอย่างนี้ใครจะไปโทษใครกันได้?
 เสียงรัฐบาล ๗ พรรค จำนวนเต็มมีตั้ง ๒๗๗ เสียง ขอกึ่งหนึ่งแค่ ๒๓๗ เสียง ไม่ต้องไปคิดพึ่งเสียงเพื่อไทย-ฝ่ายค้านเขาหรอก ยังมากันไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะไปวางใจได้อย่างไรกับตอนโหวต พ.ร.บ.งบประมาณวาระ ๒-๓ ในสัปดาห์หน้า?
 ส่วนที่ "แกล้ง" หวังให้รัฐบาลล่ม มันก็มีอยู่ แต่ไม่ใช่จากเหตุรถเมล์ NGV คว่ำ ผมดูแล้ว ผลสืบเนื่องจากการปรับ ครม.ที่คนบางก๊ก-บางแก๊งถูกปรับออกนั่นแหละจะเป็น "เสียงแปร" ที่สำคัญ ผสมกับพวก "สันดาน" เอาเงิน-เอาตำแหน่ง ไปแสวงหา แต่ไม่เอาหน้าที่ บวกกับอีกส่วนตามแง่กฎหมายที่ว่า "รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์โหวต"
 ยิ่งทำให้หวาดเสียวหนักขึ้นว่า ถึงแม้ผ่านวาระ ๒-๓ ไปได้ด้วยเสียงข้างมาก แต่คงต้อง "รากแตก" ที่ด่านวุฒิสภา!
 ก็รู้อยู่มิใช่หรือ วุฒิสภาชุดนี้กับรัฐบาลร่วมวงมโหรีกันได้ที่ไหน สมมุติว่าวุฒิสภาไม่ผ่านให้ ส่งกลับมาสภาล่าง อีตานี้ก็ต้องอาศัยเสียง "เกินกึ่งหนึ่ง" ของสภา ถ้าไม่ถึงกึ่ง รัฐบาลหงายผลึ่งทันที!
 แล้วถ้าเจอเบี้ยวบ้าง ติดธุระบ้าง ขี้เกียจประชุมโดยสันดานบ้าง งอนบ้าง เกี่ยงราคาบ้าง
 "กึ่งหนึ่ง" มันจะถึงมั้ยเนี่ย?
 นี่...สัปปายะสภาสถาน ก็วางศิลาฤกษ์ไปแล้วเมื่อวานที่เกียกกาย ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๖ บรรดาท่านผู้ทรงเกียรติ (แต่หลังยาว) ทั้งหลาย ก็จะได้ฤกษ์ตะเกียก-ตะกายเลื้อยสู่ "สถานที่แห่งใหม่" กันแล้ว  แต่จิตสำนึกคนจะคู่ควรกับราคาค่าอิฐ ค่าปูนก่อสร้างหรือไม่?
 ผ่าน ๒๕๕๕ ไปแล้ว หวังว่าด้วยโฉมหน้าไทยสู่ศตวรรษใหม่ "ความจัญไร" น่าจะคลายตัว!?
 ระบบรัฐสภานั้น พวกยุโรปเขานิมิตตามพื้นฐานจิตสันดานและการศึกษาของพวกเขา แต่พวกคนป่า เห่อ-อยากเอาของเขามาใช้มั่ง แทนที่จะปรับพื้นฐานให้มั่นคงแข็งแรงก่อน กลับรวบรัดเอามาใช้ หรือพูดให้ตรงตัว เอามาใช้แบบ "จิตทาส" คือไปอยู่ในระบบเขา เรียนทฤษฎีเขา เห็นเขา
 ก็อยากเอามั่ง เท่านั้นเอง!
 ทุกวันนี้มันก็เลยมีสภาพอย่างนี้ รัฐสภาเป็นสถานที่สิงสู่ "พวกเกษียณ" แต่ยังกระสันเสพอำนาจส่วนหนึ่ง พวกหนังหนา-หน้าด้าน อาศัยคราบสภาเป็นสถานที่หากินส่วนหนึ่ง และอีกส่วน พวกที่มีจิตด้วยปณิธาน เสียสละ-อาสา หวังเข้ามาทำหน้าที่ผ่านระบบรัฐสภาอีกส่วนหนึ่ง
 ไปถาม ส.ส.-ส.ว.แต่ละคนซีว่า หน้าที่ของท่านคืออะไร จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เข้ามาเป็นปากเสียงแทนประชาชน เข้ามาดูแลทุกข์-สุข ช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ดี กินดี กระทั่งที่สภาล่มเมื่อวันพุธ   พวกระดับแกนนำพรรคยังออกมาแก้ต่างให้ว่า...
 ส.ส.ไปพบปะพ่อแม่-พี่น้องในพื้นที่!
 กระทั่งรายการวิทยุรัฐสภาเอง ผมยังเคยได้ยินโฆษกเขายังปาวๆ ว่า ส.ส.มีหน้าที่ดูแลทุกข์-สุขประชาชน!?
 เนี่ย...เปลี่ยนการปกครอง เอาประชาธิปไตยมาใช้เกือบร้อยปี แต่ระบบ รัฐ-ส.ส.-ส.ว. นอกจากไม่เคยทำให้คนไทยเข้าใจ และใช้ประชาธิปไตยอย่างถูกต้องตามปรัชญาและเจตนารมณ์แล้ว ตรงกันข้าม ยังตะบี้-ตะบัน ทำให้ชาวบ้านเข้าใจกลไกประชาธิปไตย หลงทิศ-ผิดทาง จับหางแล้วมาชูเป็นหัว
 แล้วอย่างนี้จะหวังใช้ระบอบประชาธิปไตยผ่านระบบรัฐสภาแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าได้ตามสมควรแก่เหตุได้อย่างไร คนไทยส่วนใหญ่รู้จักประชาธิปไตยอยู่อย่างเดียวคือ มีการเลือกตั้ง-เป็นประชาธิปไตย, ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง-ไม่เป็นประชาธิปไตย อ้อ...อีกอย่าง ถ้าทักษิณไม่ได้กลับมาเป็นนายกฯ...ไม่เป็นประชาธิปไตย!?
 เอ้า...ไหนๆ ก็ไหนๆ เรามาเรียนประชาธิปไตยชั้นประถม ว่าด้วยเรื่อง "หน้าที่ของ ส.ส.-ส.ว. อันเป็นหน่วยหนึ่งในสถาบันนิติบัญญัติกันอีกทีก็ได้ เผลอๆ ส.ส.-ส.ว.เองนั่นก็เถอะ หารู้หน้าที่ของตัวเองไม่  จึงชอบ "ทิ้งหน้าที่" ไปทำในสิ่ง "มิใช่หน้าที่" ชนิดไม่มีกาละ-เทศะ
 หน้าที่ของ ส.ส.
 - ออกกฎหมาย
 - พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
 - ควบคุม และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เช่น การเป็นกรรมาธิการด้านต่างๆ การตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจ การยื่นญัตติ
 - การรับฟังปัญหาของประชาชนเสนอให้รัฐบาลแก้ไข
 - คัดเลือกนายกรัฐมนตรี
 หน้าที่ของ ส.ว.
 - กลั่นกรองกฎหมาย
 - ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการเป็นกรรมาธิการด้านต่างๆ การตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง โดยไม่มีการลงมติ
 - เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบ และถอดถอนบุคคลในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ  ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น
 - พิจารณาและมีมติให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูงออกจากตำแหน่ง ถ้ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดหน้าที่ในการยุติธรรม หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย
 เอาล่ะ...เมื่อพอเข้าใจกันแล้ว ถ้าใครถามผมว่า "ศรัทธาประชาธิปไตยมั้ย" ตอบว่า "ศรัทธา" แต่ถ้าถามว่า "ศรัทธาประชาธิปไตยไทยมั้ย" ตอบได้เหมือนกันว่า "ไม่ศรัทธา" เพราะผมยึดหลักว่า การจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็น ไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่อยู่ที่ "พื้นฐานประชาชน" เป็นหลัก 
 ในเมื่อประชาธิปไตย เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน แล้วพื้นฐานประชาชนคนไทยวันนี้เป็นอย่างไรล่ะ? ฉะนั้น อย่าโวยวาย เอะอะก็โทษแต่นักการเมืองตะบันไป  ในเมื่อประชาธิปไตยเป็นของตัวเองแท้ๆ แต่ "ใช้ไม่เป็น" ก็ยังตะบันใช้
 แล้วจะโทษใครเขาเล่า?
 

  



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์