บทบรรณาธิการ

Tuesday, 14 May, 2013 - 00:00

รัฐบาลขยะ!

  เกิดปฎิกิริยาทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการกล่าวปาฐกถา ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่อูลานบาตอร์ มองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะปาฐกถาดังกล่าว เป็นหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนา สะท้อนพฤติกรรมที่ตรงกันข้ามที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการกระทำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะการพูดถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม และการมีเสรีภาพ ตามครรลองของประเทศประชาธิปไตย
    เธอระบุว่า ความมีประชาธิปไตยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมือง เกิดสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการลงทุน นำมาสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ ที่สำคัญดิฉันเชื่อว่า เสรีภาพทางการเมืองเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้วยการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและนำมาซึ่งการลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนจน-คนรวย
    นี่คือเหตุผลว่า ทำไมจึงเป็นความสำคัญที่จะต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาชนในระดับรากหญ้า เราจะต้องเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาสร้างโอกาสด้วยความรู้ และปลูกฝังวัฒนธรรมทางประชาธิปไตยในวิถีชีวิตของประชาชน
    ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล มีกลุ่มประชาชนรากหญ้า รอคอยให้รัฐบาลพิสูจน์คำกล่าวอ้างสวยหรูเรื่องประชาธิปไตยที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ให้เสรีภาพทางการเมืองแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อเปิดโอกาสและนำมาซึ่งการลดช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวย
    โดยกลุ่มชาวบ้านที่เรียกว่า ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ กลุ่มพีมูฟ อันประกอบด้วยเครือข่ายสลัม 4 ภาค, สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.), สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล (สคจ.), เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.), เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.), สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.), เครือข่ายเกษตรพันธสัญญา, เครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีว
มวล
    กำลังรอคอยรัฐบาลประชาธิปไตยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน คนจน รากหญ้า อยู่หน้าประตูทำเนียบรัฐบาล โดยชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา การดำเนินการของรัฐบาล มีเพียงการมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการแก้ไขปัญหา
    น่าเศร้าที่ รัฐบาลที่หายใจเข้าออกเป็นประชาธิปไตย กดดันผู้ชุมนุมชาวบ้านที่ส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา โดยการละเมิดสิทธิ์เคลื่อนรถสุขาออกจากที่ชุมนุม และข่มขู่จะตัดน้ำกินน้ำใช้ เพื่อให้ขบวนพีมูฟย้ายออกจากบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลไปยังริมคลองข้างกระทรวงศึกษาธิการ  ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า เจรจากับพีมูฟได้สำเร็จและผู้ชุมนุมได้เลิกการชุมนุมกลับภูมิลำเนา
    13 นายก 16 รัฐบาล เรารอมานานแล้วเพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา เป็นถ้อยคำของแม่สมปอง เวียงจันทร์ ชาวบ้านที่ต่อสู้เรียกร้อง แก้ไขปัญหาเรื่องเขื่อนปากมูล มากว่า 20 ปี แต่ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไข และตกอยู่ในวังวนไร้ทางออกในรูปแบบคณะกรรมการ หรือ อนุกรรมการสารพัดชุด อาจกล่าวได้ว่า กระบวนการเคลื่อนไหวของชาวบ้านคงมีจำนวนรายชื่อคณะกรรมการฯ เป็นพันๆ ชุด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าปัญหาได้รับการแก้ไข แต่กลายเป็นยิ่งติดหล่มอยู่ในระบบราชการที่ยืดยาด ชาวบ้านถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนักการเมือง ทุกรัฐบาล ทุกสมัย
    การมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง และให้ความสำคัญกับความเห็นต่าง เพื่อนำสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด ล้วนเป็นถ้อยคำกล่าวอ้างของนักค้าประชาธิปไตยสายพันธุ์นักการเมือง ยิ่งในยุคประชาธิปไตย 3 เวลา สมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 
     และคำพูดของนักการเมือง มักสวนทางการกระทำ เห็นได้จากพฤติกรรมของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่กำลังเตรียมการจัดการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ขัดขวางสวนทางกับแนวทางประชาธิปไตยอย่างชัดเจน เพราะหากมีการเคลื่อนไหวชุมนุม คัดค้าน เพื่อแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง 
    นายปลอดประสพ หนึ่งในคณะรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ จะนำกำลังตำรวจมาดำเนินการจับกุมผู้เคลื่อนไหวทั้งหมดเข้าคุกทันที โดยไม่มีการพูดคุยหรือเจรจาใดๆ หรือตามที่นายปลอดประสพ ระบุคือ ไม่ควรปล่อยให้พวกขยะเหล่านี้มาเกะกะ แถมเหลิงอำนาจสั่งตำรวจประกบกลุ่มนักเคลื่อนไหวในพื้นที่  
     ประชาชนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ชาวบ้านคนจนที่ชุมนุมด้วยความสงบเพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาจากผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล ถูกละเมิดสิทธิ์ จากเล่ห์อุบายทางการเมือง หรือกลุ่มภาคประชาชนที่เห็นต่างกับนโยบายไม่ชอบมาพากล และลุกขึ้นใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบอำนาจของรัฐบาลตามวิถีแห่งประชาธิปไตย กลายเป็น 'ขยะ' ในสายตาของนักการเมืองรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เช่นนี้ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะกวาดรัฐบาลขยะทิ้งเสียที !