หมู่นี้ฝนตกทุกวัน ช่วงวันเฉลิมฯ นึกว่าจะได้ออกไปเที่ยวงานดูการละเล่นแถวๆ ท้องสนามหลวง-ถนนราชดำเนินกะเขาบ้าง ก็ไม่ได้ไป เพราะเช้าพรำ บ่ายพรำ เย็นพรำ ตกค่ำบางทีซัดหนักเลย ต้นปีบ่นกันว่าแล้ง น้ำแห้งเขื่อน ไร่-นาแตกระแหง ทำท่าว่าข้าวปีนี้จะแพง แต่มาถึงตอนนี้ เปลี่ยนท่าจากเอลนีโญ-น้ำแล้ง พลิกเป็นลานีญา-น้ำมาท่วมเมืองซะดื้อๆ งั้นแหละ แต่อะไรก็ช่างเถอะ ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่มันจะเกิดจาก "ความไม่พอดี" เมื่อ ๒ สิ่งนี้มาบรรจบกันนั่นแหละ
ที่ว่า "ไม่พอดี" ก็เพราะ บทจะแห้ง ก็แล้งจนน้ำแห้งจมูกควาย เพาะปลูกอะไรไม่ได้ ส่วนบทจะเปียก ก็มาซะมิดหลังคา ที่ปลูกไว้บ้างก็จมน้ำตาย ที่จะปลูกใหม่ก็มองไม่เห็นดิน ชาวไร่-ชาวนาไทยวันนี้ ตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ไม่รู้จะโทษใคร เรื่องของฟ้าของฝน...คนไม่เกี่ยว!
ได้ข่าวว่าหลายจังหวัดทางเหนือ ไม่ว่าเชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ ในตัวเมือง น้ำมากเกิน แต่ตามท้องทุ่ง-ท้องนา น้ำหมุนเวียนมาทำให้พอปักกล้า หว่าน ดำ ได้ ต้นไม้-ต้นไร่ ระบัดใบขึ้นมาบ้าง
ส่วนกรุงเทพฯ ซิ แหม...เดี๋ยวแฉ่...เดี๋ยวแฉ่...ผมซักผ้าตากไว้ ๓ วัน ๒ คืนแล้วยังไม่หมาดเลย วันๆ ไม่เป็นอันทำอะไร ได้แต่แหงนหน้าหาแแดด พอแดดมาก็ยกราวผ้าออกนอกชาน อ้าว...มืดมาอีกแล้ว ก็ยึกยักวัดใจกันว่า...ตก-ไม่ตกหว่า...เพราะขี้เกียจเล่นทศกรีฑา ยกราวผ้านั่นแหละ
ก็ยกหาแดด ยกหนีฝนอยู่อย่างนี้วันละ ๓ รอบ ๔ รอบ ลงท้ายก็ไม่แห้ง นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า กรุงเทพฯ มีนะดียังไง เรียกฟ้า-เรียกฝนได้ ก็ดูซี ในขณะที่ต่างจังหวัดร้องหา ฝนจ๊ะ...ฝนจ๋า ฝนมาตกให้ทำไร่-ทำนาเถิดนะจ๊ะ ฝนกลับไม่ตก แต่คนในกรุงเทพฯ ร้องว่า เจ้าคะ... เจ้าขา...ลูกยังคาถนนอยู่เลยเจ้าค่ะ
แต่กลับซู่วันละ ๓ เวลา จนลูกเล็กเด็กแดงไอค้อกไอแค้ก ไอกระด๊อกกระแด๊ก ลูกกระเดือกเด้งตกกะไดไปตามๆ กัน แล้วนี่...ฟังจากกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า กรุงเทพฯ ฝนจะมาสมนาคุณอีกเป็นพิเศษ!
นี่พูดถึงน้ำตามเทศกาลฟ้า ยังไม่พูดถึงน้ำตามเทศกาลเขื่อนของจีน คิดว่าทุกท่านคงได้ดูจากข่าวคราวกันแล้ว ปีนี้จีนเจอภัยน้ำท่วมหนักหนาสาหัส ทั้งเจ็บ ทั้งตาย ทั้งหาย ทั้งพังพินาศทางทรัพย์สิน ก็...เล่นกะใครไม่เล่น เล่นไปสร้างเขื่อน "เย้ยฟ้า-ท้าดิน" อย่างเขื่อน ๓ ผา นั่นไง
ผลน่ะเรอะ...ที่เห็นปีนี้แค่เตือน ปีต่อไปสั่งสอน แต่ถ้ายังไม่แก้ไขยอมอยู่ใต้อาณัติฟ้าดิน ตานี้แหละ จะเห็นบทลงโทษ สำหรับจีนที่คนมากกว่าพันล้าน ปริมาณจากคนที่ได้รับโทษทัณฑ์แค่ ๐.๑% มันก็สะท้านโลกแล้ว
ฉะนั้น จังหวัดที่อยู่ริมโขง ผมล่ะหวั่นใจแทน จีนปิดเขื่อนกักน้ำตอนหน้าแล้ง เราก็แห้งขอดโขง แล้วตอนนี้ น้ำล้นเมืองจีน มีประตูเขื่อนกี่บานต้องรีบระบาย แล้วตลิ่งโขงจะเป็นคันน้ำได้ซักเท่าไหร่ ซัก กันยา-ตุลา-พฤศจิกา ก็กลัวว่าเรือสินค้าจะขึ้นไปคาอยู่บนยอดไม้
เอาเป็นว่า ปีนี้ฝนนั้นมา แต่มาล่า ล่าแล้วมาแรงถึงขั้นท่วม นี่ขนาดยังไม่ถึงหน้ามรสุมนะ ก็อย่าเพิ่งดีใจหรือเสียใจว่าน้ำแล้ง-น้ำหลาก เท่าที่ผมฟังจากผู้ชำนาญการด้านฟ้า-ด้านฝนเขาบอกว่า ฝนจะมาเพียงช่วงนี้เท่านั้น
ตกตุลาก็จะแล้งลักษณะเอลนีโญก่อนกำหนด ข้าวปลาอาหารที่เห็นยอดเขียวๆ จะเหี่ยวเฉาเหงาฟุบ สรุปคือ ฝนจะทิ้งช่วง ในปีเดียวจะเกิดทั้งภาวะแล้ง และภาวะล้น!
ประเด็นก็คือ ในความไม่แน่-ไม่นอนของดินฟ้าอากาศ มันตรงช่วงรอยต่อเทศกาลแต่งตั้ง-โยกย้ายประจำปีพอดี โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ไล่ลงมาตั้งแต่นายอำเภอ ผู้ว่าฯ อธิบดี ยันปลัดกระทรวง ใครก็ไม่เป็นอันทำอะไร หมกมุ่นอยู่แต่การแต่งตั้ง-โยกย้าย ไม่ของตัวเอง ก็ของเจ้านายที่เป็นกิ่งไม้ให้เกาะ
การ "เตรียมตัว-เตรียมการ" จากฝ่ายปกครองที่จะรับมือจากภัยน้ำท่วม-น้ำแล้ง เห็นทีจะยังไม่มีใครอินังขังขอบซักเท่าไหร่ ตรงนี้แหละที่อยากฝากกับท่านรัฐมนตรีมหาดไทย จะคิดอ่านกันยังไง ควรวางแผนและกำชับ-กำชากันไว้แต่เนิ่นๆ
ป้องกันดีกว่าตามแก้ไข ผมคิดอย่างนั้น หรือท่านว่า รอให้เกิดแล้วค่อยแก้ไขดีกว่า เพราะ "งบ" มันจะไหลออกมาตามน้ำ นั่นก็สุดแต่ท่าน ประเด็นสำคัญคือ ชาวบ้านนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากฝนหลากและน้ำแล้งแล้ว ยังจะต้องเสียหายข้าวของ เงินทอง วัว-ควาย ถึงรัฐบาลจะกู้เงินมาชดเชย
รัฐเสีย-ชาวบ้านได้ แล้วลงท้าย...ใครล่ะเสีย?
นี่เพิ่งสิงหา กว่าปลัดมหาดไทยปัจจุบันจะเกษียณก็ ๓๐ กันยา และกว่าปลัดใหม่ "นายมงคล สุระสัจจะ" จะมานั่งสั่งการไปเลยครับ ก็ต้องวันที่ ๑ ตุลา และกว่าจะผ่านพ้นพิธีกรรม "รับคนใหม่-ไล่คนเก่า" เดือนตุลาผ่านไป ท่านปลัดกระทรวงคนใหม่จะเข้าที่-เข้าทางหรือยังก็น่าสงสัย
ฉะนั้น ในภาพรวมของรัฐบาล สั่งการให้แต่ละจังหวัด โดยเฉพาะเหนือ-อีสานทำแผนรับมือผลจากความวิปริตดินฟ้าอากาศไว้แต่เนิ่นๆ เถิด!
ในกรุงเทพฯ ก็เถอะ นี่ผมยังจำไม่ได้เลยว่า "ปลัด กทม." คนใหม่ท่านชื่ออะไร อ้อ...พบแล้ว ท่านชื่อ "เจริญรัตน์ ชูติกาญจน์" ไม่ทราบว่าท่านสำรวจตรวจตรา ล้าง-ขยายท่อระบายน้ำ และตระเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้พร้อมขนาดไหน ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าท่านมาจากสายเทศกิจ-อยู่บนถนน ฉะนั้น ตอนนี้คงหลับตามองไม่เห็นสภาพ "ใต้ถนน" อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ กทม.ได้ทะลุหรอกว่า ถ้าปลายปี น้ำพรวดพราดมาจะรับมือยังไง?
ท่านผู้ว่าฯ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" คงอดนอน-หน้าดำอีกแล้ว และคงจะต้องหน้าดำยิ่งขึ้น ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วปรากฏว่า ปลัด กทม.คนใหม่ที่ท่านคัดสรรมา จะถูกลองของ-วางยา หรือจะด้วยอ่อนประสบการณ์ไม่ได้เตรียมงานอะไรไว้ก็ช่างเถอะ ปล่อยน้ำท่วมค้างวัน-ค้างคืนล่ะก็
ขุดบ่อฝัง "ประชาธิปัตย์" เลยนะ จะบอกให้!
วันนี้ตั้งใจว่าจะคุยเรื่องน้ำ-เรื่องท่าดุ่ยไป ขี้เกียจสนใจการบ้านการเมือง เพราะตอนนี้ก็ไม่มีอะไร นอกจากสมเด็จฮุน เซน นายกฯ เขมรพูดวัน นางพญาอภิสิทธิ์ นายกฯ ไทยพูดวัน แล้วคั่นกลางด้วยประเด็น "นายบัน กีมูน" เลขาธิการสหประชาชาติ จะไปเยือนกัมพูชา ๒๗-๒๘ ตุลานี้
นัยว่า สมเด็จฮุน เซน ร้องขอให้ท่านมาทำหน้าที่ "ท้าวมาลีวราช" ระหว่างไทย-กัมพูชา อันว่าด้วยเรื่องปราสาทพระวิหาร!
ผมว่าดีแล้ว ถ้าลองออกมาในรูปมวยนี้แสดงว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารฝ่ายเดียวของเขมร รันเวย์ "ฉุกเฉิน" เสียแล้ว และเพื่อไม่ให้ใครรู้สึก "เสียรังวัด" ใคร สรุปลงในหลักการ "ได้ด้วยกัน" ไทยคุยเขมร แค่ ๒ ประเทศ โดยมีนายบัน กีมูน เป็นน้ำประสานทองเชื่อมกลาง ทุกอย่างน่าจะจบได้ด้วยดี ในปีโน้น...
ตอนนี้ยังหรอกครับ ปล่อยให้พ่นน้ำลายข้ามประเทศ "เอาเชิง" กันไปก่อน จนกว่าหลังวันที่ ๔ กันยาไปแล้ว "ฉุนเซน-อภิสิทธิ์" จึงจะตามองตา สายตามาจ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่านทรวงใน เรื่องเขมรกะไทยจะรบกันนั้น มันไม่มีหรอก อย่าไปกังวลกันไปเลย เพราะอนาคตข้างหน้า
ไม่ว่าไทย ไม่ว่าเขมร ไม่ว่าพม่า ไม่ว่าลาว ไม่ว่าญวน ใครก็จะอยู่แบบ "ศิลปินเดี่ยว" หรือ "รวยเดี่ยว" ไม่ได้ จะต้องเกี่ยว "อยู่ด้วยกัน-รวยด้วยกัน" ไม่งั้น...ไม่รอด!
เอ้า...มีแฟกซ์ "ขอแรง" จากชาวบ้าน "ไม่มีเส้น" เป็นบารมีมาถึงผมฉบับหนึ่ง ไม่ใช่อื่นไกล คือคนทำนาเกลือ ที่มหาชัย ใกล้ๆ แม่กลอง คนบ้านใกล้-เรือนเคียงกะผมนั่นเอง แฟกซ์ด้วยเรื่องอันใด ท่านอ่านเอา โดยเฉพาะท่าน "พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่น่ารัก ช่วยอ่านด้วยนะครับ
........วันนี้ฉันเตรียมของถวายพระ และคอยพวกตำรวจด้วย เขาว่าจะมาหาฉัน ใบเลื่อนนัดฉันมีครบหมด เขารู้จักฉันน้อยไป ตายฉันยังไม่กลัว ติดคุกเรื่องเล็ก ฉันยอมรับว่าฉันทำผิด ไปปิดสนามบิน ฉันจะยอมรับผิดโดยดี แต่สาเหตุที่ฉันไปเพราะฉันรักในหลวงมาก ไปแสดงว่าคนใส่เสื้อเหลืองยังมีอีกมาก เพราะไปไม่ได้ไปสบาย ตากแดด ตากฝน ลำบากมาก
ฉันยอมรับผิด เพราะฉันตัดสินใจเอง ไม่ได้ไปเพราะแกนนำเลย ไม่รู้จักแกนนำด้วย แต่ถ้าฉันติดคุก ก็อย่าติดคนเดียวแล้วกัน ตำรวจไทยจะบ้ากันไปใหญ่ ไปหาที่บ้าน ขนกันไปเต็มคันรถกระบะ ฉันรำคาญ มาหา ๒ หนแล้ว คนใช้และน้องๆ ตกใจมาก คุณเปลวจะกรุณาลงให้หน่อยว่า ผู้ต้องหาก่อการ ๗๙ คน ที่ชื่อ ราตรี ชวนบุญ เบอร์โทร ๐๘-๑๙๒๗-๑๙๕๗ ฉันก็อยากคุยด้วย จะเอาไงก็ว่ามา ไม่ต้องไปตามเสียเวลา ฉันขอรบกวนคุณเปลวเท่านี้ค่ะ
กรอบขอบพระคุณอย่างสูง
ราตรี
คุณสมยศลองเช็กดูซิครับว่า ตำรวจที่ไหน และใครส่งไปในลักษณะข่มขู่-คุกคามคนที่เพียงถูก "หมายเรียก" ให้ไปให้ปากคำ ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาด้วยซ้ำ ตำรวจก็เป็นอย่างนี้ เห็นชาวบ้านธรรมดาเป็นต้องขย้ำ แล้วจะไม่ให้คนเขาเกลียดตำรวจได้อย่างไร มีสิทธิ์อะไรไปทำอย่างนั้น เมื่อยังไม่ถึงวันนัดหมาย ผมเชื่อ...คุณสมยศไม่ได้สั่ง แต่นายจะพังเพราะลูกน้องแบบนี้.








