ประเด็นปัญหาเรื่องการขอเชื่อมสัญญาณ (โรมมิ่ง) คลื่น 3 จี ระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ต้องขอไล่เลียงตั้งแต่ที่เอไอเอสได้ประกาศร่วมมือทีโอที เพื่อให้บริการโรมมิ่ง 3 จี ให้กับลูกค้าใหม่ที่เข้าสู่ระบบ โดยเบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ 50,000 เลขหมาย และเฟสต่อไปจะมีการขยายการให้บริการดังกล่าวไปสู่ลูกค้าเก่า
แต่เรื่องดังกล่าวดูจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด เพราะต่อมาก็เกิดปัญหา เนื่องจากทีโอทีเห็นว่าเป็นการเร็วเกินไปที่จะเปิดให้เอไอเอสเชื่อมโยงสัญญาณ เพราะต้องการให้บริษัทขายส่งบริการ (เอ็มวีเอ็นโอ) ที่เป็นคู่สัญญา 3 จี ของทีโอทีโดยตรงแข็งแรงก่อน
และการปฏิเสธข้อเสนอนี่เองที่ทำให้ทีโอทีและเอไอเอสต้องเกิดข้อพิพาท กินแหนงแคลงใจระหว่าง 2 องค์กรขึ้น และได้นำชีวิตของลูกค้ามาต่อรองทางธุรกิจกัน จนร้อนไปถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ (กทช.) ให้มาเป็นคนกลางที่จะต้องรับหน้าเสื่อเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น
และจนขณะนี้ที่ปัญหาข้อพิพาทของ 2 องค์กรก็ยังไม่เป็นที่ยุติ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ดังนั้น เพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้ เราจึงไปเจาะความคิดเห็นของนายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. ในฐานะคนกลาง ว่าเขาคิดเห็นถึงประเด็นปัญหานี้อย่างไร
๐ การโรมมิ่ง 3 จี ระหว่างทีโอทีและเอไอเอส จริงแล้วสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่
เป็นเรื่องที่เขาดำเนินการได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอนเท่านั้นเอง ตอนแรกอาจจะเป็นเพราะต่างคนต่างออกข่าว เลยทำให้ กทช.สับสน และมีข้อสงสัยในเรื่องรูปแบบการให้บริการยังไง มีเชิงเทคนิคเป็นยังไง แต่พอมาประชุมเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2553 ก็ชัดเจนว่าน่าจะเข้าข่ายโรมมิ่ง พอเข้าข่ายโรมมิ่งก็เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่าย พ.ศ.2549
๐ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ทีโอทีและเอไอเอสได้หาข้อสรุปเรื่องนี้หรือยัง
ทั้งสองหน่วยงานได้มาให้ข้อมูล และข้อมูลก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นรูปแบบโรมมิ่ง เดิมเจ้าหน้าที่อาจจะสงสัยว่าเป็นการให้บริการลักษณะอื่นที่ไม่ใช่การโรมมิ่ง เช่น การทำตลาดให้เท่านั้นหรือเปล่า ซึ่งข้อมูลที่ให้มาบอกเพียงว่าจะคิดอัตราค่าบริการยังไง ข้อมูลตรงนั้นไม่เพียงพอต่อการพิจารณา คุยทางเทคนิค จะต่อยังไง จะส่งยังไง การโรมมิ่งไม่มีข้อกำหนด ยึดหลักการณ์สำคัญว่าไม่เลือกปฏิบัติ เราเป็นผู้อนุญาตก็ต้องขอข้อมูล
๐ ถ้าเป็นไปตามขั้นตอน ทีโอทีต้องส่งหนังสือเพื่อแจ้งให้ กทช.อนุมัติก่อนเข้าสู่กระบวนการเปิดโรมมิ่ง
ขั้นตอนจริงๆ ต้องเริ่มต้นด้วยผู้ที่จะเปิดให้ทำโรมมิ่ง ซึ่งในกรณี คือ ทีโอทีต้องส่งอาร์ไอโอ (เรฟเฟอเรนซ์ อินเตอร์ คอนเนคชั่น ออฟเฟอร์ - Reference Interconnection Offer) กับอาร์เอโอ (เรฟเฟอเรนซ์ แอคเซส ออฟเฟอร์ - Reference Access Offer) ซึ่งเป็นข้อเสนอการใช้โครงข่ายกับข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายสองอันนี้มาให้ กทช.พิจารณาก่อน โดยข้อเสนอนี้จะเป็นในลักษณะว่าผู้ประกอบการมีเงื่อนไขหรือรายละเอียดในการเชื่อมต่อยังไงบ้าง อาทิ รายละเอียดของโครงข่ายโทรคมนาคมบริการที่จะอนุญาตให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ข้อกำหนดรายละเอียดมาตราฐานทางเทคนิค กระบวนการและวิธีการเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่าย อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีสำหรับการเรียกเก็บและชำระค่าตอบแทนการใช้ เป็นต้น และเมื่อได้รับการอนุมัติจาก กทช. ก็จะมีการประกาศต่อสาธารณะได้รับรู้ผ่านทางเว็บไซต์ของ กทช. เผื่อว่ามีรายอื่นสนใจจะได้มีการเจรจากับทีโอทีได้ และเข้าสู่กระบวนการโรมมิ่งในลักษณะแบบเดียวกัน
๐ ถ้าทีโอทีและเอไอเอสได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจาตามประกาศได้วางกรอบไว้ว่าควรมีระยะเวลาเท่าใด
หลังจากทีโอทีอาจจะเจรจากับผู้ที่อยากจะมาใช้บริการ โดยจะเริ่มเจรจาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าถ้าหลังที่ กทช.อนุมัติประกาศอาร์ไอโอ และมีการประกาศไปแล้ว การเจรจาจะต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาภายใน 90 วัน คือหมายถึงว่าจะยืดการเจรจาไปเรื่อยๆ ไม่ได้ต้องทำให้สิ้นสุดให้เป็นไปตามประกาศที่กำหนดไว้ 90 วัน ซึ่งต้องมีการเจรจาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าการเจรจาไม่เรียบร้อยก็จะเข้าสู่กระบวนการข้อพิพาทตามประกาศไอซี เมื่อเจรจาเสร็จก็ต้องส่งสัญญาให้ กทช.พิจารณาอีกที เมื่อพิจารณาเห็นชอบแล้วก็สามารถดำเนินการ
๐ ถ้าเข้าสู่การเจรจาแล้วจะใช้เวลาพิจารณาประมาณไหน
ต้องแล้วแต่การเจรจาว่าจะตกลงกันได้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นไปตามประกาศนี้ก็ได้กำหนดไว้ว่าการเจรจาต้องไม่เกินระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่ที่มีการเริ่มเจรจากัน และเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ กทช.น่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เพราะเรื่องนี้ทำให้การแข่งขันดีขึ้นต้องให้ความสำคัญอยู่แล้วไม่ช้าหรอกครับ ซึ่งเรื่องนี้ กทช.สามารถพิจารณาได้ทันที เพราะเป็นการอนุญาตไม่ใช่งานนโยบายผูกพันธ์อนาคต ไม่เหมือนเช่นกรณีการประมูลใบอนุญาต 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ต้องรอ กทช.ชุดใหม่เข้ามาอนุมัติ
๐ กรณีนี้ได้เปิดกว้างโรมมิ่งให้รายอื่นด้วย ไม่ใช่แค่บริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น
ตามหลักการณ์ของการกำกับดูแลโทรคมนาคมจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ดังนั้น ถ้าเขาจะปฏิเสธก็ต้องมีเหตุผล
๐ ตามหลักการ กทช.ได้เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการที่สนใจ และถ้าเป็นกรณีนี้ตามมุมมองแล้ว เอ็มวีเอ็นโอจะได้รับผลกระทบ
เอ็มวีเอ็นโอจะได้รับผลกระทบหรือไม่นั้น อันนี้ไม่ทราบเพราะยังไม่เกิด แต่จริงๆ แล้วถ้ายึดตามประกาศ กทช.ในเรื่องของหลักการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งประกอบด้วยผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม มีหน้าที่ต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตน ต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตนเพื่อเป็นการเข้าถึงและใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้ ต้องให้ผู้บริการผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเชื่อมผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมของตน ต้องให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับรับ-ส่งสัญญาณ โทรคมนาคมแบบไร้สาย เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่น (Roaming) เป็นต้น ซึ่งก็เชื่อว่าทุกคนน่าจะได้รับประโยชน์หรือไม่ เหมือนเป็นการกีดกันรายเล็ก เพราะถ้ายึดตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้
๐ เดิมที กทช.บอกว่าสามารถดำเนินการได้ทันที โดยให้ทีโอทีและเอไอเอสตกลงกันเอง แต่ต่อมาได้ระบุให้ทั้งสองหน่วยงานต้องยื่นข้อเสนอเพื่อให้ กทช.พิจารณา หมายความว่าอย่างไร
ดำเนินการได้ภายใต้ประกาศฉบับนี้ ถ้าเป็นการเชื่อมต่อธรรมดาก็เป็นอีกมุมมองหนึ่ง หรือถ้าเป็นเรื่องอื่นสัญญาเดิมของเขาก็กำหนดไว้แล้ว แต่เป็นรูปแบบโรมมิ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งข้อเท็จจริงก็ได้ปรากฏว่าต้องดำเนินตามเกณฑ์นี้ก็ต้องทำ ข่าวที่ออกไปข้อมูลอาจจะสับสน ซึ่งต่างประเทศก็มีการโรมมิ่ง 3 จี เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องพิสดารอะไร
๐ ผู้ประกอบการที่ดำเนินการขอโรมมิ่ง 3 จี แล้วถ้าจะมาขอประมูลใบอนุญาต 3 จี สามารถทำได้หรือไม่ จะไม่เกิดผลกระทบในภายหลัง
หลักเกณฑ์ยังไม่ประกาศยังไม่ทราบแต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อห้ามใดๆ ทั้งสิ้น คือมันต้องมองว่าเป็นสิทธิในการใช้ความถี่มากกว่า คนที่มีสิทธิใช้ความถี่ไปแล้วก็ไม่ควรจะได้ความถี่เพิ่มอีก เพราะมันจะกลายเป็นว่าทำให้เขาได้เปรียบ แต่ถ้าเป็นในลักษณะที่ว่าเขาอยู่ภายใต้สัญญาที่ทำธุรกิจร่วมกัน ก็เป็นอีกกรณี เพราะสิทธิในการใช้คลื่นความถี่จริงๆ อยู่กับทีโอที ส่วนจะเปิดบริการย่อยเป็นเอ็มวีเอ็นโอหรือยังไงก็แล้วแต่ โดยผู้ที่มายื่นขอไม่ว่าจะเป็นเอไอเอสหรือเอ็มวีเอ็นโอไม่ได้มีสิทธิเป็นผู้บริหารจัดการโครงข่าย หรือเป็นคนที่สามารถจะทำให้การแข่งขันบิดเบือนได้ ส่วนเอ็มวีเอ็นโอก็เป็นสัญญาระยะสั้นไม่ใช่ระยะยาว
๐ การโรมมิ่ง 3 จี ทำได้อยู่แล้ว ถ้าเดินตามระเบียบขั้นตอนโดยไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไร
ครับ เพราะเป็นหลักสากลที่เขาปฏิบัติสากลกันอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ส่วนจะช้าหรือเร็วต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่ยื่นเจตจำนงค์มายัง กทช. ซึ่งขณะนี้ทางทีโอทียังไม่ได้เสนอข้อเสนอการใช้โครงข่ายและการเชื่อมต่อโครงข่ายมาให้ กทช.พิจารณา มีเพียงยื่นเอกสารอย่างอื่นเข้ามา ซึ่งยังไม่เกี่ยวข้อง ทำให้ทางสำนักงาน กทช.ยังพิจารณาเรื่องดังกล่าวไม่ได้
๐ ตามมุมมองด้านเทคนิคคลื่นความถี่ที่ทีโอทีมีอยู่ จะสามารถรองรับเลขหมายได้จำนวนเท่าไหร่ และจะสามารถเปิดให้เอไอเอสโรมมิ่ง 3 จี ได้กี่เลขหมาย
ความถี่ขนาดนี้รับเลขหมายได้พอสมควร ถ้าเขาไม่พอก็ขอกับ กทช.ใหม่ได้ ซึ่งตอนนี้ทีโอทีมีคลื่นความถี่ย่าน 1900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ แต่ก็ดูง่ายๆ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ ได้ความถี่ไปเท่าไหร่และมีเลขหมายใช้งานได้เท่าไหร่ ก็น่าจะเป็นเกณฑ์ที่ใกล้เคียงได้ว่า 3 จี ทีโอทีจะสามารถรับเลขหมายได้จำนวนเท่าไหร่ ผมคงให้ตัวเลขตรงๆ ไม่ได้ เพราะไม่มีสูตรสำเร็จ และอันนี้เป็นเรื่องของนโยบายของแต่ละบริษัทว่ามีเลขหมายเท่าไหร่ แล้วเขาจะบริหารจัดการได้ดีที่สุด
การโรมมิ่ง 3 จี จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจกันมากกว่า ที่ผ่านมา กทช.ก็ถูกกล่าวหาว่าไม่มีหลักบ้าง ถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ้าง แต่ กทช.ไม่เคยเปลี่ยนหลักเราชัดเจนอยู่แล้วไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยตอบว่าอะไร ขอเพียงแค่ดูข้อมูลก่อน เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็อีกกรณีหนึ่ง ถ้าเป็นแบบนี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งสรุปแล้วกรณีนี้เข้าข่ายโรมมิ่งต้องทำตามประกาศการเชื่อมต่อโครงข่ายของ กทช. เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมต่อโครงข่าย ส่วนอัตราค่าบริการจะเป็นยังไงก็เป็นรายละเอียดย่อยลงมาอีกขั้นหนึ่ง ก็ต้องตกลงกัน ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ โดยไม่ใช่ว่าให้รายนี้ได้ราคาถูก อีกรายหนึ่งให้ราคาแพงอย่างนี้ เป็นต้น โดย กทช.จะไม่เป็นผู้กำหนดต้องให้เขาไปเจรจากันก่อน แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ และมีข้อพิพาทถึงเอาเรื่องเข้าที่สำนักงาน กทช.
๐ ช่วงหนึ่งที่มีข่าวออกมาว่าเอไอเอสจะหยุดให้โรมมิ่งวอยซ์ จะเหมือนเป็นการเอาลูกค้าเป็นตัวประกันหรือไม่
อันนี้ไม่มีความเห็น แต่ถ้าเป็นตามกฎหมายบอกว่าอยู่ๆ จะไประงับการให้บริการไม่ได้ ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ควรเดินตามกระบวนการไม่ใช้ มีลูกค้าอยู่แล้วจู่ๆ จะไประงับบริการ ทาง กทช.เองก็ต้องลงไปดูแล ซึ่งระงับทันทีไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะทะเลาะก็ทะเลาะกันไป ต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมายจะมาอ้างเหตุสัญญาและตัดสัญญาณไม่ได้ เพราะมีผู้บริโภคเดือดร้อน
๐ การโรมมิ่ง 3 จี ต้องขออนุมัติจาก กทช. ขณะที่การโรมมิ่งวอยซ์ทำไมจึงไม่มีการขออนุญาต
จริงๆ แล้วต้องขออนุญาตจาก กทช. แต่ในกรณีทีโอทีและเอไอเอสที่สามารถโรมมิ่งวอยซ์ได้ เพราะสัญญาเกิดขึ้นก่อนที่จะมี กทช.
๐ การโรมมิ่งกรณีนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมหรือเปล่า
การโรมมิ่ง 3 จี ระหว่างเอไอเอสและทีโอที เป็นกรณีแรกก็เลยอาจจะสับสนนิดหน่อย เป็นเรื่องใหม่บางทีคนทำก็ยังต้องตั้งหลักดีๆ ถ้าทำได้ก็จะทำให้ประชาชนมีช่องทางมากขึ้นในจุดที่ไม่สามารถเข้าถึง เป็นเหมือนการนำโครงข่ายมาใช้ร่วมกัน (อินฟราสตรัคเจอร์แชร์ริ่ง) ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ตรงไหนที่เราไม่สามารถลงทุนได้หรือว่าเขามีคาปาซิตี้ (capacity) เหลือ มีความสามารถที่จะไปแชร์ให้คนอื่นได้ก็แชร์มา
๐ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการโรมมิ่ง 3 จี
การโรมมิ่งจะเพิ่มโอกาสเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมมีมากขึ้น ทุกวันนี้ในเคสทีโอทีมีเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่เขาสามารถโรมมิ่งกับคนอื่นได้ในภูมิภาคอื่น ก็จะช่วยให้ประชาชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดเข้าถึงได้ อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และไม่ทำร้ายผู้ประกอบการรายอื่น เราก็ต้องสร้างมาตรการให้มันเกิดขึ้นมาเพื่อสร้างเวทีการแข่งขันให้เกิดขึ้นมา.








