เปลว สีเงิน

Saturday, 15 February, 2014 - 00:00

"เรื่องลอก '@ เสธ น้ำเงิน' มาเล่า"

    ครับ..วันนี้ยาว ทั้งหมดนี้ผมลอกจาก fb ของ@ เสธ  น้ำเงิน ในชื่อ "เปิดโปง..เผยจุดตายรัฐอั้งยี่แดงฆ่าชาวนา สู่กลศึกม้าไม้เมืองทรอย" เป็นตอนล่าสุดทันการณ์-ทันใจ อ่านได้เลยครับ
    จากที่ระบอบชั่วอั้งยี่รัฐแดง อ้างว่าการชนะเลือกตั้ง (ขี้โกง) คือใบอนุญาตสัมปทานประเทศ จะโกงอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา หนึ่งในโคตรโกงที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว อดอยาก ทุกข์เข็ญ ให้ชาวนา ๘ ล้านคนอย่างถ้วนหน้านั้น
    เนื่องจากถูกรัฐอั้งยี่แดงของปูเน่าชักดาบ โกงเงินค่าจำนำข้าว ชาวนาอดอยากจนไม่มีอะไรจะกิน ลูกไม่มีเงินไปโรงเรียน หนี้สินท่วมหัวและทยอยฆ่าตัวตาย ทั้งผูกคอและกินยาฆ่าตัวตายไปแล้วกว่า ๙ คน
    ในขณะที่ชาวนากำลังอดอยาก ปูเน่าและสมุนแก๊งอั้งยี่ กลับถลุงเงินภาษีจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนาเป็นค่าอาหาร กินล้างกินผลาญ โดย
    ๑.ค่าเบี้ยเลี้ยงชายชุดดำ ๗๐๐ บาท/คน (แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๔๐๐ เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงโดยตรง และ ๓๐๐ จะถูกหักเป็นค่าอาหาร ๓ มื้อ ที่มีแต่ไข่ต้มกับน้ำปลา) ถ้านับตั้งแต่ ๙ ต.ค.๕๖ เป็นต้นมา น่าจะไม่ต่ำกว่าราว ๑,๐๐๐ ล้านบาท (ยังไม่นับรวมค่าน้ำมัน และจัดซื้ออาวุธมาทำร้ายประชาชนอีกนับไม่ถ้วน)
    หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา ๖๖,๖๖๗ ตัน!!
    ๒.ค่าอาหารที่จัดเลี้ยงภายในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ใช้ประมาณวันละไม่ต่ำกว่า ๑-๒ แสนบาท บางวันสูงเกือบ ๕  แสนบาท ตามเมนูอาหารที่เป็นที่ต้องการของพวกคางคกขึ้นวอในรัฐอั้งยี่แดง โดยอาหารถูกสั่งตรงจาก "โรงแรมหรู" ระดับห้าดาว เพื่อจัดเลี้ยงให้กับ รก.ครม.เทียม และคณะทำงานงานศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ทั้งหมด
    ๓.ที่ผ่านมา กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกเทียม เคยตั้งงบรับรองค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษาและคณะทำงานราวๆ ๕๐ คน สวาปามคิดเป็นราคา ๔,๒๓๗ บาท/หัว วันละ ๒๑๑,๘๕๐ บาท (เท่ากับข้าวสาร ๑๔ ตัน) เดือนละ ๖ ล้าน ปีละ ๗๗ ล้านบาท
    หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา ๕,๑๓๓ ตัน...คนหรือเปรตยัดห่านี่?! รายการอาหารหรูของปูเน่าและคณะนี้จะ "สลับสับเปลี่ยน" ทุกวัน...เมนูอาหารนั้นประกอบด้วย
    "มื้อเช้า" เป็น "อาหารหรู" เช่น กุ้งห่มสไบ/ต้มยำกุ้งมังกร/ปลาหิมะทอดกับซอสพริกไทยสด/-หน่อไม้ฝรั่งผัดหอยเชลล์/ผัดกะเพราเป็ดกรอบ ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้ หรือข้าวเหนียวมะม่วง
    ส่วน "มื้อกลางวัน" ในยามปกติระบุว่า (อาจจะ) ไว้ต้อนรับแขกจึงออกสไตล์ "กึ่งยุโรป" เช่น ปูนิ่มเสิร์ฟกับสลัดเบอร์รี/หอยเชลล์ห่อปลาแซลมอนเสิร์ฟกับไข่ปลาคาเวียร์/ซุปใสใส่เกี๊ยวตับบด/เนื้อสันในเสิร์ฟกับตับห่านและซอสไวน์แดง ตบท้ายของหวานมื้อกลางวันคือ ช็อกโกแลตมูสไส้เสาวรส เสิร์ฟกับไอศกรีมกะทิ, กาแฟหรือชา เป็นต้น
    ซึ่งค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษา และคณะทำงาน หรือศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) จากโรงแรมระดับห้าดาว ปีละ ๗๗ ล้านบาทนี้ สามารถเลี้ยงอาหารชาวนาที่อดอยากมื้อละ ๔๐ บาท x ๓ มื้อ จำนวน ๓,๔๐๐ คน ได้ถึง ๖ เดือน.....แม่เจ้า!!
    แต่แกนนำพรรคแดงสู้แล้วรวย เช่น นกแสก กลับถีบหัวส่งชาวนา บอกว่าเป็นจุดอ่อนของเผาไทย และบอกถ้าชาวนารอเงินจำนำข้าวไม่ไหว ให้กินใบประทวนแทนไปก่อน
    สายจากคนในรายงานว่า ข้าวที่รัฐอั้งยี่แดงรับจำนำนั้น เกือบทั้งหมดยังไม่มีการระบายหรือขายไปยังต่างประเทศเลย  เงินหลายเเสนล้านบาทจึงทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา
    กระแสแรงในกลุ่มชาวนาบ่นกันรุนแรงว่า รัฐอั้งยี่แดงทำอะไรอยู่ทำไมไม่ยอมขายข้าว เเละเสียความรู้สึกกับบริษัทเผาไทยมาก ส่วนใหญ่บอกลาขาดจะไม่เลือกอีกเเล้ว เพราะหลอกลวง ผิดคำพูดนับครั้งไม่ถ้วนในการนัดชำระเงินจำนำข้าวที่ค้างจ่าย ๑.๓ เเสนล้าน
    ทางแกนนำแก๊งอั้งยี่แดงได้ไปพบและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้ชายดูไบรู้ที่พม่า ส่งผลให้ตอนนี้ชายดูไบกังวลใจที่สุด เพราะชาวนาคือฐานเสียงสำคัญบริษัทเผาไทย  ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นชาวนาทั่วประเทศเดินทางเข้ามาจนถึงกรุงเทพฯ เพื่อชุมนุมเรียกร้องให้จ่ายเงินที่โดนชักดาบไป
    และยังจะโดนชาวนารุมฟ้องร้องฐานฉ้อโกงอีกหลายพัน-หมื่นคดี!
    ความหวาดหวั่นนี่คือฐานเสียงที่หายไปจำนวนมาก และมีผลโดยตรงกับพรรค ชายดูไบจึงเครียดสั่งให้เร่งหาเงินที่ไหนก็ได้มาจ่ายเร็วที่สุด และใช้ทุกกลยุทธ์ชั่วในการหาเงิน
    "....แต่ไม่ยอมควักกระเป๋าตัวเองสักบาท ซึ่งในรายงานของต่างประเทศคาดการณ์ว่า ๒ ปีที่ผ่านมา พรรคเผาไทยได้ผันเงินจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนาไปเป็นของตนเองรวยขึ้นกว่า ๓.๕ แสนล้านบาท"
    ชายดูไบจึงหวังลมๆ แล้งๆ ว่าให้แก๊งอันธพาลแดงใช้กองกำลังติดอาวุธโจมตี หรือลอบสังหารแกนนำ กปปส. ซึ่งตอนนี้พวกแก๊งนรกอเวจีชั่วนี้ก็ต่างหัวหด หวั่นไหวกับการถูก "สันติอหิงสวน" และป็อปคอร์นที่หนักกว่าจากชายไร้สีนิรนาม
    อีกแผนคือ ใช้ศูนย์รวมสัตว์จับกุมแกนนำ กปปส. ข่มขู่คุกคามให้ประชาชนยุติการชุมนุม เพื่อที่บริษัทเผาไทยจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เช่นกัน หากใช้ชายชุดดำควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าสลายการชุมนุมก็จะโดนชาย ๓ สีที่ออกอาการฮึ่มๆ ไว้โอบล้อมตีจากด้านหลัง    
    โดยประกาศ "กฎอัยการศึก" ครอบพื้นที่เอาดื้อๆ!
    ครั้นจะใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษลอบจับกุมแกนนำในที่ชุมนุม ก็จะโดนชายไร้สีนิรนามสวนกลับที่หนักกว่า ต่อสู้ป้องกันกันแกนนำในอารักขา จนชายชุดดำขึ้นไปเยี่ยมญาติเก่าเป็นเบือแน่ๆ
    ซึ่งข้อนี้เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า "ชายไร้สีนิรนาม" เป็นใคร?
    ในที่สุดปูเน่าจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ต้องคำพิพากษาอย่างเด็ดขาดและถูกจับกุมคุมขังแน่นอน ชายดูไบรู้ข้อนี้ดีจึงส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิดมาว่า อยากให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
    การเลือกตั้งต้องเดินหน้าให้จบ และเผยไต๋พ่ายแพ้แล้วว่า "ปัญหาทุกอย่างต้องจบลงบนโต๊ะเจรจา แม้แต่สงครามโลกยังจบลงที่โต๊ะเจรจา" ตำราพิชัยยุทธ์นั้นบอกว่า
    “เมื่อใจหวั่นไหวจึงต้องชักกระบี่ก่อน จุดอ่อนจึงถูกเปิดเผย เพราะจุดอ่อนถูกเปิดเผย จึงเปิดช่องให้ถูกจู่โจม"
    ส่งผลให้ชาย ๓ สีเห็นจุดอ่อนรูเบ้อเร่อ จึงกำหนดยุทธการม้าไม้เมืองทรอย (ซุ่มกำลังไว้ในของบรรณาการม้าไม้ตัวใหญ่ นำคนและอาวุธเข้าเมือง ตีชิงจากใจกลางยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ)
     โดยให้กำลังพลดูแลประชาชนให้ปลอดภัย ใช้ ม.พัน ๑  รอ.ดูแลพื้นที่ปทุมวัน คลองเตย วัฒนา, ร.๑ พัน ๓ รอ.ดูแลพื้นที่ราชเทวี พญาไท, ป.พัน ๑ รอ.ดูแลพื้นที่ของดุสิต พระนคร, ร.๑๑ พัน ๒ รอ.ดูแลพื้นที่หลักสี่ ดอนเมือง
    นี่ยังไม่นับการทยอยนำกำลังเข้ามาทีละน้อยๆ และอาวุธหนักที่ยังไม่ขนกลับต่างจังหวัดอีกเพียบ!!
    เมื่อสถานการณ์ได้เปรียบแล้ว บ่าย ๑๒ ก.พ. บิ๊กชายชุดเขียวจึงตั้งคำถามแบบเสียวสันหลังกับ ผบ.ชายชุดดำที่เข้าพบว่า
    "ทำไมคดียิงขวัญควายทำงานรวดเร็ว ทั้งที่คดีอื่นๆ ที่มีการทำร้ายประชาชน หลักฐานชัดเจน แต่กลับไม่มีความคืบหน้า?"
     นักรบย่อมได้กลิ่นสัญญาณลมหายใจออกแรงที่พัดออกจากจมูกนักรบด้วยกันดี!!!
    บิ๊ก ๓ สีฝังแค้นที่ปูเน่ากับสมุนเคยแอบไปหารือ กกต. ๒ คนว่าจะขออนุมัติย้ายชาย ๓ สีใหญ่ๆ สัก ๓-๔ คน แต่ กกต.ไม่ยอมและข่าวรั่ว ทำให้ลมออกหูถึงขั้นบิ๊กสีเขียวชี้หน้าด่าปูเน่าในห้องประชุม จนปูเน่าน้ำตาคลอ
    และเขารู้ว่าหากปูเน่าและบริษัทเผาไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลเทียมอีกครั้ง พวกเขาก็จะมีอำนาจต่อรองลดลงและอาจถูกปลดย้ายได้
    ดังนั้น เมื่อจุดอ่อนศัตรูถูกเปิดเผย ไฉนเลยชาย ๓ สีจะไม่จู่โจม ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุม ครม.ที่สถานที่ของชาย ๓ สี จึงได้มีการส่งสัญญาณพูดชัดเจนกับปูเน่าว่าให้ลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพื่อปฏิรูปประเทศ เพราะชาย ๓ สีประคองและอดทนต่อไปไม่ไหว  ความชอบธรรมหมดสิ้นไปแล้ว โดยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ปูเน่าต้องไปจากอำนาจ คือ
    ๑.ทุกข์ของชาวนาที่ถูกโกงจำนำข้าว ทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายแทบทุกวัน โดยรัฐอั้งยี่แดงกู้ยืมเงิน ๑.๓ แสนล้านมาคืนหนี้ให้ชาวนาไม่ได้
    ๒.ข้าวในโกดัง ๑๕-๑๘ ล้านตัน มีสต็อกลมเหลืออยู่ไม่ครบจำนวนจริง หรือมีคุณภาพแย่ จึงเกิดการเผาข้าวในโกดังข้าวขึ้น ข้าวสารติดไฟยาก แต่ข้าวเปลือกติดไฟง่าย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ การฉีดน้ำไปมากๆๆ ข้าวจะได้เน่าเสียเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถขายได้ นี่คือกลโกงที่แท้จริง!!!
     กว่าจะระบายข้าวออกมาทัน ความมั่นคงประเทศสั่นคลอนหนัก เพราะทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดินของพ่อ
    ๓.ฟางอีกเส้นคือ การที่ชายดูไบเรียกประชุมสมุนโจรที่ไว้ใจที่พม่า เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการต่อรอง วางกำลังโจรที่จะป่วนประชาชน และวางคนที่จะรับตำแหน่งสำคัญต่อไป เพื่อรักษาอำนาจ
    เพราะนั่นมันชี้ให้เห็นถึง "ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง" รัฐอั้งยี่แดงอย่างแท้จริง เป็นหลักฐานกระทบความมั่นคงของประเทศ! ทำให้ชาย ๓ สีอยู่เฉยๆ ต่อไม่ได้แล้ว จึงพร้อมใจออกมายื่นคำขาดให้ปูเน่าลาออก เพราะหมดความชอบธรรมทุกประการแล้ว โดยให้เวลาปูเน่าไม่เกิน ๒๑ ก.พ. มิฉะนั้นจะไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น
    เพราะขณะนี้กำลังพลหลักๆ เข้ามาดูแลพระนครหมดแล้ว..ใครขืนถือหางรัฐอั้งยี่แดงตอนนี้ ทั้ง ผบ.ชายชุดดำ  ริดสีดวง ฯลฯ เตรียมม้วนเสื่อ รอดูหนังฉายรอได้เลย
    เสธ.ได้ข่าวว่าแก๊งแดงสู้แล้วรวย จะแสร้งทำทีนัดกันทำบุญในวันที่ ๑๔ ก.พ.นี้ ที่จุดก่อสร้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ใกล้โบนันซ่า เขาใหญ่ เพื่อซักซ้อมกันใช้กองกำลังติดอาวุธที่เหลือเพียงน้อยนิดกรำศึกใหญ่กับชาย ๓ สี...
    ซึ่งงานนี้วิเคราะห์ว่า คงมีชายไร้สีนิรนามถือถุงข้าวโพด ไปเยี่ยมแกนนำเหมือนขวัญควาย โกตี๋ แน่ๆ เพราะรอจังหวะออกมาจากห้างแถวลาดพร้าวนานแล้ว เพื่อมอบความเป็นธรรมครบมือหูดับตับไหม้ให้
    แก้กรรมมันแก้ยาก..แก้สันดานชั่วมันง่ายกว่า!
    รูปูถูกอุดจนหมดแล้วทุกทาง ขาปูถูกหักจนเดินไม่ได้แล้ว โอกาสแบบนี้ เขาให้ลงดีๆ ขืนยังไม่ลง ก็จะต้องเจอรองเท้าบูตถีบหน้าหงายตกจากเก้าอี้
    @ เสธ น้ำเงิน
    ที่มา: https://www.facebook.com/topsecretthai