กรมธุรกิจพลังงานจับมือ "ตำรวจ-ศุลกากร" สั่งเข้มกันลักลอบส่งก๊าซหุงต้มออกชายแดน พ่อค้าจ้องฟันส่วนต่างราคาถังละ 15 บาท ขณะที่ยอดนำเข้าแอลพีจีปีนี้ทะลุล้านตัน โรงแยกปิดซ่อมบำรุงเพียบ
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมศุลกากรในการตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายก๊าซหุงต้มอย่างเข้มงวด เนื่องจากราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกขณะนี้เฉลี่ย 720 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ไทยควบคุมราคาไว้ไม่เกิน 320 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยส่วนต่างเป็นการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าไทยเฉลี่ย 14-15 บาทต่อถัง (15กิโลกรัม) จึงเป็นแรงจูงใจให้มีการลักลอบขายผ่านแนวชายแดนเข้าไปยังประเทศพม่า ลาวและกัมพูชาเฉลี่ยปีละ 4,000 ตัน ทำให้กองทุนฯ ต้องเสียเงินอุดหนุนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
สำหรับปริมาณการนำเข้าก๊าซหุงต้มเดือน ก.พ. มีทั้งสิ้น 112,000 ตัน มูลค่า 2,900 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปริมาณนำเข้าเดือน ม.ค. ส่งผลให้เดือน ม.ค.-ก.พ.53 ปตท. ต้องนำเข้าก๊าซหุงต้มแล้ว 221,796 ตัน มูลค่า 5,665 ล้านบาท และคาดว่าปี 53 ต้องนำเข้าเกินระดับ 1 ล้านตัน เนื่องจากยอดการใช้ก๊าซหุงต้มทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 5.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% โดยเฉพาะการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มจาก 1.3 ล้านตันในปี 52 เป็น 2 ล้านตันในปีนี้หรือเพิ่ม 57.6% ทั้งนี้ในเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ไทยจะนำเข้าก๊าซหุงต้มเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 150,000 ตัน และเป็นช่วงเดือนที่มีอัตรานำเข้าสูงสุดของปี เนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติในประเทศหลายแห่งปิดซ่อมบำรุงหลังจากเลื่อนมาก่อนหน้านี้ ประกอบกับโรงแยกก๊าซฯ 6 ไม่สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามแผน ได้แก่ โรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 1 กำลังการผลิต 46,000 ตันต่อเดือน ปิดซ่อมบำรุง 18 พ.ค.-11 มิ.ย. จากเดิม 18 มี.ค.-11 เม.ย. โรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 2 กำลังผลิต 28,000 ตัน หยุดซ่อมบำรุง 6-10 พ.ค. จากเดิม 2-6 เม.ย. โรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 3 กำลังผลิต 45,000 ตัน หยุดซ่อมบำรุง 19-28 เม.ย. จากเดิม 26 ก.พ.-7 มี.ค.
อย่างไรก็ตาม หลังจากเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป การนำเข้าจะอยู่ประมาณเฉลี่ยเดือนละ 140,000 ตัน ซึ่ง ปตท. วางแผนระบบคลังลอยน้ำหรือการขนส่งไว้พร้อมแล้ว แต่วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง.








