เปลว สีเงิน

Tuesday, 16 July, 2013 - 00:00

"พระคุณนี้...ไทยโพสต์ไม่มีลืม"

   วันนี้ไม่คุยการบ้าน-การเมือง หรือการไหนทั้งสิ้น แต่จะขออนุญาตใช้พื้นที่รายงานเรื่องเฉพาะตัว ระหว่าง "ไทยโพสต์" กับท่านที่ช่วยเหลือผมโดยสมัครเป็นสมาชิกรายปี โดยบางท่านจ่ายล่วงหน้าปีละ ๓,๖๐๐ บาท "ทุกปี" ต่อเนื่องมาแต่เริ่ม ก็หวิดๆ จะสิบปีเห็นจะได้ และบางท่านเพิ่งสมัครมาเดือน/ครึ่งเดือน
    และแล้ว วันนี้...ผมก็ทำทุกอย่างพังหมด!
    พังอย่างไรน่ะหรือครับ ท่านสมาชิกคงทราบเหตุผลตามที่ผม โดย "บริษัท สารสู่อนาคต จำกัด" แจ้งให้ทราบทางจดหมายแล้ว
    แต่ถึงอย่างไร ผมก็ต้องแจ้งตรงนี้อีกครั้ง ด้วยระลึกรู้น้ำใจท่านว่า ที่ควักเงินจ่ายล่วงหน้านั้น นอกจากพอใจบุคลิกภาพไทยโพสต์ที่ซื่อ-แต่แพงแล้ว ส่วนหนึ่งเจตนาช่วยให้ผมมี "เงินก้อน" ได้ประกอบธุรกิจ
    ถ้าไม่ได้เงินก้อน ๒-๓ ล้านบาท จากท่านที่สมัครเป็นสมาชิกประจำ เมื่อปี ๒๕๔๗-๔๘ วันนี้ก็ไม่มีไทยโพสต์ และไม่มีผมอยู่ตรงนี้
    เพราะตอนนั้น เจ๊งหมดเนื้อ-หมดตัว หมดทุกอย่างกระทั่งกระดาษพิมพ์ ถ้าใครจำได้ จะเห็นบางวันเหลือ ๘ หน้าบ้าง พิมพ์เป็นขาว/ดำ ชนิดกระดำกระด่างบ้าง ขาดๆ หายๆ ไม่ตรงตามเวลา
     ขออภัย ถ้าผมจะพูดให้เห็นสภาพผมตอนนั้น อย่าว่าแต่นอนเอามือก่ายหน้าผากเลยครับ สองเท้าถ้าก่ายถึง ก็ขึ้นไปอยู่บนหน้าผากด้วยแล้ว
    ใจผมน่ะ...สู้!
    แต่ในโลกธุรกิจที่เป็นจริง ใจคุณสู้...ก็สู้ของคุณไป แต่ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง ที่จะทำให้ไทยโพสต์ไม่ล้มหายตายจาก ใจ...ไม่มีใครเอา นอกจากเงิน ฉะนั้น ใจสู้อย่างเดียวไม่พอ
    ต้อง "เงิน" สู้ด้วย!
    ก็ทั้งกู้ ทั้งยืม ทั้งขอ จนทั้งเพื่อน-ทั้งญาติ-ทั้งผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือระอา รับโทรศัพท์พอรู้ว่าเป็นผมโทร.ก็สะดุ้ง ผมก็ทั้งอาย ทั้งอดสูตัวเอง จนถึงวันนี้ กับหลายๆ ท่านผมก็ยังไม่ได้ใช้หนี้เลย แต่ท่านก็ไม่ทวง ซึ่งทำถูกแล้ว ขืนทวง แทนที่จะได้ อาจต้องจ่ายให้ผมอีก!
    ก็นั่นแหละ ขอยืมบ้าง ขอดื้อๆ บ้าง จนผมอายไปเอง เมื่อจนแต้ม-จนตา ทางดิ้นสุดท้ายคือ เขียนไปทางไทยโพสต์นี่แหละ ขอให้ท่านผู้อ่านสมัครเป็นสมาชิกรายปี โดยส่งเงินมาก่อน ๓,๖๐๐ บาท/ปี
    ลมๆ แล้งๆ กลับเป็นฝนห่าใหญ่ ตกใส่ผม!
    มาพรวดเดียวเป็นล้านเลย ไทยโพสต์ที่เหมือนเรือเกยแห้ง พอได้น้ำหล่อเลี้ยงท้องเรือ ก็กระดิกกระเดี้ย แล้วค่อยๆ กระดืบไป เรียกว่า "รอดตาย" นับจากวันนั้น
    นี่คือหยดน้ำกลางทะเลทราย ที่เป็น "หยดชีวิต" ให้ผม-ให้ไทยโพสต์อยู่มาถึงวันนี้ ท่านซึ่งเป็นผู้ให้อาจไม่คิดอะไร แต่ "ผู้รับ" คือผม ต้องคิด และคิดมากด้วยในด้านบุญคุณและน้ำใจ จะลืมก็ต่อเมื่อผมตายจากนั่นแหละ
    ตรงนี้ไม่ได้ลีลาพาไป ผมบอกท่านอย่างหนึ่งก็อย่าหาว่าผมเวอร์ก็แล้วกัน ทุกครั้งที่ผมสวดมนต์ก่อนนอน หรือไปทำบุญ ไปไหว้สิ่งศักดิสิทธิ์ หนึ่งในคำอธิษฐาน จะมีว่า...
     "...ท่านที่เคยให้ข้าว ให้น้ำ ให้ความรัก ความเมตตาปรารถนาดี ท่านผู้มีอุปการคุณช่วยเหลือไทยโพสต์ ท่านผู้อ่านไทยโพสต์ และท่านผู้ร่วมบุญ-ร่วมกุศลในแต่ละครั้ง ขอท่านจงได้รับอานิสงส์นี้โดยทั่วกัน"
    ผมก็ทำได้เท่านั้นแหละ เงินจากคนที่ให้โดยไม่รู้จักกัน เป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ เพราะที่ควักให้ ๓,๖๐๐ บาท โดยไม่มีอะไรประกันว่าจะส่งไทยโพสต์ให้ท่านได้จริงทุกเช้าตามที่โฆษณาหรือเปล่านั้น แสดงถึงว่า ท่าน "เต็มใจและตั้งใจ" ให้!
    ใจให้ที่ตั้งด้วยบริสุทธิ์ เป็นใจมีพลัง และด้วยพลังใจ+พลังเงินของแต่ละท่าน ก็สามารถช่วยผม ช่วยไทยโพสต์ให้รอดตายได้จริงๆ!
    ผมไม่อยากบอกหรอกครับว่า มันยากเย็นแสนเข็ญกว่าเข็นเรือตามทักษิณขึ้นภูเขาเสียอีก กับการจัดตั้ง "ทีมม้าด่วน" แยกเป็นสายๆ ทั่วกรุงเทพฯ ๕-๖ สาย ด้วยมอเตอร์ไซค์ ยันรังสิต นนทบุรี ยันบางแค ชนเขตนครปฐม ยันรามคำแหง อ่อนนุช พระโขนง ฯลฯ
    หาเงินว่ายากแล้ว ยังง่ายกว่าหาพนักงานขี่มอเตอร์ไซค์เป็นทีมม้าด่วน แค่ไม่เกิน ๓ ชั่วโมงต่อหัวรุ่ง เดือนละหมื่น ก็มีแต่คนเมิน บางคนมาคืนเดียวเลิกเลย
    ก็เข้าใจเขาล่ะ มันไม่สนุกเหมือนไปซิ่ง เพราะการไปคลำหาบ้านแต่ละหลังค่ำๆ มืดๆ ไม่ง่าย บางทีถูกตำรวจจับบ้าง หมาไล่กัดบ้าง อุบัติเหตุถึงตายก็มี จากบ้านไปสู่อีกบ้าน บางแห่งไปกลับกว่า ๕๐ กิโล
    ก็เป็นปัญหาเรื่องขาดแคลนพนักงานส่งนั่นแหละครับ บางคนรับหนังสือไปแล้ว กลับไปนอนบ้าน ส่งบ้าง ไม่ส่งบ้าง ไปส่งตอนเช้า ตอนสายบ้าง บางท่านรออ่าน อดรนทนไม่ไหวก็โทร.มาแจ้ง ผมก็ทั้งเกรงทั้งละอาย ด้วยเข้าใจความรู้สึกท่านจริงๆ
    จนระยะหลัง เมื่อรัฐบาลท่านปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ ๓๐๐ บาท ที่หาพนักงานว่ายาก ยิ่งยากหนักขึ้น พูดกันตรงๆ จ้างคืนละ ๕๐๐ ม้าด่วนก็ยังเมิน
    ทำไป-ทำมา รายได้ค่าสมาชิกกับค่าจ้างทีมม้าด่วนพอๆ กัน แต่นั่นไม่เป็นปัญหา "ผมรับได้" แต่ที่เป็นปัญหาจนผมรับไม่ได้คือ ๑.พนักงานจัดส่งกะพร่องกะแพร่ง ๒.จัดส่งให้ท่านไม่ได้ตามเวลา และ ๓.ได้รับแบบขาดๆ หายๆ
    ผมแคร์ความรู้สึกท่านเหนือสิ่งอื่นใด จึงตกลงใจกับผู้จัดการ เพื่อไม่ให้สมาชิก "เสียความรู้สึก" มากไปกว่านี้ "เลิกทีมม้าด่วน-ยุบแผนกสมาชิก" ที่จัดส่งเอง ตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
    ก็ตามจดหมายเวียนที่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วนั่นแหละครับ ไม่มีเบื้องหน้า-เบื้องหลังอื่นใด ที่ต้องบอกเช่นนี้ เพราะมีหลายท่านสอบถามมาทั้งทางตรงและะทางข่าวลือว่า
    "ไทยโพสต์เจ๊งอีกแล้วหรือ...ไทยโพสต์จะเลิกพิมพ์แล้วหรือ?"
    ไม่เจ๊ง และไม่เลิกพิมพ์หรอกครับ ทุกอย่างครบ ๓๒ มีลมหายใจเคลื่อนไหวไปได้ปกติ เพียงเลิกแผนกสมาชิกตรง  ค่าแรงแพงจนไม่คุ้ม นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหามาจาก "พนักงานจัดส่งสูญพันธุ์" นั่นแหละ
    ถ้าท่านต้องการไทยโพสต์เหมือนเดิม ติดต่อกับสายส่ง หรือเอเยนต์หนังสือพิมพ์ในละแวกบ้านท่านให้ส่งแทนได้ ต้องทราบว่าติดต่อเอเยนต์ใดจะสะดวก สอบถามมายังแผนกสมาชิก ตามเบอร์ที่ท่านเคยโทร. จะช่วยประสานให้
    ก็มาถึงเรื่องเงินค่าสมาชิกที่เหลือ ทางไทยโพสต์จะเริ่มโอนเข้าบัญชีตามที่แต่ละท่านแจ้งเบอร์บัญชีไว้ ซักราวๆ สิ้นเดือน ถ้ายังไม่ได้รับคืน กรุณาแจ้งด้วยนะครับ
    แต่ทางผู้จัดการ "คุณธีรพงศ์ ประภาประเสริฐ" ได้แจ้งบัญชีรายชื่อจำนวน ๔๙ ท่าน และอีก ๒๑ ท่าน ให้ผมทราบว่า...
    - ๔๙ ท่าน แจ้งไม่ขอรับค่าสมาชิกส่วนที่เหลือคืน ยินดียกให้ไทยโพสต์เป็นทุนรอนต่อไป รวมยอด ๔๖,๒๓๐ บาท
    -๒๑ ท่าน แจ้งไม่ขอรับค่าสมาชิกส่วนที่เหลือคืน แต่มอบให้ผมนำไปทำบุญที่วัดตามแต่ประสงค์ จำนวน ๒๘,๓๖๐ บาท
    ครับ...ผมซึมไปเลย ดูซี...มีอยู่ท่านหนึ่ง เพิ่งสมัครมายังไม่ได้รับไทยโพสต์ซักฉบับ เงินเหลือเต็ม ๓,๖๐๐ บาท ก็บอกยกให้ผมไปทำบุญ
     อีกท่าน เหลือตั้ง ๓,๓๓๐ บาท ก็ยกให้ผมไปทำบุญ และอีกหลายท่าน เพิ่งธนาณัติมาตอนปลาย มิ.ย. รับไป ๒-๓ ฉบับ เหลือเกือบเต็ม ๓,๖๐๐ บาท
    ยกให้ไทยโพสต์!
    ท่านให้โดยไม่รู้ว่าผมจะเอาไปทำดี-ทำชั่ว และมอบให้ไปทำบุญ โดยไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าผมจะนำไปทำบุญจริงๆ หรือเอาไปกิน-ไปใช้ส่วนตัว อย่างนี้จะไม่ทำให้ผมซึมในใจได้อย่างไร ในยุคที่สังคมไทยวันนี้
    ไว้ใจเงินได้ แต่ไว้ใจคนไม่ได้!
    เรื่องเฉพาะตัว ระหว่างไทยโพสต์กับท่านผู้อ่านประเภทสมาชิกรายปี ที่ผมต้องรายงานให้ทราบก็มีเท่านี้แหละครับ สรุปชัดๆ คือ ยุบแผนกสมาชิก เพราะไม่มีพนักงานจัดส่ง ส่วนไทยโพสต์ ไม่ยุบ-ไม่เจ๊ง ยังมีวางขายตามแผงหนังสือพิมพ์ตามปกติ
    ด้วยมาตรฐาน "อิสรภาพแห่งความคิด" ๑๕ บาท แบบหยิ่งๆ!.