วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เตือนจิ๋วทรยศชาติ 'เปรม'เคยคุยก่อนซบเพื่อไทย-ปิดประตูสี่เสาฯไม่ต้อนรับ


  "เปรม"  เปิดใจเคยสะกิด  "จิ๋ว"  คิดไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนเข้าเพื่อไทย บอกจะกลายเป็นการกระทำที่ทรยศต่อชาติ  แต่ไม่ได้กล่าวหา  "จิ๋ว"  ไม่ดี-ทรยศต่อชาติ  เผยความเป็นเพื่อนยังคงอยู่  วันเกิดก็โทร.ไปอวยพร  ยันไม่ห้ามเข้าพบขอลาบวช  แต่หากจะขอเข้าพบตอนนี้ไม่น่าสมควรเพราะ   "ชวลิต"  เป็นนักการเมืองแล้ว  "ตู่"  กร้าวด่า  "ป๋า"   มีค่าน้อยกว่าโซ่ข้อเสื่อม  ขู่บุกหัวหินหากขวางเสื้อแดงป่วน  17  ตุลา.  "เทือก"  ลั่นงัดไม้แข็งไม่ให้ซ้ำรอยพัทยา

     "จิ๋วกับผมเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปีแล้ว  และต่างคนต่างทำงานให้กันและกันมา  ดังนั้นความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับจิ๋วยังคงอยู่   ส่วนที่มีคนพูด  ซึ่งไม่รู้ว่าใครพูด  อาจเป็นจิ๋วพูดเองก็ได้ว่าเขาไปลาบวชแล้วผมไม่ให้ลา  อันนี้ไม่ใช่เพื่อนแล้ว  เมื่อเพื่อนเขาจะไปลาบวชจะต้องให้อโหสิกรรม  เรื่องจริงผมไม่ทราบว่าเขาจะบวช  จนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่าเขาบวชที่ไหน  เมื่อไร"

     พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เปิดใจเมื่อวันพฤหัสบดีถึง  พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี  ในระหว่างเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้  รุ่นที่  13  โดยเหตุที่ทำให้  พล.อ.เปรมพูดถึง  พล.อ.ชวลิต  เนื่องจากหลังเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย  พล.อ.ชวลิตได้กล่าวพาดพิง  พล.อ.เปรมอยู่บ่อยครั้ง

     ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่   13  ตุลาคม  พล.อ.ชวลิตบอกว่า  "ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ยังไม่มีโอกาสเข้าไปกราบท่านเลย  จะไปขออโหสิกรรมเมื่อครั้งที่ผมบวชก็ยังไม่ได้เข้าไปเลย  ซึ่งอาจจะเข้าใจผิดกันบ้างในบางเรื่อง  แต่ก็ต้องเข้าใจท่าน  ท่านเป็นผู้ใหญ่  เราเป็นเด็ก.."

     พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า  ส่วนเรื่องที่มีคนไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ในทำนองว่าตนไปว่าเขาเป็นคนทรยศต่อชาติ   ซึ่งไม่ถูกต้อง  แต่สิ่งที่ถูกต้องคือวันนั้นก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย

     "ผมให้คนไปบอกเขาว่าจะทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบ   ไตร่ตรองให้รอบคอบ  ผมใช้คำว่าไตร่ตรองให้รอบคอบ  ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ  นี่เป็นข้อความที่ผมขอให้เขาสื่อไปถึงจิ๋วในตอนเช้าวันนั้น  ดังนั้นผมไม่ได้กล่าวหาว่าเขาเป็นคนไม่ดีทรยศต่อชาติบ้านเมือง  มันไม่ใช่"  พล.อ.เปรมกล่าว

     ประธานองคมนตรีย้ำว่า   ความเป็นเพื่อนยังเป็นอยู่ตลอดไป  เราเป็นเพื่อนกัน  เคยทำงานสำคัญด้วยกัน  และจบจากสถาบันเดียวกันที่เคยให้คำสัตย์ปฏิญาณเหมือนกัน  เมื่อเพื่อนจะทำอะไรตนก็เตือน  เพราะคิดว่ามีสิทธิที่จะเตือนได้  เตือนเขาด้วยความเป็นเพื่อน  ด้วยความปรารถนาดี  ไม่ได้มีความต้องการที่ตำหนิจิ๋ว  (พล.อ.ชวลิต)  เลย  วันนี้ตนอยากพูดแค่นี้

     ผู้สื่อข่าวถามว่า   ยินดีให้  พล.อ.ชวลิตเข้าพบเพื่อขอโทษหรือคารวะหรือไม่  พล.อ.เปรมบอกว่า  เขาเคยติดต่อมา  ซึ่งก่อนวันที่  7  ตุลาคม  และวันเกิดจิ๋ววันที่  15  พฤษภาคมที่ผ่านมา  ตนโทรศัพท์ไปอวยพรเขา  และเราคุยกันดีเหมือนเพื่อน

     "ถ้าเขาต้องการมาพบผมก็ได้   แต่ตอนนี้คิดว่าเมื่อเขาเป็นนักการเมืองแล้ว  มาพบผมก็ไม่น่าจะสมควร"

     เมื่อถามว่า  พล.อ.ชวลิตมาพบเพื่อคุยเรื่อง  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกฯ  ได้หรือไม่  พล.อ.เปรมกล่าวว่า  ก็ดี  แต่ตนไม่มีสิทธิ์ที่จะคุยเรื่องการเมือง  และจะไม่พูดเรื่องการเมือง  เพราะตนจะไม่วิจารณ์การเมือง  และจะไม่ทำอะไรเรื่องการเมืองทั้งนั้น  การเมืองปล่อยเป็นเรื่องของผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการเมืองแก้ไข

"จิ๋ว"พบได้แต่ห้ามพูดการเมือง

     ถามว่าหาก   พล.อ.ชวลิตมาพบในฐานะเพื่อน  สามารถเข้าพบได้ใช่หรือไม่  พล.อ.เปรมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า   "ได้แน่นอน  แต่ต้องเวลาที่เหมาะ  และต้องไม่พูดเรื่องการเมือง  เพราะจะไม่พูดเรื่องการเมือง"

     ซักว่าในฐานะเพื่อน  ผิดหวังกับการเลือกทางเดินของ  พล.อ.ชวลิตหรือไม่  พล.อ.เปรมบอกว่า  เพื่อนก็คือเพื่อน  เขาทำอะไรผิดหรือถูก  ตนก็ชี้ไม่ได้ว่าเขาทำผิดหรือทำถูก  เพราะตนไม่ได้เป็นคนตัดสิน  แต่ความเป็นเพื่อนต้องเตือนกัน  ถ้าเห็นว่าทำอะไรไม่ดี

     "ไม่  ผมไม่คลาดเคลื่อน  ฝ่ายเขาฝ่ายเดียว  มีเรื่องที่เกี่ยวกับท่านทั้งหลายพูดว่าเขามาลาบวช   แล้วผมไม่ให้ลาบวช  และเรื่องที่ว่าเขาเป็นคนไม่ดี  ทรยศต่อชาติ  ซึ่งมันไม่ใช่"  พล.อ.เปรมกล่าวตอบคำถามที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของทั้งสองฝ่าย

     ผู้สื่อข่าวถามว่า   การเข้าสู่การเมืองของ  พล.อ.ชวลิต  จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิม  พล.อ.เปรมหยุดคิดและกล่าวว่า  คุณเชื่อในพระสยามเทวาธิราชหรือไม่  ซึ่งพระสยามเทวาธิราชจะคอยดูว่าพวกเราทำอะไรกัน   ถ้าใครทำไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองจะถูกท่านลงโทษ

     ถามอีกว่าจะเตือน   พล.อ.ชวลิตก่อนลงเล่นการเมืองอีกครั้งหรือไม่   เพราะที่ผ่านมาเตือนแต่   พล.อ.ชวลิตไม่ฟัง   พล.อ.เปรมกล่าวว่า  ตนไม่ได้พูดว่าเพื่อนไม่ฟัง  คุณพูดเอง  ตนพูดแต่ว่าตนเตือน  แต่ตนไม่ได้พูดว่าคุณชวลิตไม่ฟัง  สื่อเป็นคนพูดเอง  เมื่อถามย้ำว่าความเป็นเพื่อนระหว่าง   พล.อ.เปรมกับ  พล.อ.ชวลิตจะมีวันสิ้นสุดหรือไม่  พล.อ.เปรมกล่าวว่า  "ไม่มีหรอกครับ  เป็นเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อนต่อไป"

     ต่อข้อถามว่า   พล.อ.ชวลิตเดินไปฝั่งตรงข้าม  จะทำให้ห่างจากท่านมากขึ้นหรือไม่  พล.อ.เปรมกล่าวว่า  ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนั้น  ตนเตือนเขาเท่านั้น

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   การกล่าวเปิดใจของ  พล.อ.เปรมครั้งนี้มีการตั้งแท่นโพเดียมเป็นทางการ  ซึ่ง  พล.อ.เปรมมีความตั้งใจที่จะพูดถึงกรณีของ  พล.อ.ชวลิต  โดยกล่าวก่อนที่สื่อมวลชนจะซักถามว่า  "ผมจะไม่ให้สื่อตั้งคำถาม  แต่ผมจะพูดเรื่องจิ๋วเอง"

     เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดใจของ   พล.อ.เปรมครั้งนี้   มีบรรดานายทหารระดับสูงของกองทัพยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง   พล.อ.เปรมตลอดเวลา  อาทิ  พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  องคมนตรี  และคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง  ประกอบด้วย  พล.อ.ทรงกิตติ  จักกาบาตร์  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,  พล.ร.อ.กำธร  พุ่มหิรัญ  ผู้บัญชาการทหารเรือ,  พล.อ.อ.อิทธพร   ศุภวงศ์   ผู้บัญชาการทหารอากาศ   และ  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผู้บัญชาการทหารบก  รวมทั้ง  พล.อ.มงคล   อัมพรพิสิฏฐ์  อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด

หา "พะจุณณ์" กั๊กหนังสือลาบวช

     ขณะที่   พล.ท.พิรัช  สวามิวัศดุ์  นายทหารคนสนิท  พล.อ.ชวลิต  ให้สัมภาษณ์กรณี  พล.อ.เปรมเตือน  พล.อ.ชวลิตไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า  ท่านอยู่สูงมาก  เป็นที่เคารพของพวกเรา  ทั้งหมดคงเป็นความเข้าใจผิดเล็กๆ  น้อยๆ  แต่เหตุผลน่าจะเป็นอย่างที่รู้ๆ  กันอยู่

     ผู้สื่อข่าวถามว่า   พล.อ.เปรมไม่ทราบว่า  พล.อ.ชวลิตจะลาบวช  ไม่ใช่ไม่ให้เข้าพบ  พล.ท.พิรัชบอกว่าตอนนั้นที่ติดต่อไปยัง   พล.ร.ท.พะจุณณ์  ตามประทีป  หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี   ก็รับทราบ  ตามขั้นตอนต้องทำหนังสือไปถึง  พล.อ.เปรม  ไม่รู้ว่า พล.อ.พะจุณณ์ได้ทำไปถึง   พล.อ.เปรมหรือไม่  ซึ่งเราไม่สามารถพิสูจน์ได้  แต่ในเมื่อ  พล.อ.เปรมบอกว่าไม่ทราบก็คงไม่ทราบ

     ถามว่าในอนาคต   พล.อ.ชวลิตจะขอเข้าพบ  พล.อ.เปรมอีกหรือไม่  พล.ท.พิรัชกล่าวเพียงว่า  หากไม่มีธุระอะไรสำคัญคงไม่เข้าพบ

     วันเดียวกัน  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  เดินทางด้วยขบวนรถยนต์มาตรวจความพร้อมสถานที่ใช้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่   15   และการประชุมที่เกี่ยวข้อง  ระหว่างวันที่  23-25  ตุลาคม  ที่ชะอำ-หัวหิน   ซึ่งเริ่มมีการบังคับใช้ประกาศพื้นที่รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   ตาม  พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  พ.ศ.2551  ระหว่างวันที่  12-27  ตุลาคม

     นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า  โดยสถานที่และการซักซ้อมขั้นตอนต่างๆ  ถึงแม้ว่าที่  อ.หัวหิน  จ.ประจวบคีรีขันธ์  เคยจัดการประชุมอาเซียนแล้ว  แต่ก็ไม่เคยจัดในลักษณะที่มี  +3 +6  ทำให้มีกิจกรรมที่เพิ่มเข้ามา  ส่วนการสกัดกั้นผู้ชุมนุมที่อาจจะเข้ามา  ทางผู้ปฏิบัติตามแผนก็ได้ติดตาม  ซึ่งรายงานล่าสุดก็ยังไม่มีอะไร  ยืนยันว่าตัวแทนประเทศต่างๆ  ยังไม่มีใครยกประเด็นการชุมนุมขึ้นมาเป็นประเด็น  ซึ่งในส่วนของการดูแลความปลอดภัยมีความพร้อมมาก  ตนมั่นใจว่าสามารถดูแลให้เกิดความสงบได้  ซึ่งตนอาจจะมาดูความพร้อมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

     เมื่อถามว่า   การประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  (กอ.รมน.)  เมื่อวันที่   14  ที่ผ่านมา  ได้กำชับให้เฝ้าระวังเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ  เป็นพิเศษ  จะมีการเชื่อมโยงมาที่  อ.หัวหินหรือไม่  นายกฯ  กล่าวว่า  เป็นเหตุผลที่ประกาศ  พ.ร.บ.ความมั่นคง  เท่าที่ได้ดูในเรื่องการจัดวางกำลังก็คิดว่าเรียบร้อยดี

     ถามว่า  หากในกรุงเทพฯ  เกิดความวุ่นวายขึ้น  จะส่งผลต่อการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรือไม่  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  เราไม่อยากให้มีอะไรวุ่นวายทั้งนั้น  เพราะหากเกิดความวุ่นวายขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวมและภาพลักษณ์ของประเทศ   อยากให้ประชาชนใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวโลกได้  เพื่อประโยชน์ของคนทั้งหมด

     "ห่วงว่าการชุมนุมเกิดปัญหาขึ้น  อยากให้เขาชุมนุมได้โดยไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นปัญหา  ไม่อยากให้มีการกระทบกระทั่ง  ไม่อยากให้เกิดปัญหา  ไม่อยากให้มีความรุนแรง  หากทุกคนอยู่ในกรอบไม่ทำให้เกิดเหตุแทรกซ้อนก็จะเป็นเรื่องที่ดี"

     ซักว่าเหตุแทรกซ้อนที่ระบุคืออะไร   นายอภิสิทธิ์บอกว่า  เราเห็นว่าอาจจะมีบางฝ่ายทำให้เกิดภาพความสับสนวุ่นวายขึ้น  เราก็ต้องช่วยกันระมัดระวัง  ถ้ามีเหตุอะไรขึ้นมากระทบการประชุมคนที่เดือดร้อนที่สุดคือคนไทยทั่วไป  เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจชะงักไป

"มาร์ค"ให้ตราชั่งแจงฎีกาแดง

     เมื่อถามว่า   กลุ่มคนเสื้อแดงอ้างเหตุของการชุมนุมครั้งนี้ว่าเป็นการมาทวงฎีกาที่ยื่นขออภัยโทษให้กับ   พ.ต.ท.ทักษิณ  โดยอ้างว่าขั้นตอนต่างๆ  ยังติดอยู่ที่รัฐบาล  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า   ไม่ได้ติดขัดอะไร  ทุกอย่างเดินตามกระบวนการการถวายฎีกาในกรณีอื่น  ซึ่งจะให้กระทรวงยุติธรรมชี้แจง

     นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง  ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มเสื้อแดงประกาศนัดชุมนุมใหญ่   โดยหากรัฐบาลขัดขวางก็จะเดินทางไปก่อกวนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่หัวหินว่า รัฐบาลยืนยันตลอดเวลาว่าการชุมนุมสามารถทำได้  แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย   ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด  การชุมนุมต้องทำด้วยความสงบ  ปราศจากอาวุธ   เป็นการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชนโดยบริสุทธิ์  การที่จะชุมนุมแล้วขู่ว่าจะไปป่วนการประชุมสุดยอดอาเซียนทำไม่ได้

     นายสุเทพกล่าวต่อว่า  รัฐบาลมั่นใจมาตรการที่ได้กำหนดในการรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งที่ชะอำและหัวหิน  ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนมีความเข้มแข็งดี  และคิดว่าเราสามารถทำงานให้เรียบร้อยไปได้   คงไม่ยอมให้เหมือนเหตุการณ์ที่พัทยาอย่างแน่นอน  หากผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้าใกล้สถานที่ประชุมก็มีวิธีการดำเนินการอยู่แล้ว  เป็นวิธีปฏิบัติตามสากล  ตั้งแต่ขั้นเบาไปจนถึงขั้นหนัก

     ที่กองบัญชาการกองทัพบก  นายสุเทพ  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย   (ศอ.รส.)   เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการฯ  โดยมี  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผู้บัญชาการทหารบก,  พล.ต.อ.ปทีป  ตันประเสริฐ  รักษาการ  ผบ.ตร.  และ  พล.ท.คณิต  สาพิทักษ์  แม่ทัพภาคที่   1  พร้อมผู้แทนทุกเหล่าทัพ  เพื่อหารือการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เขตดุสิตและเขตพระนคร   ตามประกาศ  พ.ร.บ.ความมั่นคง  ระหว่างวันที่  15-25  ตุลาคมนี้  ใช้เวลาหารือ  2  ชั่วโมง

     พ.อ.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด  โฆษกกองทัพบก  แถลงว่า  มีการประชุมการรักษาความปลอดภัยใน  2  ประเด็น  คือ  1.ศอ.รส.พยายามสร้างบรรยากาศให้เกิดความปลอดภัยที่สุด   โดยใช้ทหาร  ตำรวจ  พร้อมด้วยสุนัขทหารตรวจสอบพื้นที่ที่มีการชุมนุม  เพื่อไม่ให้มีใครมาสร้างสถานการณ์ได้  และสร้างความปลอดภัยที่สุด  เราไม่มีมาตรการห้ามการชุมนุม  แต่ต้องการให้ปลอดภัยที่สุด

     2.หากเหตุส่อไปในทางรุนแรง   เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติระงับเหตุตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก   ไล่ตั้งแต่การแสดงกำลัง   ชี้แจง  การใช้โล่ผลักดัน  การฉีดน้ำ  แก๊สน้ำตา   กระบอง  และกระสุนยางเป็นขั้นตอนสุดท้าย  โดยไม่มีกระสุนจริงหรืออาวุธรุนแรง  ที่ประชุมลงรายละเอียดว่าแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร  เช่น  การใช้โล่ให้ดูว่าเป้าหมายเป็นใคร  หากเป็นผู้หญิง   คนแก่  หรือเด็ก  ต้องปฏิบัติอย่างรอบคอบ  หรือการฉีดน้ำต้องฉีดไปที่พื้น  หากระงับไม่ได้ต้องฉีดไปที่ท่อนล่างของร่างกาย  เพื่อไม่ให้กระทบอวัยวะสำคัญของร่างกาย

     พ.ต.อ.ปิยะ   อุทาโย  รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.ปทีป   ตันประเสริฐ  รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็น   ผอ.กองกำลังดูแลในพื้นที่เขตดุสิต  โดยปฏิบัติหน้าที่ได้มีการสนธิกำลังร่วมกัน  ระหว่างตำรวจ  ทหาร  เทศกิจ  และพยาบาล  โดยจะเริ่มตั้งจุดตั้งแต่เวลา  18.00  น.  วันที่  15  ต.ค.นี้เป็นต้นไป  สำหรับจุดตรวจทั้งหมด  8  จุด

     ประกอบด้วย  บริเวณแยกวังแดง  แยกลานพระบรมรูปทรงม้า  แยกวัดเบญจมบพิตร  แยกสะพานมัฆวานรังสรรค์  แยกเทวกรรม  ตรวจนางเลิ้ง  สี่เสาเทเวศร์  แยกมิสกวันรังสรรค์  สำหรับการเพิ่มพยาบาลมายังบริเวณจุดตรวจเนื่องจากจะให้บริการประชาชน   หากกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นลมจะได้มีพยาบาลคอยดูแลตลอด  24  ชั่วโมง

     นายศุภชัย  ใจสมุทร  โฆษกพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่า  อยากถามกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเจตนาในการชุมนุมนั้นเพื่ออะไร  เพราะวันนี้กระบวนการตรวจสอบในเรื่องของฎีกานั้นมีช่วงเวลาในการประมาณการตรวจสอบ   และก็ยังไม่ถึงกำหนด  และที่สำคัญในเวลานี้สถานการณ์บ้านเมือง   ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยก็ทรงมีพระอาการประชวร  ประชาชนชาวไทยก็ติดตามพระอาการประชวรอยู่ด้วยความห่วงใย   ดังนั้นแกนนำคนเสื้อแดงที่ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้  พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่

     ทางด้านนายจตุพร   พรหมพันธุ์  ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มเสื้อแดง  กล่าวถึงกรณีที่นายปณิธาน   วัฒนายากร  รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกฯ  ระบุว่าจะใช้กำลังดูแลการชุมนุมของคนเสื้อแดงตาม   พ.ร.บ.มั่นคง  โดยแบ่งกำลังทหาร  ตำรวจ  18,000  นายไปที่ชะอำ  หัวหิน  ในการประชุมผู้นำอาเซียน  และอีก  18,000  นายไปที่กรุงเทพฯ  ดูแลการชุมนุมคนเสื้อแดง  อยากถามว่ากองกำลังดังกล่าวอยู่ที่ไหน  ขอให้เอาออกมาแสดงชัดๆ  อย่าเอามาแอบอ้างเพื่ออมเบี้ยเลี้ยงทหาร

     เขาบอกว่า   กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตกลงกับตำรวจนครบาลว่าเวลา   18.00  น.  วันที่   16   ต.ค. จะตั้งเวทีบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ  และในวันที่  17  ต.ค.ก็จะชุมนุมจุดเดียวที่บริเวณถนนพิษณุโลกจนถึงเที่ยงคืน  โดย  พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงค์มายังเวทีในเวลา  20.30  น.  ทั้งนี้หากเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รับรองว่าการประชุมผู้นำอาเซียนจะเป็นไปอย่างราบรื่น

     นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีกระทรวงยุติธรรมจะมอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ทำการตรวจสอบใบฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้   พ.ต.ท.ทักษิณว่า  นายพีระพันธุ์ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้เรื่อง  เพราะกรมราชทัณฑ์ไม่มีประวัติของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ฉะนั้นมองเป็นอื่นไม่ได้เลย  นอกจากการเตะถ่วง   ดองใบฎีกา  ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้ใบฎีกาไปถึงมือสำนักราชเลขาธิการก่อนวันที่  4  ธ.ค.  เพราะเกรงว่า  พ.ต.ท.ทักษิณจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ  และหลังจากงานระดมทุนแสดงคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ในเดือน  พ.ย.  กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะชุมนุมยืดเยื้อยาวนานเพื่อขับไล่รัฐบาล

     แกนนำเสื้อแดงรายนี้ยังกล่าวถึงกรณี  พล.อ.เปรมออกมาเตือน  พล.อ.ชวลิตคิดให้รอบคอบในการร่วมทำงานกับพรรคเพื่อไทย  ไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำอะไรที่ทรยศต่อชาติว่า  พล.อ.ชวลิตไม่จำเป็นต้องตอบโต้    พล.อ.ชวลิตไม่ได้มีส่วนร่วมยึดอำนาจเหมือน   พล.อ.เปรม  ดังนั้นเมื่อเทียบคุณค่าประชาธิปไตย  พล.อ.ชวลิตมีมากกว่า  แม้อายุจะน้อยกว่า  พล.อ.เปรม  และอย่าเตือนคนอื่นเรื่องความเป็นกลาง  ควรดูตัวเองว่าเป็นกลางหรือไม่  เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีระบอบประชาธิปไตย   ทั้งนี้  ตนอยากจะขอให้  พล.อ.ชวลิตไม่ต้องไปพบ  พล.อ.เปรม  เนื่องจากคนในพรรคไม่สบายใจ

"บัติ"ซบเพื่อไทย

     ที่พรรคเพื่อไทย   นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ  หัวหน้าพรรค,  นายวิชาญ  มีนชัยนันท์  ส.ส.กทม.  ในฐานะประธานภาค  กทม. ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนายสมบัติ  เมทะนี  ดารานักแสดงและอดีต   ส.ว.กทม.  เข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย  โดยนายวิชาญกล่าวว่า  นายสมบัติเสนอตัวร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อหวังแก้ปัญหาประเทศชาติและประชาชน

     นายสมบัติบอกว่า   การที่มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย  เพราะได้รับการชักชวนจากนางเยาวภา  วงศ์สวัสดิ์,  นางเยาวเรศ  และ  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ให้มาร่วมงาน จึงใจอ่อน  และอยากช่วยชาติบ้านเมืองให้มีความสมานฉันท์  อีกทั้งตนและครอบครัวชินวัตรรู้จักกันมานาน   พ.ต.ท.ทักษิณรู้จักตั้งแต่สมัยยังเป็น   ร.ต.อ. หากพูดถึงความเกี่ยวพันนั้นมีมานานกว่า   30  ปี  ตั้งแต่สมัยตนยังเป็นนักแสดง  ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง  กทม. เขตวังทองหลาง  ลาดพร้าว

     ส่วนเพื่อนดารานักแสดงคาดว่านายเอกพัน   และนายบิณฑ์  บรรลือฤทธิ์  อาจตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยในไม่ช้านี้  จากนั้นนายยงยุทธและนายวิชาญได้ร่วมกันสวมเสื้อแจ็กเกตพรรคเพื่อไทยให้กับนายสมบัติ

     นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่า    พรรคจะทยอยเปิดตัวผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทยเป็นระยะ  ในวันที่  16  ต.ค.  จะมีการเปิดตัวอดีตนายทหารผู้ใหญ่อีก  1  คน  และในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดตัวกลุ่มใหญ่  แต่ละคนล้วนเป็นคนมีชื่อเสียงและมีความรู้ความสามารถ   อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้พรรคกำลังพิจารณาตำแหน่งสำคัญในพรรคให้กับบุคคลเหล่านี้ให้ได้ทำงานอย่างสมน้ำสมเนื้อกับความรู้ความสามารถ  วันนี้เราก็เข้ามาช่วยงานในพรรคเพื่อไทยกันแล้ว  ก็ไม่คิดว่าจะมีใครคิดกินแหนงแคลงใจอะไรกันอีก

     สำหรับตำแหน่ง   พล.อ.ชวลิต   ยงใจยุทธ  นั้น  นายยงยุทธบอกว่า  กำลังพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญเพื่อให้ทำงานตามความสามารถ  อาจจะเป็นตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค   ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคสามารถแต่งตั้งได้เลย  ส่วนที่มีบุคคลหลายคนทยอยเข้ามาในพรรคจะมีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่หรือไม่นั้น  ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่  แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกประชุม

     มีรายงานข่าวแจ้งว่า   ในวันที่  16  ตุลาคมนี้  จะมีการเปิดตัว  พล.อ.จิรเดช  คชรัตน์   อดีตรอง  ผบ.ทบ. ในสมัยของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  (คมช.)  เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย

     นายเทพไท  เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกลุ่มเสื้อแดงจัดระดมทุนเพื่อขับไล่รัฐบาล  โดยจัดคอนเสิร์ตที่โบนันซ่า  เขาใหญ่  วันที่  14  พ.ย.นี้  โดยใช้ชื่องาน  "เพื่อนร่วมร้อง  พี่น้องร่วมรบ"  ว่า  เป็นการจัดฉากรูปแบบการหาเงินบังหน้าเพื่อสร้างภาพว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมาจากเงินที่ได้หาทุนจากประชาชน  ทั้งๆ  ที่การเคลื่อนไหวทุกครั้งต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า  5-10  ล้านบาท  จึงอยากถามว่าการระดมทุนในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้  จะได้เงินพอเคลื่อนไหวหรือไม่  ดังนั้นจึงอยากให้เปลี่ยนชื่อคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้ใหม่ว่า  "เพื่อนร่วมกิน  ทักษิณร่วมจ่าย"  เพราะเงินทั้งหมดมาจาก  พ.ต.ท.ทักษิณทั้งสิ้น  เพียงแต่พยายามกลบเกลื่อนความจริง.

 

flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์